คัดสรร 5 นาฬิกา GMT และ World Time รุ่นใหม่ปี 2025 ที่ตอบโจทย์นักผจญภัยทั่วโลก ทั้งในแง่ฟังก์ชัน ความเที่ยงตรง และดีไซน์ระดับตำนาน
สำหรับผู้ที่ชื่นชมทักษะฝีมือที่เหนือชั้นและฟังก์ชันอันล้ำสมัย นาฬิกาที่บ่งบอกเวลาได้มากกว่าหนึ่งเขตไทม์โซนคือหัวใจสำคัญของนักเดินทางมืออาชีพ เพราะนั่นคือสัญลักษณ์ที่ไม่เพียงบ่งบอกว่าผู้สวมใส่ให้ความสำคัญกับเวลาในทุกๆ ก้าว แต่ยังสะท้อนความเป็นมืออาชีพในการเลือกนาฬิกาคู่ใจ
ด้วยคอมพลิเคชันที่ถือว่าเหนือชั้นในโลกแห่งการประดิษฐ์เรือนเวลาชั้นสูง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเพื่อเปิดเส้นทางธุรกิจใหม่ที่นิวยอร์ก ชมความยิ่งใหญ่ของมหาพีระมิดในกรุงไคโร หรือสำรวจสีสันยามค่ำคืนในโตเกียว นาฬิกา GMT และ World Time ก็คือตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับเส้นทางชีวิตที่โคจรไปตามเขตเวลาต่างๆ อย่างไม่หยุดนิ่ง
และเรือนเวลาที่เปิดตัวใหม่ในปี 2025 ทั้ง 5 เรือนต่อไปนี้ ก็คือเรือนเวลาที่ออกแบบมาเพื่อผู้รักการเดินทาง เพราะไม่ได้วัดความเป็นเลิศเพียงความแม่นยำเท่านั้น แต่ยังผ่านการออกแบบมาให้สามารถตั้งค่าเวลาตั้งแต่สองไทม์โซนขึ้นไปได้อย่างสะดวกรวดเร็ว อ่านค่าเวลาเมืองหลักทั่วโลกได้ชัดเจน ง่ายดาย มั่นใจได้เลยว่า ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน เวลาหมุนไปพร้อมกับคุณเสมอ
Patek Philippe Calatrava Pilot Travel Time 5524G-010

Patek Philippe 5524G-010 Calatrava Pilot Travel Time คือเรือนเวลาที่ผสานมรดกแห่งอุตสาหกรรมการบินเข้ากับฟังก์ชันการเดินทางสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว เหมาะสำหรับนักผจญภัยและผู้ที่ต้องเดินทางข้ามไทม์โซนตลอดเวลา ได้รับแรงบันดาลใจจากนาฬิกานักบินในประวัติศาสตร์ของ Patek Philippe

โดยรุ่นที่นำมาตีความใหม่ในครั้งนี้มาพร้อมตัวเรือนไวท์โกลด์ และหน้าปัดสีขาวงาช้างเคลือบแล็คเกอร์ เพิ่มความชัดเจนและอ่านค่าได้ง่ายในทุกสภาพแสง ตัวเลขเคลือบสารเรืองแสงและเข็มนาฬิการูปทรงดาบอันเป็นเอกลักษณ์ ช่วยให้การอ่านเวลามีความแม่นยำแม้อยู่ในที่มืด ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เดินทางออกสำรวจผจญภัยในสิ่งแวดล้อมที่ยากต่อการควบคุม
กลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์ 26-330 S C FUS ช่วยให้สามารถติดตามเวลาสองไทม์โซนได้อย่างง่ายดาย ระบบปุ่มกดที่พัฒนามาเพื่อให้สามารปรับตั้งเวลาท้องถิ่นอย่างเป็นอิสระ ไม่ส่งผลกระทบต่อความแม่นยำ หน้าปัดย่อยที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา แสดงวันที่ซึ่งปรับตั้งตามเวลาท้องถิ่นโดยอัตโนมัติ
ไม่ว่าจะจัดการตารางงานระดับนานาชาติ หรือเดินทางสำรวจความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติข้ามทวีป กลไกอันชาญฉลาดของนาฬิการุ่นนี้ช่วยให้ผู้สวมใส่รับรู้เวลา กำหนดวางแผน และบรรลุเป้าหมาย ผ่านการบ่งบอกเวลาเมืองที่อยู่ในปัจจุบันและเวลาอีกหนึ่งไทม์โซนได้อย่างไร้รอยต่อ
นอกเหนือจากความสามารถทางเทคนิคแล้ว Patek Philippe Calatrava Pilot Travel Time ใหม่ ตัวเรือนไวท์โกลด์ขนาด 42 มม. นี้ ยังสะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยด้วยสายนาฬิกาคอมโพสิตสีเขียวกากี ที่จับคู่กับตัวล็อควัสดุไวท์โกลด์แบบหัวเข็มขัด (Clevis Prong) ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากสายรัดนิรภัยของนักบิน
การผสมผสานระหว่างความแข็งแกร่งและความหรูหรา ทำให้เรือนเวลานี้เป็นคู่หูที่สมบูรณ์แบบสำหรับนักเดินทางที่ต้องการทั้งฟังก์ชันและความสง่างาม ระบบปุ่มกดปรับไทม์โซนยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ได้รับการจดสิทธิบัตร
เพื่อป้องกันการปรับตั้งค่าโดยไม่ได้ตั้งใจ เพิ่มความมั่นใจในสภาพแวดล้อมที่ต้องการความแม่นยำสูง ด้วยแรงบันดาลใจจากอุตสาหกรรมการบิน ตัวเรือนที่แข็งแกร่ง และการช้งานที่ง่าย สะดวก และปลอดภัย
ทำให้ Patek Philippe Calatrava Pilot Travel Time จัดได้ว่า เป็นนาฬิกาที่เชื่อมต่อความเป็นเลิศด้านวิศวกรรมแห่งเรือนเวลาเข้ากับจิตวิญญาณของนักเดินทางได้อย่างสมบูรณ์แบบ คู่หูที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้ที่ใช้ชีวิตเหนือขอบเขตของเวลาและสถานที่
TUDOR BLACK BAY PRO OPALINE DIAL

