De Bethune Watches and Wonders 2026: เมื่อเทคโนโลยีอวกาศถูกย่อส่วนมาไว้บนข้อมือ

Date:

รีดขนาดตัวเรือนให้เล็กลงแต่ใส่เทคโนโลยีอวกาศเข้าไปแบบจัดเต็ม จนกลายเป็นนาฬิกาที่ดูดซับแสงและสะกดสายตาได้รุนแรงที่สุด 

ปีนี้ De Bethune นำเอานวัตกรรมที่เป็นเอกลักษณ์มาปรับจูนให้สมบูรณ์แบบ และสวมใส่ได้จริงมากขึ้น โดยหัวใจหลักคือเน้นไปที่การลดขนาดตัวเรือน และการทดลองกับวัสดุศาสตร์ที่ล้ำหน้าไปอีกขั้น มาดูสองผลงานระดับมาสเตอร์พีซจาก De Bethune ที่เพิ่งปล่อยออกมาขยี้ใจคนรักนาฬิกากันดีกว่า ต้องบอกว่าแต่ละเรือนมีเอกลักษณ์แบบกินกันไม่ลงจริงๆ

DB25Vxs Silver Moon

เริ่มจาก DB25Vxs Silver Moon นาฬิกาที่ Denis Flageollet ผู้ก่อตั้งและมาสเตอร์วอทช์เมกเกอร์ที่หยิบเอาความคลาสสิกของนาฬิกาตั้งพื้นในศตวรรษที่ 18 มาตีความใหม่ การกลับมาครั้งนี้เป็นการย่อส่วนความอลังการของรุ่น DB25L เดิมให้ดูเพรียวบางและลงตัวยิ่งขึ้น ซึ่งตัวเรือนนั้นทำจากไทเทเนียมเกรด 5 ขัดเงาวาววับขนาด 40 มม. ที่เบาหวิวและใส่สบายข้อมือสุดๆ

จุดที่เห็นแล้วต้องหยุดมองคือหน้าปัดงานฝีมือที่ใช้เทคนิค Guilloché ลาย Barleycorn ที่จัดวางเป็นวงกุหลาบสีเงินสะท้อนแสงเงาดูมีชีวิตชีวา มาพร้อมกับไฮไลต์เด็ดอย่าง “ดวงจันทร์ทรงกลม” (Spherical Moon) ที่ทำจากพัลลาเดียมและสตีลเผาไฟจนเป็นสีน้ำเงินตามแบบฉบับดั้งเดิม โดยจะขยับอยู่บนท้องฟ้าไทเทเนียมสีบลูเงางามประดับดาวทอง ความล้ำคือกลไกนี้แม่นยำจนต้องการการปรับแก้เพียงครั้งเดียวในทุกๆ 122 ปี ภายในใช้กลไกไขลาน Calibre DB2105V5 ที่มาพร้อมระบบตลับลานคู่ (Twin Barrel) ให้พลังงานสำรองยาวนานกว่า 6 วัน แถมยังมีระบบกันกระแทกและต้านทานสนามแม่เหล็กเพื่อรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันยุคใหม่ได้อย่างสบายๆ

DB28xs Dark Sand

ส่วนใครที่ชอบความเท่แบบดุดันและดูล้ำอนาคต ต้องเทใจให้กับ DB28xs Dark Sand เรือนนี้เป็นการโชว์เหนือเรื่องการวิจัยวัสดุโดยเฉพาะ ตัวเรือนจะใช้วัสดุเซอร์โกเนียม (Zirconium) สีแอนทราไซต์ผิวด้านที่ให้ลุคทันสมัยและมีความทนทานสูงมาก ดีไซน์โดยรวมจะเน้นการดูดซับแสงมากกว่าการสะท้อน ทำให้เห็นมิติของพื้นผิวที่ดูนิ่งและลึกซึ้งเหมือนทรายจากภูเขาไฟ

ส่วนตัวหน้าปัดจะเป็นแบบ Open Architecture โชว์โครงสร้างภายในที่ดูซับซ้อนตามสไตล์ Steel Wheels มีสะพานจักรทรงสามเหลี่ยม (Deltoid-shaped bridge) สลักลาย Barleycorn ที่ดูเหมือนลอยเด่นอยู่กลางอากาศ ตัดกับเข็มและหลักชั่วโมงไทเทเนียมสีม่วง (Mauve) ที่ช่วยให้การอ่านเวลาชัดเจนและเพิ่มเสน่ห์ที่น่าค้นหา ในตัวเรือนขนาด 39 มม. หนาเพียง 8 มม. มาพร้อมระบบขาตัวเรือนแบบลอยตัว (Floating Lugs) ที่ปรับตัวเข้ากับขนาดข้อมือและการเคลื่อนไหวได้อย่างแนบเนียน 

ส่วนด้านกลไกภายในใช้ Calibre DB2115V13 ทำงานที่ความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง มีพลังงานสำรอง 6 วัน พร้อมขีดแสดงระดับพลังงานที่ด้านหลัง เสริมด้วยเทคโนโลยีเฉพาะตัวอย่างจักรกรอกไทเทเนียมประดับตุ้มน้ำหนักไวท์โกลด์และจักรเหล็กซิลิคอนที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้สูงสุด เป็นการผสมผสานงานฝีมือดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีแห่งศตวรรษที่ 21 ได้อย่างลงตัวที่สุดจริงๆ

