Blancpain ขยายคอลเลกชัน Villeret ด้วยขนาดใหม่ที่เปิดพื้นที่ให้เดรสวอทช์คลาสสิกเข้าถึงผู้สวมใส่ได้หลากหลายขึ้น

Date:

ขยายทางเลือกของ Villeret ให้ตอบโจทย์การสวมใส่ โดยยังคงรักษาเส้นสายอันเรียบง่ายและภาษาการออกแบบดั้งเดิมของคอลเลกชันไว้ครบถ้วน

ความเงียบมีเสียงดังกว่าการตะโกนเสมอ โดยเฉพาะในโลกที่ทุกคนกำลังบ้าคลั่งอยู่กับความหรูหราแบบส่งเสียงดัง ช่างทำนาฬิกากลุ่มหนึ่งเลือกที่จะนั่งนิ่งๆ มองดูเข็มนาฬิกาเดินผ่านแว่นขยายตัวเดียว พวกเขาไม่สนใจว่าโลกภายนอกจะแย่งชิงพื้นที่หน้าสื่อด้วยนาฬิกาสปอร์ตสตีลสายบูรณาการกันอย่างไร การยึดมั่นในสัดส่วนที่ถูกต้องและงานศิลปะที่แท้จริงคือทางรอดเดียวที่พิสูจน์ตัวเองมาตั้งแต่ยุควิกฤตควอตซ์ปี 1983 เมื่อ Jean-Claude Biver และ Jacques Piguet ตัดสินใจกอบกู้แบรนด์ด้วยการชูระบบกลไกจักรกลสวนกระแสแบตเตอรี่ นาฬิกาข้อมือ Blancpain จึงกลายเป็นพื้นที่บันทึกจิตวิญญาณ ไม่ใช่เครื่องมือบอกเวลาตามกระแสนิยม

การขยายไลน์อัปครั้งนี้ดูเผินๆ อาจเหมือนการอัปเดตย่อยทั่วไป ไม่มีวัสดุแปลกใหม่ ไม่มีฟังก์ชันกลไกที่หลุดโลก และไม่มีการทำลายสูตรสำเร็จที่สืบทอดมานานกว่าสี่ทศวรรษ แต่การลดขนาดโมเดล Ultraplate ลงมาอยู่ที่ 38 มิลลิเมตร คือการขยับตัวที่สำคัญที่สุดของแบรนด์ในรอบหลายปี เพราะตระกูลนี้เคยวนเวียนอยู่กับขนาด 40 มิลลิเมตร ทั้งที่รุ่น Complete Calendar Moonphase ยุคปี 1980 ที่สร้างชื่อให้แบรนด์มีขนาดเพียง 34 มิลลิเมตรเท่านั้น 

คอลเลกชันนี้มุ่งเน้นความสง่างามเหนือกระแสแฟชั่นมาโดยตลอด ความยากของสัดส่วน 38 มิลลิเมตรใหม่นี้ คือการบีบอัดกลไกอัตโนมัติ Calibre 1150 ที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนถึง 210 ชิ้น ให้ทำงานได้อย่างแม่นยำในความหนาตัวเรือนบางเฉียบเพียง 8.35 มิลลิเมตร แต่ยังคงกักเก็บพลังงานสำรองยาวนานถึง 100 ชั่วโมง ช่างต้องคำนวณพื้นที่ทุกไมครอนในเวิร์กชอปเพื่อให้สายใยจักรกรอกซิลิคอนทำงานได้สมบูรณ์แบบที่ความถี่ 3 เฮิรตซ์

สิ่งที่ดึงสายตาที่สุดคือหน้าปัดสีปลาแซลมอน (Salmon Dial) ซึ่งนำมาใช้ครั้งแรกในคอลเลกชันนี้ ตัวหน้าปัดถูกขัดลายรัศมีอย่างประณีตเพื่อสร้างเนื้อสัมผัสที่อบอุ่น ตัดกับหลักเลขโรมันทองคำ 18K เคลือบสีดำ พร้อมตราประทับอักษรย่อ JB ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา และช่องหน้าต่างวันที่ตรง 3 นาฬิกาตามพิมพ์เขียวใหม่ เข้าคู่กับสายหนังนูบัคสีแอนทราไซต์ 