สำหรับผู้ที่หลงใหลในการออกเดินทางสำรวจโลกกว้าง Tudor Black Bay Pro หน้าปัดสีขาวเหลือบประกาย คือนาฬิการะดับมืออาชีพและเป็นทั้งเครื่องมือคู่ใจที่เชื่อถือได้ในทุกสถานการณ์ท้าทายในยามออกผจญภัย
หน้าปัดทรงโดมสีขาวเหลือบประกายมาพร้อมกับขีดเครื่องหมายหลักชั่วโมงวัสดุเซรามิก และเข็มสโนว์เฟลกหรือเข็มทรงเกล็ดหิมะ อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Tudor เคลือบสาร Super-LumiNova พร้อมเสริมด้วยการใช้เส้นขอบสีดำ ช่วยให้สามารถอ่านค่าได้อย่างชัดเจนในทุกสภาพแสง
ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพแวดล้อมแถบขั้วโลกที่น้ำแข็งปกคลุมจนขาวโพลน หรือในถ้ำคูหามหึมาที่มืดมิด ขณะที่เข็ม GMT สีเหลือง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรุ่นนี้ ช่วยให้ผู้เดินทางสามารถติดตามเวลาต่างไทม์โซนได้อย่างง่ายดาย จึงเป็นคู่หูที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้ที่ต้องเดินทางข้ามเขตเวลาและภูมิภาคอยู่เสมอ
ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 39 มม. พร้อมขอบหน้าปัดแสดงค่าเวลา 24 ชั่วโมง ขัดแต่งพื้นผิวแบบด้าน และความสามารถกันน้ำได้ถึง 200 เมตร ทำให้ Tudor Black Bay Pro ใหม่ มีความแข็งแกร่งและพร้อมรับมือกับสภาพแวดล้อมสุดขั้ว
กลไกคาลิเบอร์ MT5652 ผ่านการรับรองมาตรฐานความเที่ยงตรง COSC มอบพลังงานสำรองสูงถึง 70 ชั่วโมง และยังเลือกใช้ซิลิคอนแฮร์สปริงเพื่อป้องกันการคลาดเคลื่อนจากสนามแม่เหล็ก เพื่อให้มั่นใจได้ถึงความแม่นยำในทุกสถานการณ์
นาฬิกาที่มีความเป็นมืออาชีพรอบด้านนี้ยังมาพร้อมสายนาฬิกาหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสายผ้า สายยาง หรือสายสตีล พร้อมตัวล็อคระบบ T-fit ที่สามารถปรับขนาดได้อย่างละเอียด เพื่อการสวมใส่ที่แน่นกระชับ สบาย รับกับสรีระที่สุด

