เมื่อม้าพยศโลดแล่นบนเรือนเวลา Jaeger-LeCoultre เปิดตัวคอลเลกชันพิเศษ Reverso Tribute Enamel ‘Xu Beihong’

Date:

Reverso Tribute Enamel ‘Xu Beihong’ คอลเลกชันมิเต็ดเอดิชัน จากพู่กันจีน สู่เรือนเวลาคลาสสิก

ในโลกแห่งเรือนเวลาชั้นสูงที่มักจะผสานรวมศิลปะและวิศวกรรมเข้าด้วยกัน น้อยครั้งนักที่เราจะได้เห็นผลงานที่เล่าเรื่องราวได้ลึกซึ้งถึงแก่นแท้ของสองวัฒนธรรมที่แตกต่างกันได้อย่างไร้ที่ติ และในโอกาสที่กำลังจะมาถึงของปีนักษัตรม้า Jaeger-LeCoultre (JLC) ได้สร้างสรรค์สิ่งที่ยิ่งกว่าเรือนเวลา แต่เป็นผลงานชิ้นเอกที่คารวะต่อทั้งศิลปะ ประวัติศาสตร์ และจิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหวนั่นก็คือ

Reverso Tribute Enamel ‘Xu Beihong’ คอลเลกชันใหม่ล่าสุดที่ประกอบด้วยนาฬิกา 3 รุ่นในตัวเรือนไวทโกลด์ ซึ่งแต่ละเรือนเป็นเครื่องย้ำเตือนถึงสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่าง Jaeger-LeCoultre กับโลกของกีฬาโปโลที่ต้องอาศัยพละกำลังของม้า พร้อมกันนั้นก็เป็นการสดุดีแก่ สวี เป่ยหง (Xu Beihong) ศิลปินจีนผู้ยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นที่รู้จักจากภาพวาดม้าด้วยเทคนิคหมึกจีนที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวา

ความวิจิตรบรรจงบนผืนผ้าใบขนาดจิ๋ว

หัวใจของเรือนเวลาทั้งสามนี้คือการผสมผสานศิลปะ Métiers Rares™ หรือหัตถศิลป์ชั้นสูงที่หาได้ยากยิ่ง โดยช่างฝีมือของ JLC ได้ใช้เทคนิคการวาดภาพเคลือบมินิเจอร์ (enamel miniature painting) เพื่อจำลองภาพวาดม้าของสวี เป่ยหง ซึ่งเป็นภาพวาดขนาดใหญ่กว่าหนึ่งตารางเมตร ให้ลงมาอยู่บนพื้นที่เพียง 2 cm2 บนฝาหลังตัวเรือนที่หมุนได้

ความท้าทายนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของขนาด แต่กลับเป็นการรักษา “พลัง” และ “ความรู้สึก” ของฝีแปรงอันหนักแน่นของศิลปินต้นฉบับ ซึ่งต้องใช้เวลาถึง 80 ชั่วโมง สำหรับการวาดภาพเคลือบในแต่ละเรือน ภาพที่ถูกเลือกมานั้นมีเรื่องราวอันลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็น ‘The Running Horse’ ที่ถ่ายทอดภาพม้าตัวเดียวที่วิ่งอย่างสง่างาม หรือจะเป็นภาพ ‘Two Horses’ แสดงถึงม้าสองตัวที่กำลังควบไปข้างหน้าอย่างมีพลังและกลมเกลียว และ ‘The Standing Horse’ จับภาพความสงบนิ่ง แต่แฝงไว้ซึ่งพลังอันยิ่งใหญ่และศักดิ์ศรี

