Zenith Chronomaster Solo Sport มิติใหม่ของตระกูล Chronomaster ที่มาในรูปแบบเรือนเวลาสามเข็ม

Date:

การเผยโฉมนาฬิกาแบบบอกเวลาสามเข็ม (Three-hand Watch) รุ่นใหม่จาก Zenith ได้จุดประเด็นตั้งคำถามอันน่าสนใจว่าสิ่งใดกันแน่คือคำนิยามและดีเอ็นเอที่แท้จริงของการเป็นนาฬิกา Chronomaster?

Zenith เปิดตัว Chronomaster Sport ขึ้นเป็นครั้งแรกในเดือนมกราคมปี 2021 พร้อมกับคุณสมบัติอันน่าดึงดูดใจอย่างยิ่ง โดยการนำเอาองค์ประกอบทางประวัติศาสตร์ของกลไก El Primero มาปัดฝุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นหน้าปัดย่อยแบบสามวงวางเหลื่อมกัน (Three Overlapping Counters) ซึ่งปรากฏโฉมครั้งแรกบนรุ่น A386 เมื่อปี 1969 แล้วนำมาบรรจุไว้ในเรือนเวลาสปอร์ตโครโนกราฟสแตนเลสสตีลขนาดร่วมสมัย 41 มิลลิเมตร พร้อมขอบตัวเรือนเซรามิก

ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ กลไก El Primero 3600 อาศัยความถี่สูงระดับ 5 เฮิรตซ์ (Hz) ในการวัดค่าเวลาได้ละเอียดถึง 1/10 ของวินาที โดยเข็มจับวัตถุกลางหน้าปัดจะหมุนครบรอบหน้าปัดทุกๆ 10 วินาที จนกระทั่งในเดือนพฤศจิกายนของปีเดียวกัน Chronomaster Sport ก็สามารถคว้าสถาบันรางวัลอันทรงเกียรติ GPHG ในสาขา Chronograph Watch Prize ไปครองได้สำเร็จ

ผ่านพ้นมาห้าปี Zenith ตัดสินใจทดลองถอดฟังก์ชั่นจับเวลาโครโนกราฟออกจากเรือนเวลานี้ ซึ่งนับเป็นการเคลื่อนไหวที่มีความหมายลึกซึ้งยิ่งกว่าเพียงแค่การตัดปุ่มกดสองปุ่มและหน้าปัดย่อยสามวงออกไป เพราะโดยจุดกำเนิดแล้ว El Primero ถือกำเนิดขึ้นในปี 1969 ในฐานะกลไกออโตเมติกโครโนกราฟความถี่สูง และชื่อของ Chronomaster ก็ผูกติดอยู่กับฟังก์ชั่นจับเวลานี้อย่างแยกไม่ออก ทว่าในวันนี้ เรากลับได้เห็น Chronomaster ขนาดตัวเรือน 40 มิลลิเมตร ที่ทำหน้าที่แสดงเพียงชั่วโมง นาที และวินาทีกลางหน้าปัด พร้อมช่องมองวันที่ใน 3 จาก 4 เวอร์ชันที่เปิดตัว

ในมิติต่างๆ นาฬิการุ่นใหม่นี้กลับทวีความเปรี้ยวสปอร์ตยิ่งกว่ารุ่น Chronomaster Sport เสียอีก ระดับการกันน้ำถูกอัปเกรดขึ้นจาก 100 เมตร เพิ่มเป็น 200 เมตร พร้อมปรับเปลี่ยนเม็ดมะยมให้เป็นระบบขันเกลียวล็อกและเสริมชิ้นส่วนบ่าปกป้องเม็ดมะยม (Crown Protectors)

ขณะเดียวกัน ขอบตัวเรือนเซรามิกที่เคยสลักสเกลวัดค่า 1/10 วินาทีแบบยึดอยู่กับที่ของรุ่น Chronomaster Sport ก็ถูกแทนที่ด้วยขอบตัวเรือนเซรามิกหมุนได้ทิศทางเดียว (Unidirectional Rotating Bezel) ซึ่งส่งผลให้รูปลักษณ์ภายนอกเริ่มเฉียดเข้าใกล้ดีไซน์ของนาฬิกาดำน้ำ (Dive Watch) มากยิ่งขึ้น แม้ว่า Zenith จะไม่ได้ระบุเรียกเรือนเวลานี้ว่าเป็นนาฬิกาดำน้ำอย่างเป็นทางการก็ตาม 

ภายในตัวเรือน สายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับ El Primero ยังคงอยู่เต็มเปี่ยม กลไกออโตเมติก Caliber 3620 ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจาก Caliber 3600 โดยยังคงทำงานด้วยความถี่สูงอันคุ้นเคยที่ 36,000 ครั้งต่อชั่วโมง (5 เฮิรตซ์) พร้อมพลังงานสำรองยาวนาน 60 ชั่วโมง

นอกจากนี้ หน้าปัดเซรามิกยังเปิดตัวองค์ประกอบใหม่อีกหนึ่งอย่าง นั่นคือ ลวดลายสัญลักษณ์ตัว ‘Z’ ทำมุม 45 องศาซ้ำกันอย่างเป็นระเบียบ ล้อมรอบด้วยสเกลนาทีดีไซน์คมคายทรง “ฟันฉลาม” (Shark Tooth) 

