Tissot ดึงตัวตนของนักบาสเกตบอลซูเปอร์สตาร์ Damian Lillard มาถ่ายทอดลงบนเรือนเวลา PRX Skeleton พร้อมลูกเล่นพกพาสไตล์พ็อกเก็ตวอทช์
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเส้นแบ่งระหว่างกระแสวัฒนธรรมร่วมสมัยกับโลกแห่งเรือนจักรกลสวิสนั้น แท้จริงแล้วบางเบากว่าที่เราคิด บ่อยครั้งเรามักจะได้เห็นโลกสตรีทฟุตบอล ดนตรี และบาสเกตบอลโคจรมาบรรจบกับความประณีตของแบรนด์เก่าแก่ แล้วการขยับตัวแต่ละครั้งจึงมักสร้างแรงกระเพื่อมที่น่าสนใจให้กับคนในวงการสื่อนาฬิกาเสมอ สำหรับการเปิดตัว Tissot PRX Skeleton Damian Lillard Special Edition รุ่นล่าสุดบนหน้าฟีดเมื่อไม่นานมานี้ มีหลายอย่างที่ดูน่าสนใจอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะโครงสร้างหน้าปัดสเกเลตันโทนสีเบอร์กันดีที่สะท้อนถึงคาแรคเตอร์เฉพาะตัวได้อย่างชัดเจน จริงๆ ถ้าย้อนกลับไปมองกระแสความคลั่งไคล้ในตระกูล PRX ที่เริ่มจุดประกายความนิยมตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงนักสะสมรุ่นใหญ่ ความสำเร็จของเรือนเวลารุ่นนี้นั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญ แต่เกิดจากการที่แบรนด์กล้าดึงเอากลิ่นอายเรโทรยุคเจ็ดสิบมาย่อยใหม่ให้เข้ากับยุคสมัยขึ้น และเมื่อต้องมาร่วมงานกับนักบาสเกตบอลซูเปอร์สตาร์อย่างเดเวียน ลิลลาร์ด ชายผู้ที่มีตัวตนชัดเจนทั้งในและนอกสนาม โจทก์ของการออกแบบจึงไม่ใช่แค่การพิมพ์โลโก้แปะลงไปบนหน้าปัดเหมือนสินค้าแฟชั่นทั่วไปแบบที่เราเห็น แต่เป็นการถอดรหัสลึกลงไปถึงจิตวิญญาณและความเป็นตัวตนของนักกีฬาคนนี้ออกมาเป็นงานวิศวกรรมบนข้อมือ

ถ้าหากคุณใช้เวลาคลุกคลีอยู่กับการแกะรอยความเปลี่ยนแปลงของวงการนาฬิกา น่าจะทราบดีว่าการทำนาฬิกาสเกเลตันหรือหน้าปัดเปลือยกลไก มักจะมาพร้อมกับความเสี่ยงเรื่องความยากในการอ่านค่าเวลา เพราะเมื่อรายละเอียดของฟันเฟืองและสะพานจักรด้านในซ้อนทับกันแน่นจนเกินไป เส้นสายตาทุกอย่างจะตีกันจนดูลายตาไปหมด แต่สำหรับรุ่นพิเศษนี้แบรนด์กลับเลือกใช้หน้าปัดโทนสีเบอร์กันดีที่ดูเข้มขรึมกลับช่วยขับให้เข็มและหลักชั่วโมงโดดเด่นขึ้นมาอย่างน่าทึ่ง แล้วถ้ามองทะลุลงไปภายใต้กระจกแซฟไฟร์ก็จะเห็นกลไกไขลานที่กำลังทำงานสอดประสานกันอย่างเป็นจังหวะ ทำให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังยืนมองเครื่องยนต์ทรงพลังที่ถูกย่อส่วนลงมาอย่างประณีต บนตัวเรือนขนาด 44 มิลลิเมตรที่มาพร้อมกับความหนาเพียง 11.20 มิลลิเมตร ช่วยลดความรู้สึกเทอะทะลงไปได้เยอะเลย ทำให้เวลาเราขึ้นข้อมันจะไม่ได้ดูเกะกะอย่างที่หลายคนกังวล (ตอนเห็นตัวเลขขนาดหน้าปัดบนหน้ากระดาษ)

อีกหนึ่งจุดที่เรามองว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจและสะท้อนถึงความกล้าคิดกล้าทำของโปรเจกต์นี้ก็คือ การนำเสนอทางเลือกในการสวมใส่ที่ดูจะฉีกจากกรอบเดิมๆ อยู่มาก เพราะนอกจากสายรัดตามปกติที่เราคุ้นเคยแบรนด์ยังมีการเพิ่มลูกเล่นด้วยโซ่โลหะที่ช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถเกี่ยวพกพาเรือนเวลานี้ไว้ในกระเป๋ากางเกง หรือนำไปประดับเข้ากับแอคเซสเซอรีอย่างกระเป๋าเดินทางได้เหมือนนาฬิกาพกยุคคลาสสิก นับเป็นการผสมผสานกลิ่นอายความวินเทจแบบพ็อกเก็ตวอทช์เข้ากับความดิบเท่ของสตรีทแฟชั่นยุคใหม่ ทำให้เราเห็นได้ชัดเลยว่าเส้นตายระหว่างความอนุรักษ์นิยมกับความขบถถูกทลายลงอย่างราบคาบ

