The Revolutionary List: 26 ผู้นำที่สร้างแรงบันดาลใจ – ฌอง-คล็อด บีเวอร์ (Jean-Claude Biver)

Date:

The Revolutionary List: Jean-Claude Biver (ฌอง-คล็อด บีเวอร์) ผู้ฟื้นฟู Blancpain และเป็นผู้ที่ทำให้ Hublot Big Bang เป็นที่นิยม และปรมาจารย์แห่งการตลาดนาฬิกา

โดย Wei Koh | 1 ธันวาคม 2025

ในการกล่าวถึงผู้นำที่สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และสร้างการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม… มักถูกมองข้ามไปว่าชื่อของ ฌอง-คล็อด บีเวอร์ นั้นมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการฟื้นฟูการทำนาฬิกาแบบกลไก ลองคิดดูสิว่า มีใครบ้างที่บ้าบิ่นพอที่จะทุ่มเทให้กับการทำนาฬิกาแบบกลไกในช่วงวิกฤตควอตซ์ (Quartz Crisis)?

Jean-Claude Biver

มีทั้งพี่น้อง Chaumet กับ Daniel Roth, Audemars Piguet กับปฏิทินถาวรของพวกเขา Gérald Genta และ Pierre-Michel Golay และแน่นอนว่าคือ ฌอง-คล็อด บีเวอร์ กับ Blancpain ซึ่งเขาซื้อมาในปี 1981 และขายให้กับ Swatch Group ในปี 1992 ในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่ง เขาได้จัดการฟื้นฟูนาฬิกากลไกซับซ้อนอย่างน่าทึ่ง โดยร่วมมือกับ Jacques Piguet

The Revolutionary List: Jean-Claude Biver
The Revolutionary List: Jean-Claude Biver Blancpain Resurrector, Hublot Big Bang Popularizer, and Master of Watch Marketing

ผู้ทำให้ Hublot Big Bang เข้าถึงได้ง่าย

เขายังเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งในสหัสวรรษใหม่ผ่านงานของเขากับ Hublot ในขณะที่ Richard Mille และ Audemars Piguet ได้แนะนำให้โลกได้รู้จักกับการทำนาฬิกาแบบโมเดิร์น (modernist watchmaking) แต่ความอัจฉริยะของบีเวอร์ เช่นเดียวกับสตีฟ จ็อบส์ ซึ่งไม่ได้อยู่ที่การสร้างสรรค์เท่านั้น ยังรวมถึงการนำเทรนด์นี้มาทำให้สัมพันธ์กันได้ ดูดีมีสไตล์ (cool) และเข้าถึงได้สำหรับผู้ชมที่กว้างขึ้นมาก ผ่านนาฬิกาเรือนเวลา Big Bang ที่ฉลองครบรอบ 20 ปีในปีนี้

The Revolutionary List: Jean-Claude Biver
HUB1242 a.k.a. Gen 1 Unico movement
The Revolutionary List: Jean-Claude Biver
HUB1280 a.k.a. Gen 2 Unico movement

แม้ว่า Big Bang จะเป็นที่ถกเถียงกันอยู่บ้าง แต่ในความเห็นของผู้เขียน มันเป็นหนึ่งในเรือนเวลาที่มีความสำคัญทางวัฒนธรรมที่สุดในยุคของเรา และด้วยกลไก Unico Gen 1 หรือแม้แต่ Gen 2 มันก็เป็นนาฬิกากลไกที่ดีอย่างยิ่ง

“King” และ “Queen” แห่งการตลาด

บีเวอร์ยังใช้โอกาสในการสร้างนาฬิกาของเขาให้เป็นสะพานเชื่อมไปยังวัฒนธรรมใหม่ๆ ตั้งแต่วงการฟุตบอลผ่านความร่วมมือกับฟุตบอลโลกไปจนถึงจักรวาลที่ไม่มีที่สิ้นสุด เขาเคยอธิบายอย่างมีชื่อเสียงว่า สำหรับเขาแล้ว มีเพียงสองสิ่งเท่านั้นที่ดำรงอยู่ นั่นก็คือลูกค้าของเขาซึ่งคือ “King” (ราชา) และนาฬิกาของเขาซึ่งคือ “Queen” (ราชินี) และงานของเขาคือการทำให้พวกเขาตกหลุมรักกัน ดังนั้นไม่ว่า King จะไปที่ไหนหรือมีความสนใจอะไร Queen ก็ต้องอยู่ที่นั่นด้วย ช่างเป็นอัจฉริยะ

