พร้อมเสิร์ฟมื้อแรกแล้ววันนี้ ที่ Bull & Bear โรงแรม Waldorf Astoria Bangkok

ช่วงเวลาสุดพิเศษไม่ได้มีแค่ยามที่ได้จ้องมองนาฬิกาเรือนโปรด แต่เป็นการได้สวมนาฬิกาในฝันไปดินเนอร์กับคนที่อยากใช้เวลาด้วยในมื้ออาหารรสเลิศต่างหากล่ะ และเมื่อได้ข่าวว่า ห้องอาหาร Bull & Bear ชั้น 55 โรงแรม Waldorf Astoria Bangkok กำลังจะเผยโฉมเมนูใหม่ ที่จัดเต็มทั้งในไลน์สเต๊กและซีฟู้ด ด้วยวัตถุดิบเกรดพรีเมี่ยมและสไตล์การปรุงที่ถูกปากคนเอเชียด้วยฝีมือของเชฟจิ๋ว-หทัยรัตน์ อุระพันธมาศ เราก็รู้แล้วว่าต้องพานาฬิกาเรือนโปรดเรือนใหม่ไปโชว์ตัวที่ไหน ถึงจะอัพเกรดช่วงเวลาพิเศษให้เป็นช่วงเวลาคุณภาพอย่างแท้จริง
เมื่อวัตถุดิบชั้นเลิศจากทั่วโลกถูกปรุงด้วยรสมือเชฟไทย


อาหารรสเลิศเริ่มต้นจากวัตถุดิบชั้นเยี่ยมเสมอ ยิ่งสำหรับสเต๊กเฮาส์แล้ว ‘เนื้อสัตว์’ ที่เป็นตัวเอกของจาน ต้องผ่านการคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน และที่ Bull & Bear เนื้อวัวที่เป็นวัตถุดิบหลักของสเต๊กเนื้อนุ่มล้วนเดินทางมาจากแหล่งผลิตชั้นเลิศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และยุโรป ไม่เพียงแต่มาจากแหล่งกำเนิดที่ได้รับการยอมรับ เนื้อแต่ละชนิดยังได้รับการคัดเลือกจากสายพันธุ์ วิธีการเลี้ยงดู และเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละภูมิภาค เพื่อสะท้อนแนวคิด ‘Terroir of Beef’ หรืออัตลักษณ์ของเนื้อจากแหล่งกำเนิดที่แตกต่างกัน เนื้อ American Wagyu ให้รสเข้มข้นถึงใจ แต่ถ้าใครชอบเนื้อสายละมุนต้องเลือกไปทางเนื้อ Australian Wagyu หรือ ‘Samurai Beef’ วากิวหายากจากจังหวัดไซตามะ ประเทศญี่ปุ่น ที่ดำเนินการโดยฟาร์มครอบครัวซึ่งสืบทอดการเลี้ยงวากิวมากกว่า 3 รุ่น และได้รับรางวัลการันตีระดับประเทศจากประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย

เนื้อวัวชั้นเยี่ยมจากหลากแหล่งที่มาจะถูกส่งไปเข้า Bull & Bear Dry-Aged Program ซึ่งเป็นการปรุงโดยใช้เทคนิคการบ่มเนื้อเพื่อเพิ่มมิติของรสชาติและเนื้อสัมผัสให้ลุ่มลึกยิ่งขึ้น เมนูเด่นที่ต้องลองคือ Australian Black Angus NY Strip Steak ที่ผ่านกระบวนการ Whiskey Butter Aging นานกว่า 35 วัน หรือร่วมเดือนนิดๆ เลยทีเดียว เนื้อที่บ่มจนได้รสและสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ผสานเข้ากับกลิ่นอายของ Michter’s Kentucky Rye Whiskey ยิ่งเพิ่มกลิ่นหอมที่ซับซ้อน รสเข้มข้น และนุ่มละมุนในทุกคำที่ได้ลิ้มลอง