ตอนเห็นเรือนนี้ครั้งแรก เราลองตั้งคำถามเล่นๆ กับตัวเองว่า ทำไมนาฬิกาคอลเลกชันพิเศษที่จับมือกับคนดังถึงมักจะหมดลงอย่างรวดเร็ว เอาจริงๆ คำตอบคงไม่ใช่แค่เรื่องของการเก็งกำไรในตลาดรีเซลอะไรหรอก แต่มันคือเรื่องของความหมายทางใจที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง ลองคิดดูว่าเมื่อเราสวมนาฬิกาเรือนหนึ่ง เราไม่ได้แค่อยากรู้ว่าตอนนี้กี่โมง แต่เรากำลังสวมเรื่องราว ความฝัน และทัศนคติของผู้สร้างและผู้ถ่ายทอดเรื่องราวนั้นๆ ไว้บนข้อมือ (เชื่อว่าหลายคนก็เป็น) แล้วการที่นักกีฬาบาสเกตบอลระดับแถวหน้าเลือกที่จะถ่ายทอดตัวตนผ่านงานกลไกสวิสเมด มันยิ่งสะท้อนว่า คำว่ารสนิยมนั้นไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในห้องสูทอัปเกรดอีกต่อไปแล้ว แต่สามารถเดินทางไปอยู่บนสนามแข่ง บนเวทีดนตรี หรือแม้แต่ในชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ได้อย่างกลมกลืน ลงตัว



ทีนี้เรามาดูในแง่ของฟังก์ชั่น และกลไกลภายใน เรือนนี้มีการเลือกใช้กลไกจักรกลที่มีพลังงานสำรองราวๆ 52 ชั่วโมง มาพร้อมความสามารถในการกันน้ำระดับ 10 บาร์ (100 เมตร) ทำให้เราเห็นว่าเบื้องหลังดีไซน์ที่ดูแฟชั่นจ๋าเรือนนี้ ยังคงซ่อนสมรรถนะการใช้งานจริงที่ไว้ใจได้ในแบบฉบับของแบรนด์สวิสเก่าแก่ เชื่อถือได้ ไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่าการทำหน้าที่ของเครื่องมือบอกเวลาที่ดี พร้อมกับแต่งแต้มจิตวิญญาณแห่งความเป็นตัวของตัวเองลงไปในทุกมิลลิเมตรของตัวเรือน

ในฐานะคนทำงานสื่อที่นั่งมองความผันผวนของเทรนด์นาฬิกามาระยะหนึ่ง ต้องบอกว่าหลายยุคหลายสมัย การได้เห็นโปรเจกต์แบบนี้เกิดขึ้นทำให้รู้สึกว่าโลกของ horology ยังมีพื้นที่ให้เราได้ยิ้มมุมปากและตื่นเต้นอยู่เสมอ หลายๆการขยับตัว เปลี่ยนแปลง พัฒนา มันล้วนพิสูจน์ให้เห็นว่าความคลาสสิกไม่จำเป็นต้องน่าเบื่อ และความทันสมัยก็ไม่จำเป็นต้องสูญเสียรากเหง้าดั้งเดิมไป


และจริงๆ บางที การที่เรามองหานาฬิกาสักเรือนมาใส่ในตอนนี้ อาจไม่ใช่การวิ่งตามกระแสหลักที่ใครๆ ก็ใส่กัน แต่เป็นการตามหาชิ้นงานที่สามารถจุดประกายบทสนทนาและบอกเล่าได้ทันทีว่าเราคือใครเมื่อมันมาทาบอยู่บนข้อมือ ยิ่งกับคอลเลกชั่นนี้ ถ้าวันไหนเบื่อการคาดสายรัดข้อมือแบบเดิมๆ เราก็สามารถหยิบโซ่เงินมาเกี่ยวพกพาแบบสตรีทสไตล์ได้ ก็คงเป็นความสนุกอีกรูปแบบหนึ่งที่ช่วยเติมสีสันให้วันธรรมดาๆ ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป ลองจินตนาการตามดูว่าถ้าคุณมีเรือนเวลาสเกเลตันสีเบอร์กันดีเรือนนี้อยู่ในมือ คุณอยากจะหยิบมันไปคอมพลีทลุคในวันออกไปเดินเก็บบรรยากาศย่านเมืองเก่า หรือวันนั่งทำงานในคาเฟ่ชิลๆ มากกว่ากัน
ข้อมูลทางเทคนิค
- ชื่อรุ่น: Tissot PRX Skeleton Damian Lillard Special Edition
- ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล ขนาด 44 มิลลิเมตร ความหนา 11.20 มิลลิเมตร พร้อมกระจกแซฟไฟร์ป้องกันรอยขีดข่วน
- หน้าปัด: สเกเลตัน (Skeleton) เปลือยกลไก โทนสีเบอร์กันดีเข้มขรึม
- ฟังก์ชั่น: แสดงชั่วโมง นาที และวินาที
- กลไก: กลไกไขลานอัตโนมัติ (Automatic Mechanical Movement) สำรองพลังงานราว 52 ชั่วโมง
- การกันน้ำ: 10 บาร์ (ประมาณ 100 เมตร)
- สายนาฬิกา: สายสเตนเลสสตีลดีไซน์เอกลักษณ์ประจำตระกูล PRX พร้อมทางเลือกในการปรับเปลี่ยนสไตล์การพกพา
อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Jaeger-LeCoultre พาเปิดเบื้องหลังความนิ่งและสมาธิของ หวัง ชุ่น นักกีฬาว่ายน้ำโอลิมปิก ในซีรีส์สารคดี The Hour Before
เปิดตำนาน Ulysse Nardin ‘Freak’
GPHG กับภารกิจขับเคลื่อนวัฒนธรรมนาฬิกาโลก