ภาพรวมของ De Bethune ในปีนี้ยังคงแสดงให้เห็นถึงการรักษาความสมดุลระหว่างโลกสองใบที่แตกต่างกันได้อย่างน่าอัศจรรย์ ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอ DB25Vxs Silver Moon ที่มีความอ่อนช้อยและคลาสสิกของดาราศาสตร์ในอดีตควบคู่ไปกับ DB28xs Dark Sand ที่ดูดุดันและล้ำสมัยด้วยวัสดุศาสตร์ยุคใหม่ สิ่งที่น่าประทับใจคือความพยายามในการย่อขนาดตัวเรือนให้เล็กลงแต่ยังคงอัดแน่นด้วยนวัตกรรมจดสิทธิบัตรและกลไกประสิทธิภาพสูงที่สำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 6 วัน หรือแม้แต่การนำงานฝีมือระดับสูงอย่างการลงยาและการสลักลาย Guilloché มาผสานกับเทคโนโลยีจักรกรอกไทเทเนียมและระบบกันกระแทก Triple Pare-chute ทั้งหมดล้วนสะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่ และมุ่งมั่นที่จะทำให้นาฬิกาที่มีความซับซ้อนสูงเหล่านี้สามารถสวมใส่ได้จริงและทนทานต่อการใช้งานในชีวิตปัจจุบันได้อย่างสมบูรณ์แบบ แล้วทุกคนล่ะ คิดเห็นยังไงกับทั้งสองเรือนนี้ เข้ามาแชร์ความคิดเห็นกันได้น๊า  

ข้อมูลทางเทคนิค
รายละเอียดDB25Vxs Silver MoonDB28xs Dark Sand
ชื่อรุ่นDB25Vxs Silver MoonDB28xs Dark Sand
ตัวเรือนไทเทเนียมเกรด 5 ขัดเงา (40 มม.) เพรียวบางเซอร์โกเนียม (Zirconium) สีแอนทราไซต์ผิวด้าน (39 มม. หนา 8 มม.) พร้อม Floating Lugs
หน้าปัดGuilloché ลาย Barleycorn สีเงิน ท้องฟ้าไทเทเนียมสีน้ำเงินประดับดาวทองOpen Architecture โชว์สะพานจักรทรง Deltoid ลาย Barleycorn เข็มและหลักชั่วโมงสีม่วง (Mauve)
ฟังก์ชันบอกเวลา (ชม./นาที) ดวงจันทร์ทรงกลม (Spherical Moon Phase) แม่นยำ 122 ปีบอกเวลา (ชม./นาที) แสดงระดับพลังงานสำรอง (ด้านหลังเครื่อง)
กลไกไขลาน Calibre DB2105V5, Twin Barrel, สำรองพลังงาน 6 วันไขลาน Calibre DB2115V13 สำรองพลังงาน 6 วัน จักรกรอกไทเทเนียม/ตุ้มน้ำหนักไวท์โกลด์
สายหนังจระเข้ (Extra-supple alligator)หนังจระเข้ หรือสายวัสดุเกรดพรีเมียมสีเข้ากับตัวเรือน

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Panerai ในงาน Watches & Wonders 2026: ผสานมรดกทางทหารเข้ากับนวัตกรรมเรือนเวลา
Laurent Ferrier เปิดตัว Sport Traveller Slate Grey ในงาน W&W 2026 นำเสนอฟังก์ชัน Dual Time ที่ปรับง่ายผ่านปุ่มกด
CHANEL J12 ผลงานปฏิวัติวงการนาฬิกาที่สามารถรักษาสมดุลระหว่างความงามเชิงดีไซน์กับความจริงจังทางวิศวกรรม

Share post:

More like this

Arnold & Son เผยโฉมทูร์บิญองรุ่นบางเฉียบ Ultrathin Tourbillon Onyx Edition อีกหนึ่งรุ่นในงาน Watches and Wonders 2026  

ทรงพลังด้วยหน้าปัดหินออนิกซ์เนื้อแมตต์ มาในสองวัสดุเรดโกลด์ 5N และแพลตินัม หลังจากเผยโฉม HM Pietersite นาฬิกาหน้าปัดหินแร่หายากมาเป็นทีเซอร์ก่อนเริ่มต้นเข้าสู่งาน Watches...

Piaget Watches and Wonders 2026: มนต์เสน่ห์หินสีและลาย Gadroon แห่งยุค 60s

Piaget ฉลองความหรูหราในงาน W&W 2026 ด้วยการนำหินสีธรรมชาติและลายสลัก Gadroon กลับมาเล่าใหม่ พบกับ Polo 79 หน้าปัด Sodalite และที่สุดของวิศวกรรม Altiplano Ultimate Concept Tourbillon ที่บางเพียง 2 มม.

Angelus ส่ง Tinkler 1958 การตีความใหม่ของนาฬิกาควอเตอร์-รีพีทเตอร์อันเป็นมรดกของแบรนด์ร่วมแสดงในงาน Watches and Wonders 2026

ตอกย้ำความชำนาญในการผลิตกลไกขานบอกเวลาด้วยเสียงที่อยู่คู่กับ Angelus มาตั้งแต่ปี 1891  จุดกำเนิดแห่งเสียงบอกเวลา บางคนอาจจะไม่รู้ว่า นับตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์ Angelus ที่เราคุ้นเคยกับนาฬิกา Dress Watch...

Jacob & Co. Bugatti Tourbillon Sapphire Crystal: ความบ้าพลังขั้นสุดในโลกนาฬิกาจักรกลคือการยกเครื่องยนต์ V16 มาไว้บนข้อมือ

Jacob & Co. สร้างปรากฏการณ์ความบ้าพลังในงาน W&W 2026 ด้วย Bugatti Tourbillon Sapphire Crystal ตัวเรือนแซฟไฟร์ที่ใช้เวลาเจียระไนกว่า 800 ชั่วโมง โชว์กลไก V16 Automaton และทูร์บิญองที่หมุนเร็วที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา