แบรนด์อิตาเลียนรายนี้ไม่เคยอยู่ห่างไกลจากทะเล โดยครั้งนี้ได้เข้าไปมีส่วนสำคัญยิ่งในการถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันไปพร้อมกับทีมนักเดินเรือ Luna Rossa
ด้วยแสงแดดที่สาดส่องลงมาบนตัวเราในเช้าวันนั้น อาจไม่มีใครเชื่อเลยว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พายุฝนฟ้าคะนองได้โหมกระหน่ำชายฝั่งคาตาลันอยู่ทุกวัน จนทำให้ต้องยกเลิกการแข่งขันอย่างกะทันหันในช่วงรอบโรบินของ Louis Vuitton America’s Cup ครั้งที่ 37 เรามาถึงทันเวลาพอดีในการชมรอบรองชนะเลิศ ซึ่งทีมที่เหลืออีก 4 ทีมต้องแข่งขันกันเพื่อชิงโอกาสเข้ารอบชิงชนะเลิศ ด้วยความงามของนาฬิกา Panerai บนข้อมือของผม มันไม่ได้มีอะไรพิเศษ ก็แค่เป็น Radiomir Black Seal PAM183 รุ่นเก่าเท่านั้น เห็นได้ชัดว่าเรามาที่นี่เพื่อเชียร์ทีม Luna Rossa Prada Pirelli ที่โดดเด่นแตกต่างด้วยสีเงินกับสีแดงที่มีชีวิตชีวาและจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันที่ไม่เคยย่อท้อ

ทีม Luna Rossa ซึ่งตั้งอยู่ริมน้ำของท่าเรือ Port de Barcelona Port Vell เป็นศูนย์กลางของกิจกรรมต่าง ๆ โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความคาดหวัง ผู้ชมแห่แหนกันมาจนเต็มพื้นที่ว่างทุกแห่งรอบ ๆ หมู่บ้านการแข่งขัน โดยเฉพาะโซนแฟน ๆ ที่หวังว่าจะได้เจอสมาชิกทีมเรือใบสักคน คุณจะเห็นครอบครัวที่มีลูกเล็ก คู่รักหนุ่มสาวที่กำลังออกเดท กลุ่มผู้ที่ชื่นชอบการแล่นเรือ กลุ่มเพื่อน ๆ ที่ออกมาสนุกสนานกัน และมาสคอตที่สวมชุดแฟนซีเพื่อสร้างเสียงหัวเราะ

แต่ห่างจากห้องรับรองเพียงไม่กี่ฟุต บรรยากาศกลับดูผ่อนคลายและเป็นกันเองมากขึ้น
จิตวิญญาณแห่งการแข่งขัน
ภายใต้หลังคาขนาดใหญ่และการปกปิดเป็นความลับอย่างมิดชิด โรงเก็บเรือของ Luna Rossa ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าไปได้ด้วยเหตุผลที่สมควร เพราะที่นี่เป็นที่ที่คุณจะได้พบกับวัสดุสำหรับการสร้างเรือของทีมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วนอะไหล่ ผ้าใบขนาดใหญ่สำหรับใบเรือ เครื่องจักร คอมพิวเตอร์ เอกสารการแข่งขัน และทุกสิ่งทุกอย่าง นอกจากนี้ยังเป็นที่ที่เรือจะถูกเก็บไว้เมื่อเวลาในแต่ละวันสิ้นสุดลงด้วย คุณจะเห็นได้ว่า America’s Cup นั้นเป็นทั้งการต่อสู้ด้วยไหวพริบและการทดสอบความแข็งแกร่งและความอดทน

