Louis Vuitton ตีความกลไกคอมพลิเคชั่นสุดไอคอนิก Spin Time และนำเสนอผ่านผลงานใหม่ 6 รุ่น ซึ่งมีทั้งรุ่นที่สวมใส่ง่ายในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงผลงานมาสเตอร์พีซสุดซับซ้อน

Spin Time คือกลไกคอมพลิเคชั่นที่ Louis Vuitton พัฒนาขึ้นจนขึ้นแท่นผลงานไอคอนิก บรรจุอยู่ในตัวเรือนอันเป็นเอกลักษณ์ของคอลเลกชั่น Tambour จนส่งให้เมซงเป็นที่จับตาในโลกนาฬิกาชั้นสูง… ในวันนี้ Louis Vuitton ได้สร้างสรรค์ผลงานใหม่ในชื่อ Tambour Taiko Spin Time ซึ่งเป็นผลงานลิมิเต็ดเอดิชั่นรวม 6 เวอร์ชั่น โดยยังคงเอกลักษณ์การแสดงชั่วโมงแบบจัมปิ้งที่ไม่เหมือนใคร ทั้งยังทำงานด้วยกลไกอินเฮาส์ที่พัฒนาโดย La Fabrique du Temps Louis Vuitton
กำเนิด Tambour และ Spin Time
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2002 คอลเลกชั่น Tambour สุดไอคอนิกเปิดตัวครั้งแรก นาฬิกาตัวเรือนกลมนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก “กลอง” มาพร้อมดีไซน์ขอบข้างตัวเรือนที่ลาดเอียงเล็กน้อย คอลเลกชั่นนี้ได้รับการตีความนำเสนอพร้อมกลไกคอมพลิเคชั่นในหลายเวอร์ชั่น แต่หนึ่งในรุ่นที่ได้ชื่อว่าไอคอนิกที่สุดก็ต้องยกให้ Tambour Spin Time ซึ่งโดดเด่นเรื่องการนำเอาคอมพลิเคชั่น jumping hour มาตีความใหม่จนเกิดเป็นการแสดงชั่วโมงแบบจัมปิ้งที่ไม่เหมือนใคร
คอนซ็ปต์ของ Spin Time กำเนิดขึ้นเมื่อปี 2007 โดย Michel Navas และ Enrico Barbasini มาสเตอร์วอทช์เมกเกอร์ผู้ก่อตั้ง เวิร์คช็อปผลิตกลไกคอมพลิเคชั่น La Fabrique du Temps แม้จะเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์นาฬิกาตามขนบ แต่ทั้งสองก็ไม่เคยหยุดที่จะพัฒนาสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ ดังเช่น กลไกคอมพลิเคชั่น Spin Time ซึ่งนำแรงบันดาลใจมาจากป้ายแสดงข้อมูลในสถานีรถไฟและสนามบิน จนเกิดเป็นการแสดงชั่วโมงด้วยลูกบาศก์สามมิติจำนวน 12 ลูกที่พลิกแสดงข้อมูลเวลาแบบทันที
กลไก Spin Time ปรากฏอยู่ในนาฬิกาชั้นสูงของ Louis Vuitton มาตั้งแต่ปี 2009 โดยเป็นกลไกแรกที่ทาง La Fabrique du Temps พัฒนาขึ้นเพื่อ Lovis Vuitton และเป็นจุดเริ่มต้นของสายสัมพันธ์ของทั้งสองจนนำไปสู่การผนวก La Fabrique du Temps เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Louis Vuitton ในปี 2011 ตอกย้ำการที่เมซงเข้ามาผลิตนาฬิกาชั้นสูงอย่างจริงจัง โดยเปิดตัวโรงงานผลิตในเขตเมย์แรง (Meyrin) เจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (ซึ่งปัจจุบันทำหน้าที่ผลิตกลไก ตัวเรือน หน้าปัด และเทคนิคหัตถศิลป์หลายแขนง)
“หากปราศจาก Spin Time เราคงไม่ได้ออกเดินทางสู่ความท้าทายในการผลิตนาฬิกาชั้นสูง” Jean Asrnault ผู้อำนวยการฝ่ายนาฬิกาของ Louis Vuitton กล่าว “และถ้าเป็นเช่นนั้น เราก็คงไม่ได้ผนวก La Fabrique du Temps เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเรา ซึ่งเป็นช่วงเวลาแรกเริ่มในการผลิตนาฬิกาของเรา”

