เมื่อกาลเวลาเบ่งบานดั่งพฤกษา… นี่คือ Breguet Reine de Naples สองผลงานใหม่ล่าสุดที่ผสานงานจิวเวลรี่ชั้นสูงเข้ากับกลไกที่แม่นยำ

Date:

Breguet Reine de Naples เมื่อศิลปะการพรรณนาพฤกษาและอัญมณีล้ำค่ามาบรรจบกัน

ในวาระการเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีของเมซง Breguet ได้เผยโฉมสองผลงานระดับมาสเตอร์พีซในคอลเลกชัน Reine de Naples ซึ่งเป็นสายการผลิตนาฬิกาสำหรับสตรีโดยเฉพาะ โดยหยิบยกแรงบันดาลใจจากความอ่อนช้อยของธรรมชาติและความงามสง่าของอัญมณีมาถ่ายทอดผ่านรุ่น Crazy Flower และ Perles Impériales ที่สร้างสรรค์ขึ้นด้วยวัสดุ “Breguet Gold” 18K อันเป็นเอกลักษณ์

Breguet Reine de Naples Crazy Flower and Perles Impériales

Crazy Flower ระบำดอกไม้เพชรที่ไหวเอนตามจังหวะข้อมือ

Crazy Flower คือตัวแทนของความมีชีวิตชีวาที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก ดอกลีลาวดี (Frangipani) ความโดดเด่นสูงสุดอยู่ที่โครงสร้างกลีบดอกไม้แบบ Mobile Corollas ซึ่งรังสรรค์ขึ้นจากเพชรทรงเหลี่ยม (Baguette-cut) กว่าร้อยเม็ดที่ถูกจัดวางในวงแหวนซ้อนกันอย่างประณีต ความพิเศษคือกลีบดอกไม้เหล่านี้สามารถเคลื่อนไหวและไหวเอนได้ตามการขยับข้อมือของผู้สวมใส่ ราวกับดอกไม้ที่ล้อไปกับสายลม

หน้าปัดและตัวเรือนถูกประดับประดาด้วยเพชรแบบ Full Paved สะท้อนแสงระยิบระยับอย่างเต็มพิกัด โดยมีเข็มนาฬิกาสไตล์ Breguet ปลายเปิดที่ถูกดัดโค้งด้วยมืออย่างประณีตเพื่อให้สอดรับกับความโค้งมนของหน้าปัด ท่ามกลางเส้นทางบอกเวลาที่ประดับด้วยเพชรทรงเหลี่ยม 20 เม็ด

Perles Impériales ความหรูหราของไข่มุกและความเรืองรองของโอพอล

สำหรับ Perles Impériales ความงามถูกนำเสนอผ่านความเรียบเนียนและความบริสุทธิ์ของ ไข่มุกอะโกย่า (Akoya Pearls) ที่คัดสรรมาอย่างไร้ที่ติ นำมาประดับเรียงรายโอบล้อมตัวเรือนทรงไข่อันเป็นเอกลักษณ์ของ Reine de Naples ตัดกับพื้นหน้าปัดที่ทำจาก โอพอล (Opal) ซึ่งให้เฉดสีรุ้งเหลือบมุกดูน่าหลงใหล

หน้าปัดประดับด้วยหลักชั่วโมงตัวเลขทองคำ 4 ตำแหน่ง และหมุดทองคำอีก 8 จุด เพื่อรักษาความสมดุลของดีไซน์ที่เน้นความโปร่งตาและความนวลเนียนของวัสดุธรรมชาติ โดยมาคู่กับสายหนังจระเข้สีแชมเปญผิวมันวาว (Satin-finish) ที่เสริมความสง่างามให้สมบูรณ์แบบ

นวัตกรรมภายใต้ความอ่อนช้อย

แม้ภายนอกจะเป็นงานศิลปะชั้นสูง (Haute Joaillerie) แต่ภายในยังคงจิตวิญญาณของเครื่องบอกเวลาชั้นสูง (Haute Horlogerie) ด้วยกลไก Calibre 586/1 ซึ่งเป็นกลไกไขลานอัตโนมัติที่ผลิตขึ้นภายในโรงงานของตนเอง สำรองพลังงานได้นาน 38 ชั่วโมง พร้อมติดตั้งสายใยนาฬิกาซิลิคอนเพื่อความแม่นยำและการต้านทานสนามแม่เหล็กที่ยอดเยี่ยม