JAEGER-LECOULTRE REVERSO TRIBUTE GEOGRAPHIC

เรือนเวลาที่ทรงคุณค่าครบถ้วนในตัว ทั้งประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ความล้ำหน้าด้านนวัตกรรม และงานฝีมือเป็นเลิศ ต้องไม่พลาด Reverso Tribute Geographic เพราะไม่ว่าคุณจะชื่นชอบความเรียบเท่ของตัวเรือนสตีลหรือความสวยหรูแบบตัวเรือนพิงค์โกลด์ 18K ที่เป็นลิมิเต็ดอิดิชันเพียง 150 เรือนทั่วโลก
กลไกคาลิเบอร์ 834 ก็พร้อมเป็นนาฬิกาคู่ใจไม่ว่าจิตวิญญาณที่รักการออกสำรวจผจญภัยของคุณจะพาคุณไปพบความตื่นเต้น ณ ที่ไหนๆ ในโลก เพราะนอกจากหน้าปัดหลักที่ประกอบไปด้วยการแสดงเวลาหน่วยชั่วโมง นาที ช่องแสดงวันที่ขนาดใหญ่ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา และเข็มวินาทีบนหน้าปัดย่อยที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกาแล้ว

และเมื่อพลิกตัวเรือนอีกด้านของ Reverso Tribute Geographic ก็จะพบกับฟังก์ชันเวิลด์ไทม์ที่แสดงเวลาในเมืองสำคัญต่างๆ ทั่วโลก ในรูปแบบที่ไม่ซ้ำใคร เป็นอีกหนึ่งเซอร์ไพรส์ที่ Jaeger-LeCoultre มอบให้คนที่หลงใหลในคอมพลิเคชันชั้นสูงอย่างเวิลด์ไทม์
ด้วยการสลักชื่อเมืองสำคัญๆ ที่เป็นตัวแทนเขตแบ่งเวลาแต่ละไทม์โซนไว้บนตัวเรือน ล้อมรอบวงแหวนแสดงเวลา 24 ชั่วโมงที่แสดงเวลากลางวัน-กลางคืนด้วยการแบ่งสีทูโทน ล้อมรอบแผนที่โลกที่สลักลงรายละเอียดมหาสมุทรแต่ละแห่งด้วยเลเซอร์อย่างละเอียดประณีตเพื่อเสริมให้คมชัดและสร้างมิติ
PANERAI LUMINOR PERPETUAL CALENDAR GMT PLATINUMTECH PAM01575

Luminor Perpetual Calendar GMT Platinumtech PAM01575 คือนาฬิกาที่รวบรวมทั้งความล้ำค่าของวัสดุ Platinumtech™ ความก้าวหน้าทางกลไก และดีไซน์ที่เท่เหนือกาลเวลา
โดยตัวเรือนขนาด 44 มม. วัสดุ Platinumtech™ ซึ่งผสมผสานแพลตินัมบริสุทธิ์ 95% และผ่านกระบวนการปรับสภาพทำให้มีความแข็งแกร่งกว่าแพลตินัมปกติถึง 40% ทำให้ทนทานต่อรอยขีดข่วนมากขึ้น เหมาะสำหรับนักเดินทางและนักสำรวจที่ต้องการความทนทานและความแม่นยำ
พร้อมเสริมการปกป้องด้วยคราวน์การ์ดอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เข็มและขีดเครื่องหมายบอกเวลาเคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova® X2 ช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจนเป็นพิเศษแม้อยู่ในที่แสงน้อย โดยดีไซน์สีน้ำเงินเข้มยังสะท้อนถึงมรดกทางทะเลของ Panerai
หัวใจสำคัญของเรือนเวลานี้คือกลไก P.4100 ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากงานวิจัยที่ใช้เวลายาวนานกว่า 10 ปี ตลับลานคู่ภายในช่วยให้สามารถการสำรองนานถึงสามวัน ระบบการปกป้องกลไกจากแรงกระแทกที่ได้รับการจดสิทธิบัตร และฟังก์ชัน GMT ที่ช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถติดตามเวลาสองไทม์โซนได้อย่างง่ายดาย
ทำให้ Luminor Perpetual Calendar GMT Platinumtech PAM01575 เป็นเรือนเวลาคู่ใจที่สมบูรณ์แบบสำหรับนักเดินทางและนักสำรวจที่ต้องคำนึงถึงเวลาหลายภูมิภาคแม้อยู่ในสภาวะที่ต้องสมบุกสมบันเป็นพิเศษ
นอกจากนี้คาลิเบอร์ P.4100 ยังมีคอมพลิเคชันปฏิทินถาวร แสดงวันที่ได้อย่างแม่นยำต่อเนื่องไปจนถึงปี 2399 และสามารถปรับตั้งค่าได้ง่ายด้วยเม็ดมะยม เลือกจับคู่กับสายหนังจระเข้สุดหรูหรือสายยางเพื่อความคล่องตัว PAM01575 ไม่เพียงเป็นเรือนเวลาที่งามสง่า แต่ยังเป็น คู่หูที่แข็งแกร่งสำหรับการเดินทางทุกรูปแบบ