หรือจะเลือกโปรแกรม Bull & Bear Prime Cuts Voyage ที่นำเสนอเนื้อวัวจากสามประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น ให้ได้เปรียบเทียบอัตลักษณ์ของรสชาติ เนื้อสัมผัส และระดับไขมันแทรกที่แตกต่างกันของแต่ละสายพันธุ์ เนื้อวัวในโปรแกรมนี้มีสามสัญชาติด้วยกัน ได้แก่ American Wagyu Ribeye (MBS 6/7), Australian Wagyu Tenderloin (MBS 6/7) และ Bushu Wagyu Striploin A5 จากจังหวัดไซตามะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเลี้ยงด้วยสูตรอาหารพิเศษที่มีส่วนผสมของกากสาเกและแอปเปิ้ล ซึ่งแน่นอนว่า ให้กลิ่นหอมที่มีเอกลักษณ์ และเนื้อสัมผัสนุ่มนวล
และถ้าหากใครชอบรสจัดสไตล์เอเชียต้องไม่ผิดหวังกับเมนูใหม่ที่เติมความเผ็ดร้อนให้กับเนื้อชั้นเลิศได้อย่างกลมกล่อม และสามารถสร้างเซอร์ไพรส์ได้ในทุกคำ ด้วยเครื่องเคียงและซอสที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมรสชาติของเนื้อให้ยิ่งโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็น Prakaan Whiskey Peppercorn Jus ซอสพริกไทยที่ผสานกลิ่นควันและความซับซ้อนจากวิสกี้ไทย และ Siamese Green Pepper Chimichurri ที่นำซอสชิมิชูร์รีสไตล์อเมริกาใต้มาตีความใหม่ด้วยสมุนไพรไทย ผักชี ผักแพว และพริกลาบภาคเหนือ มอบมิติการรับรสที่แปลกใหม่ จัดจ้านแบบตะวันตกผสมกับกลิ่นหอมของสมุนไพรโลคัลได้อย่างน่าทึ่ง

ถ้าหากไม่ทานเนื้อวัวแต่ยังชื่นชอบรสเข้มข้นและกลิ่นที่มีเอกลักษณ์ของเนื้อแกะ เมนูใหม่ของ Bull & Bear ก็มีเนื้อแกะเกรดพรีเมียมให้เลือกเช่นกัน โดยเชฟจิ๋วจะนำเนื้อแกะส่วนสันหลังมาปรุงเป็นเมนู Grilled Australian Lamb Saddle โดยปรุงด้วยเทคนิคซูวีด์เพื่อรักษาความชุ่มฉ่ำและรสชาติธรรมชาติของเนื้อแกะที่ถูกเลี้ยงดูด้วยอาหารคุณภาพ เสิร์ฟพร้อมครีมถั่วที่เข้ามาช่วยส่งเสริมรสชาติให้เข้มข้นและกลมกล่อมได้เป็นอย่างดี

หรือถ้าเป็นสายซีฟู้ดเลิฟเวอร์ทาง Bull & Bear ก็พร้อมต้อนรับด้วยเมนู Sea Bream Meunière ที่นำปลาบรีมมาตีความใหม่ในรูปแบบร่วมสมัย และแน่นอนว่าต้องปรุงรสแบบฟิวชั่นโดยผสานเทคนิคการปรุงอาหารตะวันตกเข้ากับวัตถุดิบจากเอเชีย ตัวแทนฝั่งเอเชียที่โดดเด่น คือ ก้านผักโอซุ่น (Wosun) ที่ตัดเป็นเส้นยาวคล้ายเส้นพาสต้า สร้างเนื้อสัมผัสที่แปลกใหม่และน่าจะถูกใจสายเฮลธ์ตี้
รีบหยิบนาฬิกาเรือนโปรดมาขึ้นลาน แล้วจองมื้อสุดพิเศษได้ที่ โทร. 02 846 8888 LINE: @WaldorfAstoriaBKK หรือ bkkwa.fb@waldorfastoria.com ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่
Geneva – The Capital of Haute Horlogerie
เมื่อ Audi แอบซุ่มทำซูเปอร์คาร์ 987 แรงม้า ออกมาขิง Lamborghini