หน้าปัดที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถัน

ด้านหน้าของนาฬิกาแต่ละเรือนก็มีความพิเศษไม่แพ้กัน ด้วยเทคนิคการแกะสลักลวดลาย “กีโยเช่” (guillochage) ด้วยมือ ซึ่งเป็นลวดลายที่ต้องใช้ความแม่นยำสูง ก่อนที่จะนำไปเคลือบด้วยสี “กรองด์ เฟอ” (grand feu enamel) ซึ่งเป็นการลงยาที่ต้องผ่านกระบวนการเผาในอุณหภูมิสูงหลายครั้งเพื่อให้ได้สีที่ลุ่มลึกและทนทาน สีที่เลือกใช้ยังสอดคล้องกับภาพวาดม้าที่อยู่ด้านหลัง ‘The Running Horse’ ใช้สีเขียว Evergreen Pine Green ที่สื่อถึงความมีชีวิตชีวาและความแข็งแกร่งของต้นสน ‘Two Horses’ ใช้สีน้ำเงิน และ Distant Mountain Blue ที่ชวนให้นึกถึงเงาร่างของยอดเขาในภาพวาดภูมิทัศน์จีน และ ‘The Standing Horse’ ใช้สีส้ม รวมไปถึง Crimson Dawn Orange ที่สะท้อนสีจากต้นฉบับและสื่อถึงความอบอุ่นของแสงอาทิตย์ยามเช้า

สมบัติล้ำค่าและมีจำนวนจำกัด

ทั้งสามรุ่นขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลาน Calibre 822 ที่ได้รับการผลิตภายในโรงงานของ JLC เอง โดยมีพลังงานสำรอง 42 ชั่วโมง นาฬิกาแต่ละรุ่นผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 10 เรือน เท่านั้น ทำให้ Reverso Tribute Enamel ‘Xu Beihong’ อาจกลายเป็นหนึ่งในของสะสมที่เต็มไปด้วยคุณค่าทางศิลปะและประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง เป็นการยืนยันว่างานหัตถศิลป์ชั้นสูงของ JLC ยังคงสร้างสรรค์ผลงานที่ผสมผสานความแม่นยำทางวิศวกรรมเข้ากับความงามอันไร้กาลเวลาได้อย่างน่าทึ่งเสมอมา

ข้อมูลทางเทคนิค
REVERSO TRIBUTE ENAMEL ‘XU BEIHONG’, ‘THE RUNNING HORSE’
  • ตัวเรือน: ไวท์โกลด์ 18K (750/1000)
  • ขนาด: 45.6 x 27.4 มม. / หนา 9.73 มม.
  • กลไก: ไขลานด้วยมือ Jaeger-LeCoultre Calibre 822
  • ฟังก์ชัน: บอกเวลาชั่วโมงและนาที พลังงานสำรอง 42 ชั่วโมง
  • หน้าปัด: ลายกิโยเช่แบบ Sunray และลงยา Grand Feu สีเขียว
  • ฝาหลัง: ลงยา Grand Feu ภาพวาดขนาดเล็ก ระดับการกันน้ำ 3 บาร์
  • สาย: หนังจระเข้สีดำ ตัวล็อกสายแบบพับสองทบ สามารถเปลี่ยนได้
  • รหัสรุ่น: Q39334B3
  • รุ่นลิมิเต็ด: ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 10 เรือน

REVERSO TRIBUTE ENAMEL ‘XU BEIHONG’, ‘TWO HORSES’

  • ตัวเรือน: ทองคำขาว 18K (750/1000)
  • ขนาด: 45.6 x 27.4 มม. / หนา 9.73 มม.
  • กลไก: ไขลานด้วยมือ Jaeger-LeCoultre Calibre 822
  • ฟังก์ชัน: บอกเวลาชั่วโมงและนาที
  • พลังงานสำรอง: 42 ชั่วโมง
  • หน้าปัด: ลายกิโยเช่แบบ Barley-seed และลงยา Grand Feu สีน้ำเงิน
  • ฝาหลัง: ลงยา Grand Feu ภาพวาดขนาดเล็ก ระดับการกันน้ำ 3 บาร์
  • สาย: หนังจระเข้สีดำ ตัวล็อกสายแบบพับสองทบ สามารถเปลี่ยนได้
  • รหัสรุ่น: Q39334B2
  • รุ่นลิมิเต็ด: ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 10 เรือน

REVERSO TRIBUTE ENAMEL ‘XU BEIHONG’, ‘THE STANDING HORSE’