ตำนานบทใหม่
ตลอดเวลาที่ผ่านมา คอมพลิเคชั่น Spin Time ได้รับการตีความโดยนวกเข้ากับฟังก์ชั่นอื่นๆ มาแล้วหลายครั้ง เช่น Regatta และ GMT เช่นเดียวกับปีนี้ Louis Vuitton ได้นำเสนอคอมพลิเคชั่น Spin Time ผลงานใหม่ ในชื่อ Tambour Taiko Spin Time ซึ่งตีดวามออกมา 6 รุ่น โดยชื่อ Tambour นั้นมาจากกลองในภาษาฝรั่งเศส ส่วนคำว่า Taiko นั้นมาจากชื่อกลองในพิธีการของญี่ปุ่น
ในแง่ของดีไซน์ของ Tambour Taiko สืบทอดมาจากเส้นสายอันงามสง่าของ Tambour รุ่นใหม่ที่เปิดตัวในปี 2023 โดยด้านข้างตัวเรือนยังคงเอกลักษณ์ความลาดเอียงหมือนกลองดังเดิม แต่ปรับให้ดูเพรียวบางขึ้น มาพร้อมกับดีไซน์ขาตัวเรือนแบบใหม่ที่ดูเพรียว รวมถึงองค์ประกอบต่างๆ ที่ปรับโฉมใหม่ ทั้งอินเด็กซ์ เข็ม ฟอนต์ รวมถึงคำว่า ‘Fab. En Suisse’ (ซึ่งหมายถึง ผลิตในสวิตเซอร์แลนด์) และเพื่อให้ผลงานทั้ง 6 รุ่นมีความสอดคล้องกัน จึงผลิตตัวเรือนด้วยไวท์โกลด์ ตกแต่งด้วยเฉดสีฟ้าอมเทาหรือที่ทางเมซงเรียกว่า dolphin grey เป็นหลัก ดังที่ปรากฏอยู่บนพื้นหน้าปัดและตัวลูกบาศก์ทั้ง 12 (ยกเว้นด้านที่ทำหน้าที่แสดงชั่วโมงซึ่งมาในเฉดสีเทาอ่อน)

กล่าวได้ว่าตัวเรือนใหม่ที่สง่างามและทันสมัยนี้เป็นตัวเรือนที่ซับซ้อนที่สุดที่ทาง La Fabrique du Temps Louis Vuitton เคยผลิตมา โดยผสานเทคนิคการขัดแต่งเล่นแสงอย่างกลมกลืน ตลอดจนองค์ประกอบการตกแต่งเล่นระดับเพื่อเพิ่มมิติ
อย่างด้านข้างของขอบตัวเรือนซึ่งใช้เทคนิคการขัดแบบด้าน ตัดกับตัวอักษรสะกดเป็นชื่อ LOUIS VUITTON ซึ่งขัดแบบเงารวมถึงขาตัวเรือนสุดซับซ้อน ซึ่งต้องอาศัยความชำนาญในการขัดแต่ง โดยด้านข้างเว้าเข้ามาพร้อมพื้นผิวแบบ frost ตัดกับด้านนอกที่ขัดเงาก่อนนำไปติดเข้ากับตัวเรือน
นาฬิกาทุกรุ่นของ Tambour Taiko Spin Time ทำงางานด้วยกลไกอินเฮาส์ที่ La Fabrique du Temps Louis Vuitton พัฒนาขึ้นเพื่อคอลเลกชั่นของเมซงโดยเฉพาะ กลไกอัตโนมัติที่ใช้เป็นเบสในผลงานใหม่นี้ตกแต่งแบบร่วมสมัยในสไตล์เดียวกับกลไก LFT023 ที่ใช้ในนาฬิกา Tambour เมื่อปี 2023
ทั้งโรเตอร์ทองตกแต่งด้วยโมทีฟ LV พร้อมด้วยบริดจ์ที่ตกแต่งด้วยเทคนิคไมโคร-แซนด์บลาสต์ พร้อมขอบขัดเงา เมนเพลทขัดเป็นลายวนให้ลุคตามขนบ ตัดกับอัญมณีสังเคราะห์ไร้สีที่ทำให้ลุคดูอาวองต์การ์ด ทั้งยังทำงานที่ความถี่ 4 เฮิร์ตช์ สำรองพลังงานนาน 45 ชั่วโมง
ไม่เพียงเท่านั้น ตัวลูกบาศก์ยังได้รับการดีไซน์ใหม่ให้มีความโค้งมนมากขึ้นกว่ารุ่นดั้งเดิม ซึ่งให้ลุคที่นุ่มนวลและเล่นแสงได้ดี อีกทั้งยังได้รับการอัพเกรดการทำงาน โดยทาง La Fabrique du Temps Louis Vuitton ได้พัฒนาเฟืองมอลทีสติดตั้งไว้ที่ฐานของลูกบาศก์
ทำให้การพลิกกระโดดของลูกบาศก์สองลูกเกิดขึ้นพร้อมกันในทันทีเมื่อสิ้นสุดชั่วโมงก่อนและเข้าสู่ชั่วโมงใหม่ ทั้งยังให้สะดวกในการปรับตั้งเวลา โดยสามารถหมุนไปข้างหน้าหรือถอยหลังได้ ต่างจาก jumping hour แบบดั้งเดิม ที่หมุนปรับเวลาไปข้างหน้าได้อย่างเดียวเท่านั้น