ข้อมูลทางเทคนิค 

  • ชื่อรุ่น: Reine de Naples Crazy Flower / Perles Impériales 
  • ตัวเรือน: ทอง Breguet Gold 18K ทรง Ovoid (ทรงไข่) ฝาหลังกรุกระจกแซฟไฟร์ใส 
  • หน้าปัด: Crazy Flower: ประดับเพชร Baguette แบบ Full Paved พร้อมกลีบดอกไม้เคลื่อนไหวได้
    • Perles Impériales: หน้าปัดโอพอล (Opal) ล้อมรอบด้วยไข่มุกอะโกย่าและเพชร
  • ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมง และนาที
  • กลไก: Calibre 586/1 ไขลานอัตโนมัติ สำรองพลังงาน 38 ชั่วโมง
  • สาย: สายหนังจระเข้สีแชมเปญ พร้อมตัวล็อกแบบพับประดับอัญมณี

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Bianchet Ultrafino Monaco นิยามความบางเบาในเฉดสีขาว-แดง
Cortina Watch เผยโฉมบูติก Rolex สาขาใหญ่ที่สุดในไทย ณ One Bangkok
H. Moser & Cie. เปิดตัวนาฬิการุ่นเซรามิกเรือนแรก ในชื่อ Streamliner Tourbillon Concept Ceramic

Share post:

More like this

แนะนำ 6 นาฬิกาดำน้ำดีไซน์สปอร์ตที่แข็งแกร่ง ทนทาน พร้อมลุยสถานการณ์ฝนตกชุกช่วงครึ่งปีหลัง

แนะนำ 6 นาฬิกาดำน้ำดีไซน์สปอร์ตที่แข็งแกร่ง ทนทาน พร้อมลุยสถานการณ์ฝนตกชุกช่วงครึ่งปีหลัง และสามารถนำมามิกซ์แอนด์แมทช์เข้ากับลุค Everyday Wear ในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว

Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph สลัดลุคนาฬิกาสปอร์ตสายลุย ลดขนาดลงมา 37 มม. จับคู่กับเฉดสีชมพูและขอบหน้าปัดเพชร

เมื่อนาฬิกาสปอร์ตสายลุยลดขนาดลงมาอยู่ที่ 37 มิลลิเมตร แต่อัดแน่นด้วยวิศวกรรมกลไกจับเวลารุ่นล่าสุด Audemars Piguet นำเสนอ Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph (Ref. 26430IS) ตัวเรือนไทเทเนียมขนาด 37 มิลลิเมตร ที่ปรับสัดส่วนความหนาเหลือเพียง 11.5 มิลลิเมตร

เปิดมุมมองความคิดเห็นต่อวงการนาฬิกาของเด็กยุคใหม่: เมื่อเรือนเวลากลายเป็นมากกว่าแค่เครื่องบอกเวลา และการลงทุนในยุคดิจิทัล

เจาะลึกนิยามใหม่ของเรือนเวลาในมุมมองคนรุ่นใหม่ จากเครื่องบอกเวลาสู่งานศิลปะ สินทรัพย์ทางเลือก และวัฒนธรรม Pop Culture ที่ขับเคลื่อนด้วยทรงพลังของกระแสโซเชียล

ตอกย้ำกระแสนาฬิกาพก? เมื่อสิงโตคำรามจากผ้าพันคอไหม ย้ายไปอยู่บนฝา Pocket Watch ด้วยงานต่อไม้ชิ้นเล็กระดับเศษมิลลิเมตรหน้าตาจะเป็นอย่างไร?

เบื้องหลังการรังสรรค์นาฬิกาพกเรือนพิเศษ Slim d’Hermès Pocket Roaaaaar! ประจำปี 2026 ที่ผสานความงามของฝาเปิดงานต่อลายไม้ 10 ชนิดเข้ากับหน้าปัดลงยา Grand Feu และกลไกอัตโนมัติบางพิเศษ H1950 ผลิตจำกัดเพียงสีละ 3 เรือนเท่านั้น