Blancpain Villeret Ultraplate

นอกจากนี้ยังมีทางเลือกหน้าปัดโอปาลีนโทนสีทองในตัวเรือนสตีล ตัวเรือนเรดโกลด์ และรุ่นพิเศษทูโทนสตีลผสมเยลโลว์โกลด์คู่กับสายสีเขียวโอลีฟสำหรับบูติกเท่านั้น ขณะที่ฝั่งสุภาพสตรีมีการส่งรุ่น Phases de Lune ขนาด 29.2 มิลลิเมตร ตัวเรือนสตีลและเรดโกลด์ล้อมเพชร หน้าปัดโอปาลีนสลับหลักเพชร พร้อมเข็มวันที่ทรงงูสีน้ำเงินและหน้าพระจันทร์ยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมยุค 1980

Blancpain Villeret Phases de Lune

แต่ถ้าใครคิดว่าคอลเลกชันนี้มีดีแค่ความคลาสสิกโบราณ คุณกำลังมองแบรนด์นี้ตื้นเกินไป แบรนด์ใช้เวทีแห่งนี้เป็นพื้นที่ปลดปล่อยความเนิร์ดและทดลองวิศวกรรมขั้นสูงมาโดยตลอด ดูอย่างรุ่น Tourbillon Carrousel ในปี 2013 ที่จับเอาสองจักรกลแก้อาการแรงดึงดูดโลกซึ่งแยกเส้นทางเดินกันมาร่วมศตวรรษมารวมกันอยู่ในกลไกเดียวผ่านระบบเฟืองท้าย (Differential) หลังจากที่เคยสร้างคารูเซลลอยฟ้า (Flying Carrousel) เรือนแรกของโลกสำเร็จในปี 2008 หรือจะเป็นรุ่น Traditional Chinese Calendar ในปี 2012 ที่ใช้เวลาพัฒนาทางวิศวกรรมยาวนานถึง 5 ปีเต็ม เพื่อบรรจุระบบปฏิทินจีน ทั้งจักรราศี, เดือนจันทรคติ, การนับเวลาแบบชั่วยาม (Double Hours) และธาตุทั้งห้า เข้าไปอยู่ร่วมกับปฏิทินเกรกอเรียนในนาฬิกาเดรสตัวเรือนบาง ซึ่งแทบไม่มีผู้ผลิตหน้าไหนในสวิตเซอร์แลนด์กล้าคิดหรือกล้าทำชิ้นงานที่ซับซ้อนขนาดนี้

Blancpain Villeret Tourbillon Carrousel
Blancpain Villeret Traditional Chinese Calendar

เมื่อนาฬิกาข้อมือเหล่านี้สัมผัสลงบนผิวหนัง มันจะทำหน้าที่คัดกรองตัวตนของผู้สวมใส่ทันที เส้นสายขอบตัวเรือนแบบ Double Stepped Bezel ที่ซ้อนกันสองชั้นอย่างอ่อนช้อย ไม่ได้มีไว้เพื่อให้คนอื่นหันมามองด้วยความตื่นเต้น แต่มีไว้ให้เจ้าของแอบชื่นชมรายละเอียดที่สร้างขึ้นด้วยมือของมนุษย์ตามลำพัง นาฬิกาที่ซ่อนกลไกเฉพาะกลุ่มที่ต้องใช้เวลาพัฒนาหลายปีเพื่อตอบโจทย์คนจำนวนน้อยชิ้นนี้ คือเครื่องแต่งกายของคนที่เข้าใจโลก คนที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพากระแสหลักเพื่อยืนยันความสำเร็จของตัวเอง แต่เลือกที่จะเสพความยากลำบากของงานวิศวกรรมชั้นสูงอย่างสุขุม

Blancpain Villeret Phases de Lune

สัดส่วนใหม่ทั้งหกโมเดลนี้อาจไม่มีความหวือหวาพอที่จะสร้างแรงสั่นสะเทือนในโลกออนไลน์ แต่อุตสาหกรรมนาฬิกาที่ถูกครอบงำด้วยนาฬิกาสปอร์ตสตีลมาตลอดทศวรรษ ต้องการสิ่งเตือนใจชั้นดีแบบนี้เพื่อบอกว่าคุณค่าที่แท้จริงของงานฮอร์โลจีดั้งเดิมคืออะไร หากคุณคือคนหนึ่งที่ปฏิเสธความฉาบฉวย และถวิลหารายละเอียดเชิงลึกที่ซ่อนอยู่หลังจักรกลเวลา เข้ามาแลกเปลี่ยนทัศนคติและร่วมดำดิ่งสู่โลกแห่งเรือนเวลาที่ไร้การปรุงแต่งกับพวกเราต่อได้ที่ revolutionwatch.com