อัตโนมัติ 42.5 มม. ไวท์โกลด์

42.5 มม. Hwak’s eye ประดับเพชร

ระบบอัตโนมัติ 42.5 มม. ไวท์โกลด์

Tambour Taiko Spin Time หลากรุ่น
ผลงานใหม่ 6 รุ่นนี้ ประกอบด้วย Tambour Taiko Spin Time ตัวเรือนขนาด 39.5 มม. 2 รุ่น ซึ่งมาพร้อมหน้าปัดและฝาหลังทึบ และกันน้ำได้ลึก 100 เมตร โดยมีทั้งรุ่นเรียบง่ายเหมาะแก่การสวมใส่ในชีวิตประจำวัน และรุ่นประดับเพชรบาแก็ตต์บนขอบและขาตัวเรือนรวม 4.3 กะรัต รับกับกลางหน้าปัดซึ่งขัดแต่งลายแบบ hawk’s eye
อีก 2 รุ่นมีชื่อว่า Tambour Taiko Spin Time Air ตัวเรือนขนาด 42.5 มม. พร้อมหน้าปัดแบบโปร่ง เสริมความโดดเด่นให้กับลูกบาศก์แสดงชั่วโมง ซึ่งดูราวกับลอยอยู่กลางอากาศ มีทั้งรุ่นเรียบง่ายสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน และรุ่นประดับเพชรแบบพาเว่กว่า 1,000 เม็ด

ส่วนใครที่หลงใหลในกลไกคอมพลิเคชั่นชั้นสุด ยังมีรุ่น Tambour Taiko Spin Time Air Antipode ซึ่งมาพร้อมคอมพลิเคชั่นเวิลด์ไทม์ แสดงเวลา 24 ไทม์โซน พร้อมเวลากลางวัน-กลางคืน ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องเดินทางรอบโลกและเน้นย้ำดีเอ็นเอศิลปะการเดินทางของ Louis Vuitton
คอมพลิเคชั่น Antipode นี้คิดค้นโดย La Fabrique du Temps Louis Vuitton แสดงเวลาท้องถิ่นด้วยเข็มนาทีแบบสเกเลตันและเข็มชั่วโมงสีเหลืองซึ่งได้แรงบันดาลมาจากด้ายเย็บเครื่องหนังของ Louis Vuitton ซึ่งติดตั้งบนแผ่นดิสก์ก็ตกแต่งเป็นลายแผนที่โลก ส่วนเวิลด์ไทม์นั้นแสดงโดยลูกบาศก์ทั้ง 12 ในคอมพลิเคชั่น Spin Time ซึ่งหมุนแผนที่โลกอีกที ตัวเลขชั่วโมงซึ่งอยู่ใกล้กับแต่ละลูกบาศก็บ่งบอกเวลาของสองเมืองที่มีชื่อปรากฏบนลูกบาศก์
โดยสองเมืองที่อยู่บนลูกบาศก์เดียวกัน เวลาจะห่างกัน 12 ชั่วโมง และยังใช้สีฟ้าเทาแสดงช่วงเวลากลางคืน และสีเทาอ่อนแสดงช่วงเวลากลางวัน การแสดงชื่อสองเมืองบนลูกบาศก็เดียวกันนี้ทำให้กลไกนี้แตกต่างคอมพลิเคชั่นเวิลด์ไทม์ทั่วไป ทั้งยังสามารถอ่านค่าเวลาได้ง่ายและชัดเจนด้วย


สุดท้ายคือ Tambour Taiko Spin Time Air Tourbillon ซึ่งเป็นการผนวก Spin Time เข้ากับคอมพลิเคชั่นทูร์บิญองเข้าด้วยกันเป็นครั้งแรก ซึ่งในการติดตั้งกลไกทั้งสองนั้นเต็มไปด้วยความท้ายลูกบาศก์กินพื้นที่รอบหน้าปัดส่วนใหญ่ จึงต้องติดตั้งฟลายอิ้งทูร์บิญองไว้กลางหน้าปิด และทำให้ต้องโมดิฟายกลไกอัตโนมัติใหม่
และเพื่อบ่งบอกถึงความเป็น Louis Vuitton จึงได้ออกแบบกรงทูร์บิญองเป็นรูปทรง Monogram Flower ราวกับมีดอกไม้เบ่งบานอยู่กลางหน้าปัดซึ่งหมุนครบรอบทุกๆ หนึ่งนาที
ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง
รูปภาพจาก Louis Vuitton

