L.U.C Quattro Spirit 25 Sincere Platinum Jubilee Edition ความคลาสสิกใหม่ในเฉดสีแดง

Date:

ฉลอง 70 ปี Sincere Fine Watches ด้วยเรือนเวลาที่ผสานศิลปะกับกลไกอันล้ำค่า

Chopard L.U.C: นิยามของเรือนเวลาเหนือระดับ

ตั้งแต่ปี 1996 คอลเลกชัน L.U.C ของ Chopard ถูกสร้างขึ้นเพื่อเชิดชูชื่อของ Louis-Ulysse Chopard ผู้ก่อตั้งแบรนด์ โดยเน้นย้ำถึงความประณีต ความเที่ยงตรง และความสง่างาม ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา คอลเลกชั่นนี้ได้สร้างนวัตกรรมหลากหลาย อาทิ การพัฒนากลไกภายในแบรนด์เอง และการเปิดตัวนาฬิกาหรูเรือนแรกที่ใช้ทองแฟร์มายน์ด ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Chopard ในด้านความยั่งยืน

L.U.C Quattro Spirit 25 Sincere Platinum Jubilee Edition

เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 70 ปีของ Sincere Fine Watches เรือนเวลา L.U.C Quattro Spirit 25 Sincere Platinum Jubilee Edition จึงถือกำเนิดขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 10 เรือน ตัวเรือนผลิตจากไวท์โกลด์ 18K ที่ได้รับการรับรองว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

จุดเด่นของรุ่นนี้คือหน้าปัดสีแดงเบอร์กันดีที่ผลิตโดยการเคลือบอีนาเมลด้วยเทคนิค กรองด์เฟอ โดยศิลปินในโรงงานของ Chopard ต้องเคลือบชั้นเคลือบหลายชั้นและเผาที่อุณหภูมิ 800°C ทีละรอบ กระบวนการนี้ต้องการความชำนาญสูง และส่งผลให้เกิดพื้นผิวที่ลุ่มลึกและเปล่งประกายทุกครั้งที่กระทบแสง

สีแดงเฉดนี้ยังสื่อถึงความตั้งใจของ Sincere Fine Watches ในการส่งเสริมวงการนาฬิกาชั้นสูง และเป็นคู่หูที่เข้ากันได้ดีกับ Chopard Happy Sport The First Sincere Platinum Jubilee Edition ที่เปิดตัวเมื่อต้นปี พร้อมเติมเต็มเป็นคู่ของขวัญสุดหรูในเทศกาลปลายปี

L.U.C 98.06-L: กลไกที่เป็นหัวใจของนวัตกรรม

L.U.C 98.06-L คือ กลไกที่แสดงค่าชั่วโมงแบบจัมปิง ที่เปิดตัวในปี 2021 เพื่อฉลองครบรอบ 25 ปีของโรงงาน Chopard กลไกนี้ใช้เทคโนโลยีควอตโทร ที่มีตลับลาน 4 ชุดต่อเรียงกัน ทำให้สำรองพลังงานได้ถึง 8 วัน และยังมอบการหมุนเปลี่ยนชั่วโมงที่รวดเร็วและแม่นยำ

กลไกนี้ถูกควบคุมด้วย ฟิลลิปส์ เทอร์มินัล เคิร์ฟ และ สวอน เน็ค เรกูเลเตอร์ เพื่อความเที่ยงตรงสูงสุด พร้อมตกแต่งด้วยลวดลายโกตส์ เดอ เฌอแนฟ และขัดขอบอย่างประณีต ตัวกลไกมีความบางเพียง 4.85 มม. ช่วยให้เรือนเวลานี้มีดีไซน์ที่สมดุลและสวมใส่สบาย

ฝาหลังมาพร้อมโลโก้ฉลองครบรอบ 70 ปีของ Sincere Fine Watches สลักลงบนกระจกแซฟไฟร์ และข้อความ “One of 10” ที่ขอบด้านนอก และยืนยันความพิเศษด้วยตราพัวซง เดอ เฌอแนฟ

เทคโนโลยีและความงามในรายละเอียด

เรือนเวลารุ่นนี้มีขนาดตัวเรือน 40 มม. และหนาเพียง 10.3 มม. กันน้ำได้ 50 เมตร ประกอบกับสายหนังจระเข้สีดำสุดคลาสสิก

รายละเอียดทางเทคนิค

  • จำนวนการผลิต: จำนวนจำกัด 10 เรือน
  • กลไก: ไขลาน คาลิเบอร์ 98.06-L พลังงานสำรอง 8 วัน
  • ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมงแบบจัมปิงอาวร์ และแสดงนาที
  • ตัวเรือน: เอธิคัลไวท์โกลด์ 18K ขนาด 40 มม.
  • หน้าปัด: กรองด์เฟอ อีนาเมล สีแดงเบอร์กันดี
  • สาย: หนังจระเข้สีดำ
  • การกันน้ำ: 50 เมตร

“ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand – แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง”

ที่มา: by Revolution

Share post:

More like this

เมื่อคลื่นทรายและเปลวไฟสอดประสาน สัมผัสความอบอุ่นของผืนทรายบนข้อมือผ่าน De Bethune DB25xs Sand Winds

การเดินทางครั้งใหม่ของ Denis Flageollet ที่เปลี่ยนผ่านจากความลุ่มลึกของเฉดสีน้ำเงินสู่อารมณ์ความรู้สึกอันอบอุ่นของทะเลทรายสีทอง

Perpetual Moon 41.5 Steel “Colours of the Moon” เมื่อหน้าต่างแสดงข้างขึ้น-ข้างแรมของ Arnold & Son ได้รับการแต้มสีสันใหม่

นาฬิกา Arnold & Son Perpetual Moon 41.5 Steel “Colours of the Moon” สามเวอร์ชันใหม่ที่นำเสนอหน้าปัดเปลือกหอยมุกเคลือบ PVD ครั้งแรกในวงการ พร้อมกลไกไขลาน A&S1512 ผลิตจำกัดเวอร์ชันละ 18 เรือน

ขอแนะนำ Nomos Ahoi neomatik 36 Sand & Sky นาฬิกาสปอร์ตบางเฉียบแบบไม่มีวันที่

เจาะลึก Nomos Ahoi neomatik 36 สองเฉดสีใหม่ Sand และ Sky ที่มาพร้อมตัวเรือนสเตนเลสสตีลบาง 9.1 มิลลิเมตร กันน้ำ 200 เมตร และการถอดหน้าต่างวันที่เพื่อคืนความสมมาตรตามสไตล์เยอรมัน

Protected: Hublot เปิดคอลเลกชันฤดูร้อน 2026 ด้วยเซรามิกเฉดสีพาสเทล ที่ดูผ่อนคลายขึ้นแต่ยังคงความซับซ้อนเชิงกลไกไว้ครบถ้วน

Hublot เปิดตัวคอลเลกชันฤดูร้อน 2026 ผ่านนาฬิกาเซรามิก 6 รุ่นใหม่ที่ผสมผสานเฉดสีพาสเทลและโมโนโครมเข้ากับกลไกหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ Unico Chronograph ไปจนถึง Tourbillon พร้อมสะท้อนอีกมุมของงานวัสดุศาสตร์ที่สวมใส่ง่ายขึ้น