UR-101 Diamond Sky หลายคนอาจยังไม่เคยรู้ ว่านี่คือหนึ่งในผลงานที่เคยถูกแช่แข็งในเวิร์คช็อปมาก่อน

Date:

ปลุกตำนานไอคอนจาก Strongbox สู่จักรวาลประดับเพชร

ในบรรดานาฬิกามากมายที่ถูกส่งมอบออกจากเวิร์คช็อปของ URWERK เราเชื่อว่า UR-101 Diamond Sky เรือนนี้ คือหนึ่งในเรือนที่มีที่มาน่าสนใจที่สุด เพราะลึกๆ แล้วมันไม่ใช่ของใหม่ที่เพิ่งถูกคิดขึ้นมาเมื่อวาน แต่มันคือนาฬิกาที่เคยถูกเก็บไว้ใน “Strongbox” หรือกล่องแห่งความทรงจำของแบรนด์ ซึ่งเป็นที่รวบรวมนาฬิกาต้นแบบและแนวคิดแรกเริ่มที่ตั้งใจสร้างขึ้นมาเพียงเพื่อ “ยืนยันการมีอยู่” ของมันเท่านั้น โดยไม่ได้สนกระแสโลกหรือความต้องการของตลาดเลย

จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปในปี 1997 ซึ่งเป็นปีที่ URWERK ถือกำเนิดขึ้น ในตอนนั้นพวกเขาฉีกกฎการบอกเวลาแบบเข็มทิ้ง แล้วแทนที่ด้วยระบบแซทเทิลไลต์ที่ดูเหมือนยานอวกาศ ซึ่งเจ้า UR-101 รุ่นดั้งเดิมนั่นเองที่เป็นรากฐานสำคัญและเป็น DNA ทั้งหมดของแบรนด์ วันนี้พวกเขาตัดสินใจหยิบผลงานระดับไอคอนที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักนี้กลับมาเล่าใหม่ โดยเปลี่ยนโฉมให้กลายเป็นงานประดับอัญมณีที่ดูนิ่ง สุขุม และลึกซึ้งกว่าเดิม ภายใต้ชื่อ Diamond Sky ที่ผลิตออกมาเพียง 25 เรือนในโลก

สิ่งที่เราชอบเป็นพิเศษในเรือนนี้คือการที่เขาไม่พยายามทำให้มันดูเป็น “เครื่องประดับ” จนเกินไป แต่มันคืองานวิศวกรรมที่ใช้แสงเป็นตัวสื่อสาร ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 41 มม. ถูกสลักลวดลายเรขาคณิตที่ดูเหมือนแผนที่จักรวาล และในทุกจุดตัดของลายเหล่านั้นจะมีการประดับเพชรน้ำงามไว้ ซึ่งหากลองนึกภาพตามในมุมมองของคนที่สวมใส่ เวลาเราขยับข้อมือ แสงจะไม่ได้สะท้อนแบบวูบวาบจนแสบตา แต่มันจะกระจายตัวไปตามลายสลักและเพชร เปรียบเหมือนดวงดาวที่กำลังกะพริบอยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืนจริงๆ ตามแนวคิดของกวีชาวเยอรมันที่เป็นแรงบันดาลใจให้ Martin Frei ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์

การบอกเวลาของ Diamond Sky ยังคงความดิบเท่ในแบบ URWERK ไว้อย่างครบถ้วน ตัวเลขชั่วโมงจะค่อยๆ เคลื่อนผ่านหน้าปัดจากซ้ายไปขวาบนส่วนโค้ง 180 องศา ให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังมองการเดินทางของดวงอาทิตย์ตั้งแต่อรุณรุ่งไปจนถึงยามเย็น โดยมีฉากหลังเป็นท้องฟ้าประดับเพชรที่ดูมีมิติ ซึ่งตรงนี้เรามองว่ามันเป็นการผสานความแม่นยำเชิงกลไกเข้ากับงานศิลปะได้อย่างไร้รอยต่อ ทุกองค์ประกอบมีเหตุผลของมัน ไม่ว่าจะเป็นเม็ดมะยมที่ย้ายไปอยู่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา หรือตัวเชื่อมสายทรงเหลี่ยมที่ดูดุดัน ทุกอย่างทำหน้าที่สร้างสมดุลระหว่างวัสดุ แสง และเวลา

