การกลับมาอย่างน่าทึ่งของ Longines Ultra-Chron

Date:

Longines Ultra-Chron Carbon ตำนานที่คืนชีพด้วยนวัตกรรมใหม่สำหรับ Longines

Longines Ultra-Chron Carbon เป็นนาฬิกาที่แสดงถึงการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างนวัตกรรมและมรดกทางการออกแบบของ Longines โดยเป็นนาฬิกาเรือนแรกของทางแบรนด์ที่ใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งมีคุณสมบัติทั้งเบาและแข็งแรง ทำให้ทนทานต่อการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ย้อนกลับไปในปี 1968 Longines ได้นำนาฬิกาดำน้ำรุ่น Ultra-Chron ที่มาพร้อมกลไกความถี่ 5Hz ซึ่งทำให้กลายเป็นนาฬิกาดำน้ำที่มีความถี่สูงเป็นครั้งแรกในโลก และในปี 2022 นาฬิกานี้กลับมาอีกครั้งในรูปแบบใหม่ที่มีดีไซน์ย้อนยุคแต่ทันสมัย และในปี 2025 นี้ Ultra-Chron ก็มาพร้อมกับวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ซึ่งดูดุดันแบบไม่เกรงใจใคร

ตัวเรือน Ultra-Chron Carbon ถูกออกแบบมาให้มีลวดลายคาร์บอนที่โดดเด่น ผสมผสานชิ้นส่วนโลหะที่เพิ่มความหรูหรา ในนาฬิการุ่นนี้ใช้กลไกอัตโนมัติความถี่สูงที่พัฒนาต่อเนื่องจากรุ่นก่อน เพื่อความเที่ยงตรง โดยมีจุดเด่นในการมอบพลังงานสำรองได้ถึง 52 ชั่วโมง

นาฬิการุ่นนี้มีขนาดตัวเรือน 43 มม. และหนา 14 มม. พร้อมความสามารถในการกันน้ำถึง 300 เมตร หน้าปัดสีเทาอ่อนมีพรายน้ำสี่เหลี่ยมเรืองแสง Super-Luminova รวมถึงโลโก้ Ultra-Chron ที่ให้ความรู้สึกเก่าแก่ผสมผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ นอกจากนี้ ตัวเรือนยังมีน้ำหนักเบาโดยเมื่อรวมสายแล้ว มีน้ำหนักแค่เพียง 80 กรัม

Ultra-Chron Carbon มิได้เป็นเพียงนาฬิกาบอกเวลา แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้งของ Longines เหมาะสำหรับนักสะสมนาฬิกาที่แสวงหาความโดดเด่นในด้านการออกแบบและคุณภาพการทำงานอย่างแท้จริง สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Longines.com

ข้อมูลทางเทคนิค
Longines Ultra-Chron Carbon

  • ตัวเรือน: เส้นผ่านศูนย์กลาง ขนาด 43 มม. หนา 14 มม. ตัวเรือนทรงคิวชั่น วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ เม็ดมะยมและฝาหลังเป็นไทเทเนียม / ขอบไทเทเนียม แผ่นวงแหวนด้านในเป็นอลูมิเนียมสีดำและหมายเลขสีเงิน / กระจกแซพไฟร์เคลือบสารกันแสงสะท้อน / กันน้ำได้ถึง 300 เมตร / น้ำหนัก 80 กรัม (รวมสาย)
  • หน้าปัด: สีเทาแอนธราไซท์ ผิวพ่นทราย / หลักชั่วโมงสีเงิน เคลือบ Super-LumiNova สีน้ำเงิน / เข็มบอกชั่วโมงและนาทีทรงสี่เหลี่ยมเคลือบ PVD สีเทาและสารเรืองแสง / โลโก้ Ultra-Chron แบบดั้งเดิมที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา
  • กลไก: กลไก L836.6 / อัตโนมัติ / ความถี่ 5Hz/36,600 รอบต่อนาที / รับรองโครโนมิเตอร์โดย TimeLab เจนีวา / บาลานซ์สปริงซิลิคอนกันกระแสแม่เหล็ก / สำรองพลังงาน 52 ชั่วโมง
  • สาย: สายผ้าเทคนิคสีดำพร้อมหัวเข็มขัดไทเทเนียม

“ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง”

Share post:

More like this

The Sphere Series 5 ผลงานรุ่นล่าสุดจาก Hautlence ที่นำเสนอลูกบอลแกะสลักสีขาวหมุนวนบนแกนสามแกนเพื่อบอกเวลาแบบ Jump Hour

สัมผัสมุมมองใหม่แห่งโลกเรือนเวลาผ่าน Hautlence The Sphere Series 5 งานประติมากรรมกลไกสามมิติบนตัวเรือนไทเทเนียมไร้ขา ที่ผสมผสานลูกบอลบอกชั่วโมงแบบ Jump Hour และเข็มนาที Retrograde เข้ากับสุนทรียภาพสีโมโนโครมได้อย่างลงตัว

Oris Aquis Date Kelp Forest Limited Edition ทำไมเรือนนี้ถึงน่าสนใจในตลาดนาฬิกาสปอร์ตดำน้ำ?

เปิดตัว Oris Aquis Date Kelp Forest Limited Edition ความสนุกของหน้าปัดเรือนนี้อยู่ที่เทคนิคพิมพ์ 3 มิติ (3D-printed surface treatment) ซึ่ง Oris ตั้งใจจำลองพื้นผิวของ "สาหร่ายเคลป์" เวลาโดนแสงแดดส่องผ่านน้ำทะเลสว่างวูบวาบ

Urwerk UR-300 Time Quantum มาพร้อมนวัตกรรม T-Frame พลิกโฉม 30 ปี Wandering Hours

เจาะลึก Urwerk UR-300 Time Quantum การปฏิวัติระบบ Wandering Hours ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปี ด้วยการสลัดแขนยึดสมมาตรแบบเดิม ทิ้ง แล้วแทนที่ด้วยโครงสร้าง T-Frame คานสลับตำแหน่งกระโดดเปลี่ยนองศาในเสี้ยววินาที พร้อมตัวเรือนไทเทเนียมรูปทรงใหม่สุดล้ำ

Bell & Ross BR-03 Space Mission เมื่อนาฬิกาทรงสี่เหลี่ยมหน้าปัดห้องนักบิน ถอดเข็มออกแล้วย้ายไปอยู่ในอวกาศ

Bell & Ross ตีความนาฬิกาทรงสี่เหลี่ยมระดับไอคอนิกใหม่ในรุ่น BR-03 Space Mission ถอดเข็มนาฬิกาแบบเดิมออก แล้วใช้แผ่นดิสก์หมุนจำลองการโคจรของยานอวกาศ Vortex และดวงจันทร์บนพื้นหน้าปัดแก้วอเวนจูรีนสีดำประกายดาว ในตัวเรือนเซรามิกดำขัดทรายขนาด 41 มม. ผลิตจำกัด 999 เรือน