ข้อมูลทางเทคนิค
  • ชื่อรุ่น: Blancpain Villeret Ultraplate 38mm (Ref. 6224N)
  • ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล หรือเรดโกลด์ 18K ขนาด 38 มม. หนา 8.35 มม. กันน้ำ 30 เมตร
  • หน้าปัด: ลายซันเบิร์สต์สีแซลมอน หรือโอปาลีนโทนสีทอง
  • ฟังก์ชัน: ชั่วโมง นาที วินาที และวันที่
  • กลไก: อัตโนมัติ Calibre 1150 สำรองพลังงาน 100 ชั่วโมง บาลานซ์สปริงซิลิคอน ความถี่ 3Hz
  • สาย: หนังนูบัค หรือหนังอัลลิเกเตอร์ พร้อมระบบ Quick-Change
  • ชื่อรุ่น: Blancpain Villeret Phases de Lune 29.2mm (Ref. 6106N)
  • ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล หรือเรดโกลด์ 18K ขนาด 29.2 มม. หนา 10.35 มม. ขอบตัวเรือนประดับเพชร กันน้ำ 30 เมตร
  • หน้าปัด: โอปาลีนโทนสีทอง
  • ฟังก์ชัน: ชั่วโมง นาที วินาที วันที่ และมูนเฟส
  • กลไก: อัตโนมัติ Calibre 913QL สำรองพลังงาน 40 ชั่วโมง บาลานซ์สปริงซิลิคอน ความถี่ 3Hz
  • สาย: หนังอัลลิเกเตอร์ พร้อมระบบ Quick-Change (สีน้ำเงินสำหรับรุ่นสตีล / สีน้ำตาลสำหรับรุ่นเรดโกลด์ )

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
ขอแนะนำ Nomos Ahoi neomatik 36 Sand & Sky นาฬิกาสปอร์ตบางเฉียบแบบไม่มีวันที่
Perpetual Moon 41.5 Steel “Colours of the Moon” เมื่อหน้าต่างแสดงข้างขึ้น-ข้างแรมของ Arnold & Son ได้รับการแต้มสีสันใหม่
Ulysse Nardin ปรับโครงสร้างของ Freak [X] ใหม่ทั้งสัดส่วน วัสดุ และวิศวกรรมภายใน เพื่อเปลี่ยนนาฬิกาแนวคิดสุดขั้วให้กลายเป็นเรือนเวลาที่ใช้งานได้จริง

Share post:

More like this

Hublot จับมือศิลปินชื่อดัง Jeff Koons เปิดตัวนาฬิกาสองรุ่นใหม่ Balloon Dog และ MP-14

เบื้องหลังการร่วมมือกันครั้งแรกระหว่าง Hublot และ Jeff Koons สองเรือนเวลาที่ผสานงานศิลปะสไตล์ Balloon Dog เข้ากับกลไกตองบิยองระดับสูง

เมื่อ Rolex นำกลไก Complete Calendar มาเซอร์ไพรส์ในนาฬิกาลุคคลาสสิกรุ่น Perpetual Padellone

นาฬิการุ่นที่สองในคอลเลกชัน Perpetual ที่ต่อยอดจากรุ่น 1908 ได้อย่างเหนือชั้น ต้องยอมรับว่า เสน่ห์ของสไตล์วินเทจที่ปรากฎอยู่บน Rolex 1908...

Chopard เปิดตัว Happy Diamonds Heritage ฉลอง 50 ปีเรือนเวลาไอคอนิก

Chopard Happy Diamonds Heritage การกลับมาของเรือนเวลาไอคอนิกปี 1976 ในตัวเรือนทองคำ 18K หน้าปัดนิลดำ และกลไกอินเฮาส์สุดบางเฉียบ

Panerai ฉลองครบรอบ 100 ปีร้านแรกในฟลอเรนซ์ด้วย Luminor Firenze 8 Giorni รุ่นใหม่

พาไปทำความรู้จัก Panerai Luminor Firenze 8 Giorni สองรุ่นพิเศษฉลอง 100 ปีร้านดั้งเดิมบนจัตุรัส Piazza San Giovanni ในตัวเรือน Platinumtech และสเตนเลสสตีล