  • ตัวเรือน: ทองคำขาว 18K (750/1000)
  • ขนาด: 45.6 x 27.4 มม. / หนา 9.73 มม.
  • กลไก: ไขลานด้วยมือ Jaeger-LeCoultre Calibre 822
  • ฟังก์ชัน: บอกเวลาชั่วโมงและนาที
  • พลังงานสำรอง: 42 ชั่วโมง
  • หน้าปัด: ลายกิโยเช่แบบ Herringbone และลงยา Grand Feu สีส้ม
  • ฝาหลัง: ลงยา Grand Feu ภาพวาดขนาดเล็ก ระดับการกันน้ำ 3 บาร์
  • สาย: หนังจระเข้สีดำ ตัวล็อกสายแบบพับสองทบ สามารถเปลี่ยนได้
  • รหัสรุ่น: Q39334B1
  • รุ่นลิมิเต็ด: ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 10 เรือน

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
เจาะลึก CHANEL Blush Watch Capsule Collection: ศิลปะแห่งเวลาที่แต่งแต้มด้วยสีสัน
Freak X Crystalium การกลับมาของความบ้าคลั่งที่ยังคงความ “Freaky”
เปิดตัว Master Grande Tradition Calibre 985 กับ 3 เรือนใหม่สุดพิเศษ สุนทรียภาพแห่งความเที่ยงตรง

Share post:

More like this

Arnold & Son HM London Skyline Limited Edition: จากลอนดอนยุควิกตอเรียนสู่มหานครร่วมสมัย ผ่านหน้าปัดที่เปลี่ยนเรื่องราวตามแสงและความมืด

Arnold & Son และ The Limited Edition ถ่ายทอดเรื่องราวของลอนดอนผ่าน HM London Skyline นาฬิกาลิมิเต็ดเอดิชันที่ใช้หน้าปัด Mother-of-Pearl และเทคนิคเรืองแสงเผยเมืองสองยุค พร้อมกลไกไขลานบางเฉียบสำรองพลังงาน 90 ชั่วโมง

Protected: เมื่อ TAG Heuer ประกาศเปิดตัวนาฬิการุ่นพิเศษส่งตรงเพื่อนักสะสมชาวไทยโดยเฉพาะกับ TAG Heuer Carrera Chronograph Thailand Limited Edition

พาไปชมรายละเอียดและวิเคราะห์แนวคิดของ TAG Heuer Carrera Chronograph Thailand Limited Edition นาฬิการุ่นพิเศษที่หยิบยกประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ตของ "พระองค์พีระ" และทีมหนูขาว มาตีความเป็นงานดีไซน์ร่วมสมัยได้อย่างน่าสนใจ

พาชมโปรเจกต์หุ่นยนต์ผู้พิทักษ์เวลา MB&F HM12 The Guardian ผลงานเซ็ตคู่ที่ประกอบด้วยนาฬิกาทูร์บิญอง และหุ่นยนต์ตั้งโต๊ะฟังก์ชันครบ

บทความวิเคราะห์เจาะลึก MB&F HM12 The Guardian ผลงานนาฬิกาข้อมือทูร์บิญองหน้ากากกลไกที่มาพร้อมหุ่นยนต์ตั้งโต๊ะหนัก 15 กิโลกรัม เผยเบื้องหลังแนวคิดจากยุค 80s และข้อมูลอินไซด์ที่แบรนด์ยอมเฉือนกำไรเพื่อสร้างสิ่งสะสมแห่งอนาคต

Hermès Arceau Cavalier en Formes ผลงานชิ้นพิเศษที่ผลิตขึ้นจำกัดเพียง 6 เรือนทั่วโลก

วิเคราะห์วิธีคิดการออกแบบหน้าปัดสามมิติตามแบบศิลปะคิวบิซึมและกลไกชั้นสูง Calibre H1924 ใน Hermès Arceau Cavalier en Formes รุ่นพิเศษตัวเรือนไวท์โกลด์ 43 มิลลิเมตร