ไม่มีบุคคลใดที่สร้างความสำคัญทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นเช่นนี้ในทั้งศตวรรษที่ 20 และ 21 และด้วยเหตุนี้ เราต้องยกย่อง ฌอง-คล็อด บีเวอร์

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Streamliner Genesis 2 องค์ที่สองแห่งไตรภาค การกลับสู่ “เนื้อแท้” ที่จับต้องได้
การอัปเดตครั้งใหม่ที่ลงตัวและน่าประทับใจกับ Lange 1 Daymatic พร้อมปรับโฉมด้วยสีฮันนี่โกลด์และสีน้ำตาล
Chopard Mille Miglia Classic Chronograph Tribute to Sir Stirling Moss

Share post:

More like this

The Vintage Renaissance: เมื่อ ‘อดีต’ คือการปฏิวัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกนาฬิกา

เมื่อแบรนด์นาฬิกาแข่งกันว่าใครจะสามารถ ‘เล่าเรื่องอดีต’ ได้ร่วมสมัยที่สุด  Words: Chanist Prasertburanakul เมื่อเราก้าวเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของทศวรรษ 2020 โลกนาฬิกาได้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ‘Reverse...

นาฬิกา collaboration การหลอมรวมนวัตกรรมและงานคราฟต์แมนชิพชั้นยอดที่แสดงถึงความแน่นแฟ้นในอุตสาหกรรมนาฬิกา

ไม่ใช่แค่เทคนิคทางการตลาด แต่เป็นการประกาศถึงสายสัมพันธ์ในวงการนาฬิกาอันแข็งแกร่งและยั่งยืน สำหรับวงการนาฬิกาชั้นสูงการสร้างสรรค์ผลงานความร่วมมือไม่ได้เกิดขึ้นง่ายดายนัก และการจับมือแต่ละครั้งไม่ใช่เพียงแค่หวังผลในเชิงตัวเลขรายรับเข้าบริษัทที่ทะยานสูงขึ้น แต่การที่เมซงที่มีความชำนาญในศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่งอย่างสูง เลือกจับมือกับอีกเมซงที่มีความเชี่ยวชาญอีกด้าน ย่อมเป็นการรวมพลังครั้งยิ่งใหญ่ในการสร้างสรรค์ผลงานเรือนเวลาที่มากกว่าการหวังผลทางการตลาด แต่มันเป็นการประกาศถึงสายสัมพันธ์ในวงการนาฬิกาที่แข็งแกร่งและยั่งยืน รวมถึงความเป็นไปได้ในโลกแห่งเรือนเวลาจักรกลที่พยายามรักษาสมดุลระหว่างการดำรงไว้ซึ่งขนบดั้งเดิม และการโอบรับนวัตกรรมใหม่ๆ...

Tambour Taiko Arty Automata ผลงานสุดซับซ้อนและเปี่ยมด้วยชีวิตชีวาจาก Louis Vuitton

Louis Vuitton ตอกย้ำความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์นาฬิกาชั้นสูงของโรงงาน  La Fabrique du Temps Louis Vuitton...

King Seiko VANAC กับภาพลักษณ์ความเท่และน้ำหนักที่เบายิ่งขึ้น

แบรนด์ได้นำเสนอเวอร์ชั่นที่สปอร์ตขึ้นและเบาขึ้นโดยเลือกที่จะผลิตด้วยวัสดุอย่างไทเทเนียมที่เบากว่าสเตนเลสสตีลราว 40% King Seiko ถือกำเนิดขึ้นในปี 1961ในโรงงานไดนิ เซโคฉะ กรุงโตเกียว ในยุคที่ญี่ปุ่นกำลังเติบโตทางเศรษฐกิจ อย่างรวดเร็ว...