แม้หัวใจข้างในจะเป็นกลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์ UR-1.01V ที่เดินด้วยความถี่ 4 เฮิร์ต และมีพลังงานสำรอง 48 ชั่วโมง แต่นาฬิกาเรือนนี้ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อนักสะสมที่ชอบอ่านตัวเลขสเปกเพียงอย่างเดียวครับ แต่มันถูกสร้างมาเพื่อคนที่มองนาฬิกาเป็น “แนวคิดที่เคลื่อนไหวได้” ด้วยราคาค่าตัวที่ 3,748,000 บาท Diamond Sky จึงเป็นเหมือนการประกาศจุดยืนของ URWERK ว่าพวกเขาสามารถก้าวข้ามกรอบดั้งเดิมของศาสตร์การทำนาฬิกา และสร้างเส้นทางของตัวเองขึ้นมาได้อย่างสง่างามโดยไม่ทิ้งรากเหง้าที่สร้างพวกเขาขึ้นมา

ข้อมูลทางเทคนิค 
  • สาย: สายยางสีขาวพิมพ์ลายพิเศษ บุด้านในด้วยหนังลูกวัวสีดำ พร้อมตัวล็อกสายแบบหัวเข็มขัด 
  • ชื่อรุ่น: UR-101 Diamond Sky
  • ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 41 มม. หนา 9.33 มม. ประดับเพชร 214 เม็ด (น้ำหนักรวม 1.63 กะรัต) เม็ดมะยมอยู่ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา กันน้ำ 30 เมตร
  • หน้าปัด: ระบบแซทเทิลไลต์ 2 ชุด (Wandering Hours) บอกเวลาบนส่วนโค้ง 180 องศา ฉากหลังสลักลายเรขาคณิตและประดับเพชร กระจกแซฟไฟร์ทรงกล่องเคลือบสารกันสะท้อน
  • ฟังก์ชัน: การแสดงเวลาชั่วโมงแบบเคลื่อนที่ (Satellite Display) และนาที เคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova
  • กลไก: อัตโนมัติ Calibre UR-1.01V พลังงานสำรอง 48 ชั่วโมง ความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง (4 เฮิร์ต)

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Tambour Taiko Arty Automata ผลงานสุดซับซ้อนและเปี่ยมด้วยชีวิตชีวาจาก Louis Vuitton
เมื่อกลไกโครโนกราฟวินเทจจากปี 1976 ถูกนำกลับมาเล่าใหม่ใน Raymond Weil Millésime “The Fifty”
Ressence TYPE 11 นาฬิกา ‘ร่วมสมัย’ แต่ไม่ ‘ล้ำอนาคต’

Share post:

More like this

Rolex ฉลองตำนานแห่งความเป็นเลิศของตัวเรือน Oyster ด้วยนาฬิกา 8 รุ่นใหม่ ในงาน Watches and Wonders 2026

การตีความใหม่ของตัวเรือน Oyster ในเวอร์ชันต่างๆ เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี และการกำเนิดของวัสดุใหม่ที่ก้าวข้ามความท้าทายไปอีกขั้น เมื่อพิจารณาดูคอลเลกชันล่าสุดของ Rolex ที่เปิดตัวในงาน...

Roger Dubuis ในงาน Watches & Wonders 2026: เมื่อดาราศาสตร์บรรจบกับศิลปะแห่งเรือนเวลาชั้นสูง

เมื่อตำนานเรื่องเล่าอมตะได้ออกสู่ห้วงอวกาศอันไกลโพ้น ในโลกของนาฬิกาหรูที่เต็มไปด้วยความท้าทายในการสร้างสรรค์ Roger Dubuis ยังคงตอกย้ำสถานะความเป็นผู้นำด้าน Hyper Horology™ อีกครั้งในงาน Watches &...

Rado Master of Materials นวัตกรรมไฮเทคเซรามิกและโครงสร้าง Monobloc แห่งอนาคต

Rado ตอกย้ำฉายา Master of Materials ด้วยการยกระดับไฮเทคเซรามิกสู่โครงสร้าง Monobloc ที่บางเบาและทนทาน ผสานงานดีไซน์หน้าปัดแบบเปิดโชว์กลไกที่สะท้อนถึงความล้ำสมัยและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Breitling Navitimer Cosmonaute Artemis II เมื่อจิตวิญญาณแห่งการสำรวจปี 1962 ถูกตีความใหม่ในตัวเรือนทองคำ 18K

Breitling เฉลิมฉลองภารกิจส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์ของ NASA ด้วย Navitimer Cosmonaute รุ่นพิเศษจำกัด 250 เรือน โดดเด่นด้วยหน้าปัด 24 ชั่วโมงสีน้ำเงิน Sunray และกลไกไขลานมือ B02 ที่ออกแบบมาเพื่อความแม่นยำในสภาวะเหนือขอบโลก