Ressence Type 7

Ressence Type 7 เป็นนาฬิกา GMT รุ่นแรกที่ Ressence สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อพลิกโฉมนาฬิกาที่เป็นอุปกรณ์ประจำตัวระดับมืออาชีพสำหรับนักเดินทาง ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแบรนด์ที่บ่งบอกเวลาด้วยจานหมุนบนหน้าปัดทรงนูน ที่ช่วยขจัดแสงสะท้อนและการบิดเบือน ช่วยให้การอ่านค่าเวลาถูกต้องแม่นยำ
ภายในตัวเรือนส่วนบนบรรจุ Silicon-based Oil หรือน้ำมันที่เป็นของเหลวโพลีเมอร์สังเคราะห์ชนิดหนึ่งที่มีความเสถียรสูง คงรูปแม้อยู่ในช่วงอุณหภูมิที่ค่อนข้างหลากหลาย มอบประสบการณ์ใหม่ในการแสดงค่าเวลาที่นอกจากจะอ่านค่าได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้นแล้ว ยังมีความคมชัด สวยแปลกตา ทำให้หลายๆ คน อดนึกถึงจอแสดงผลแบบดิจิทัลไม่ได้
ตัวเรือนวัสดุจากไทเทเนียมเกรด 5 ขนาด 41 มม. มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่ง ให้ความทนทานโดยไม่ลดทอนความสบาย เหมาะสำหรับนักเดินทางที่ต้องการความแม่นยำในทุกสถานการณ์
ฟังก์ชัน GMT ที่เพิ่มเข้ามาเป็นครั้งแรกสำหรับ Ressence ช่วยให้ติดตามเวลาหลายไทม์โซนได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับนักสำรวจ อีกหนึ่งฟังก์ชันที่น่าสนใจบนหน้าปัดของ Ressence Type 7 นี้ ยังอยู่ที่การแสดงอุณหภูมิผ่านแถบสีต่างๆ
ทั้ง 11 สี ในช่วงอุณหภูมิตั้งแต่ -5 ถึง 55 องศาเซลเซียส ซึ่งครอบคลุมช่วงอุณหภูมิที่ผู้สวมใส่อาจต้องเผชิญขณะเดินทางออกสำรวจผจญภัยในภูมิอากาศสุดโหด

เรือนเวลานี้ขับเคลื่อนด้วยโมดูล ROCS 7 ซึ่งทำงานร่วมกับกลไก ETA 2824-2 ให้กำลังพลังงานสำรอง 36 ชั่วโมง ตัวเรือนของ Ressence Type 7 แบ่งเป็นสองส่วนปิดผนึกแยกกันอย่างชัดเจน คือส่วนกลไกด้านล่าง และส่วนบนน้ำมัน Silicon-based ปริมาณ 2.95 มล. ไว้เต็ม
และใช้แม่เหล็กซึ่งติดตั้งไว้ตรงตำแหน่งเดียวกันทั้งส่วนบนและส่วนล่าง เป็นกลไกที่ส่งผ่านข้อมูล “เวลา” จากคาลิเบอร์ในห้องเครื่องด้านล่างมาแสดงผลบนหน้าปัดส่วนบน ซึ่งระบบแม่เหล็กนี้ได้รับการปกป้องด้วยระบบซับแรงกระแทกไฮดรอลิกอันชาญฉลาด
ลักษณะการทำงานคล้ายปั๊มไฮดรอลิกที่ส่วนใบพัดจะหมุนเพื่อซับแรงกระแทกเมื่อมีการกระทบจากภายนอก นอกจากนี้ฝาหลังไทเทเนียมยังทำหน้าที่เสมือนเป็นเม็ดมะยมสำหรับการตั้งค่าเวลาอีกหนึ่งฟังก์ชัน
Ressence Type 7 ผลิตออกมาสองแบบ สองสไตล์ ได้แก่ สี Night Blue หรือ สี XV Aquamarine ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 15 ปีที่ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 80 เรือน
จับคู่กับสายนาฬิกาและตัวล็อควัสดุไทเทเนียมเกรด 5 ที่สามารถปรับขนาดได้ 5 ตำแหน่งเพื่อการสวมใส่ที่กระชับ และตัวเลือกสายยางสำหรับวันที่ต้องการความคล่องตัวควบคู่กับความแข็งแกร่งทนทาน เป็นการผสมผสานนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์การใช้งานจริง โดยยังคงความมีลูกเล่นแฝงอยู่ในดีไซน์และรูปแบบการแสดงค่าต่างๆ บนหน้าปัดอย่างลงตัว
ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง
ภาพ | ที่มา: Ressence / PANERAI / JAEGER-LECOULTRE / TUDOR / PATEK PHILIPPE