ตัวเลือกหน้าปัดมีให้เลือกทั้งรุ่นแสดงวันที่ในสีขาว สีดำ และสีน้ำตาล พร้อมด้วยรุ่นสีดำแบบไม่มีหน้าต่างแสดงวันที่ (No-date) ซึ่งมีแนวโน้มอย่างยิ่งที่จะกลายเป็นรุ่นโปรดในดวงใจของเหล่านักสะสม และนั่นคือจุดที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจยิ่งขึ้น เพราะนักสะสมบางกลุ่มอาจมองว่า Solo Sport คือ Chronomaster ที่พวกเขารอคอยมานาน ด้วยขนาดตัวเรือน 40 มิลลิเมตร ที่มีความแข็งแกร่ง ทนทาน ไร้ความซับซ้อน และเหมาะสำหรับการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน (Everyday Wear) ได้อย่างแท้จริง

ขณะที่อีกกลุ่มก็อาจตั้งข้อสงสัยอย่างมีเหตุผลว่า การตัดฟังก์ชั่นโครโนกราฟออกไปนั้น ได้ถอดถอนหัวใจสำคัญที่เคยนิยามความเป็น Chronomaster ออกไปด้วยหรือไม่ และบางที สิ่งที่น่าหลงใหลที่สุดเกี่ยวกับ Solo Sport ก็คือการที่ความคิดเห็นของทั้งสองฝั่งต่างมีน้ำหนักและมุมมองที่น่ารับฟังด้วยกันทั้งคู่ 

ข้อมูลทางเทคนิค
  • ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล ขนาด 40 มม. พร้อมขอบตัวเรือนเซรามิกหมุนได้ทิศทางเดียว (Unidirectional Rotating Ceramic Bezel) และระบบเม็ดมะยมขันเกลียว กันน้ำได้ลึก 200 เมตร
  • หน้าปัด: เซรามิกสลักลวดลายตัว ‘Z’ ทำมุม 45 องศาซ้ำอย่างเป็นระเบียบ ล้อมรอบด้วยสเกลนาทีทรง “ฟันฉลาม” (Shark Tooth)
  • ฟังก์ชั่น: แสดงชั่วโมง, นาที, วินาทีกลางหน้าปัด และช่องมองวันที่ (มีในรุ่นหน้าปัดสีขาว, ดำ และน้ำตาล)
  • กลไก: กลไกออโตเมติก ความถี่สูง อินเฮาส์ El Primero Caliber 3620 ความถี่ 36,000 ครั้ง/ชม. (5Hz) สำรองพลังงานยาวนาน 60 ชั่วโมง
  • สายนาฬิกา: สายสเตนเลสสตีลแบบ 3 ข้อ (Three-link Bracelet) พร้อมตัวล็อคแบบบานพับ Zenclasp ที่มีระบบปรับความยาวสายอย่างละเอียดโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ (Tool-free Micro-adjustment)

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
De Bethune ยกระดับเรือนเวลา Jump Hour ขึ้นไปอีกขั้นด้วย DB25 Digitale
บ้าคลั่งไปกับ M.A.D. 3 
Bremont Terra Nova Jumping Hour รุ่นใหม่ ก้าวล้ำเหนือชั้นกว่าเคย

Share post:

More like this

เบื้องหลังบรรยากาศอันมีชีวิตชีวาของมหกรรมนาฬิกาแห่งปีใน Geneva Watch Days 2026 แล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้างหลังจากงานนี้?

Geneva Watch Days 2026 สร้างสถิติใหม่ด้วย 71 แบรนด์ชั้นนำ และเปิดตัวเรือนเวลาใหม่เกือบ 400 เรือน ต้อนรับนักสะสมและผู้หลงใหลในเรือนเวลากว่า 2,500 คน พร้อมระดมทุนการกุศลกว่า 115,500 ฟรังก์สวิส เพื่อสนับสนุนคนทำนาฬิการุ่นใหม่

Girard-Perregaux ต่อยอดการฉลองครบรอบ 50 โมเดล Laureato ด้วย Laureato Fifty Tourbillon Micro-Rotor 39 m

นอกจากขนาดตัวเรือนที่เล็กลงแล้วยังยกระดับไปอีกขั้นด้วยทูร์บิญองและไมโครโรเตอร์ เราได้เห็นพัฒนาการของนาฬิกาสปอร์ตหรูรุ่น Laureato จาก Girard-Perregaux อย่างต่อเนื่อง และในปีที่ 50 ของนาฬิการะดับไอคอนิกรุ่นนี้เราก็ได้เห็น การปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยพร้อมกับการก้าวไปอีกขั้นของ...

ทำไม Czapek ถึงยอมกลับมาปักหลักที่เดิมในเจนีวา? พร้อมส่อง 2 รุ่นลิมิเต็ดเอาใจคนรักนาฬิกา

พาไปหาคำตอบว่าทำไม Czapek & Cie ถึงเลือกย้อนกลับสู่จุดเริ่มต้น ณ นครเจนีวา พร้อมเจาะลึกคอนเซปต์บูติกใหม่ไร้เคาน์เตอร์กั้น และเผยความพิเศษของ 2 เรือนเวลารุ่นจำกัดอย่าง Quai des Bergues "Midnight in Geneva" และ Place Vendôme Complicité Glacier Blue ที่สายสะสมไม่ควรพลาด

Hublot เปิดตัว Big Bang Original Soft Touch กับสัมผัสใหม่ที่ละมุนกว่าเดิม

ลุคใหม่ที่ซอฟต์กว่าเดิม แต่ยังคงโดดเด่นท้าทายทุกสายตาเช่นเคย  ภายในงาน Geneva Watch Days 2026 Hublot ได้เปิดตัวนาฬิกา Big...