ในความเป็นจริงนั้น มีกฎที่แปลกประหลาดและลึกลับที่สุดบางส่วนในจักรวาลกีฬา เนื่องจากนี่เป็นการแข่งขันระดับนานาชาติที่เก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์กีฬา ซึ่งย้อนหลังไปได้ถึงปี 1851 นี่คือจุดที่ผู้ชนะได้รับทุกสิ่งอย่างแท้จริง เนื่องจากแชมเปี้ยนจะไม่เพียงแต่นำถ้วยรางวัลกลับมาเท่านั้น แต่ยังได้สิทธิในการกำหนดกฎสำหรับการแข่งขันครั้งต่อไปอีกด้วย Gilberto Nobili ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการและผู้ประสานงานด้านเมคาทรอนิกส์ของทีม Luna Rossa Prada Pirelli เล่าให้เราฟังเพิ่มเติม
“สิ่งสำคัญคือการเน้นย้ำว่า America’s Cup นั้น แตกต่างจากกีฬาประเภทอื่นมากเพียงใด สองปีครึ่งก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้น คุณจะได้รับโปรโตคอล และคุณจะได้ทราบว่าการแข่งขันรอบแรกจะเริ่มเมื่อใด โดยในปีนี้ถูกกำหนดเป็นวันที่ 29 สิงหาคม จากนั้น คุณจะพยายามใช้เงินงบประมาณ บุคลากร และเวลาของคุณให้เกิดประโยชน์สูงสุด” เขาอธิบาย และนี่ก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
ผู้ท้าชิงในการแข่งขัน America’s Cup จะต้องปฏิบัติตามกฎของคลาส ซึ่งกำหนดให้เรือที่เข้าแข่งขันต้องปฏิบัติตามทั้งข้อจำกัดด้านน้ำหนักและขนาดอันเคร่งครัด ตามด้วยข้อกำหนดต่าง ๆ เกี่ยวกับวัสดุ เทคโนโลยี และขอบเขตของการสร้าง เจ้าหน้าที่การแข่งขันจะตรวจสอบทุกส่วนของเรือ และอนุญาตให้เข้าทำการแข่งขันเฉพาะเรือที่ผ่านการรับรองเท่านั้น ซึ่งตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา เรือยอชต์ AC75 ถือเป็นเรือยอชต์ล้ำสมัยที่น่าตื่นตาตื่นใจยิ่ง

ความงามเลิศของ AC75
AC75 เข้ามาแทนที่ AC50 และ AC72 ซึ่งเป็นเรือคาตามารันที่ใช้กันอยู่ก่อนหน้า AC75 ถือเป็นเรือที่มีความสามารถทางเทคนิคสูงสุดในประวัติศาสตร์ของ America’s Cup และถือเป็นเรือที่สวยงามมากอีกด้วย การออกแบบ AC75 ที่สมบูรณ์แบบนั้นเปรียบเสมือนการออกแบบรถแข่งฟอร์มูลาวันที่สมบูรณ์แบบ โดยการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างวัสดุสมรรถนะสูงทรงประสิทธิภาพกับหลักอากาศพลศาสตร์ขั้นสูง
แต่การพูดนั้นง่ายกว่าการทำมาก “ปัญหาก็คือ คุณคงอยากได้เรือที่แข็งแรง ทนทาน และใช้งานได้หลากหลาย แต่คุณก็ต้องทำให้มันเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้” Nobili กล่าวพร้อมเสริมว่า “มีบางส่วนของเรือที่ต้องมีแค่ขนาดเดียว เช่น ตัวเรือที่ต้องมีความแข็งแรง แต่เนื่องจากมันเป็นชิ้นส่วนที่ใหญ่ที่สุดของเรือ จึงต้องสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดเพื่อให้ได้มาซึ่งส่วนประกอบที่เบาที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

เพื่อให้ได้มาซึ่งดีไซน์ที่เหมาะสมที่สุด ทีม Luna Rossa จึงศึกษาในทุกมุมและทุกส่วนโค้งของ AC75 เพื่อให้ได้เส้นสายที่ลู่ลมที่สุด โดยสร้างตัวเรือจากอลูมิเนียมในรูปแบบของแกนรังผึ้ง จากนั้นจึงปิดผนึกด้วยแผ่นคาร์บอนไฟเบอร์ที่ยึดติดด้วยเรซินอีพอกซี
นอกจากนี้ แผ่นฟอยล์ทั้ง 2 ข้างยังต้องการความแข็งแรงและความเบาด้วย มันจึงใช้แผ่นแข็งที่ทำขึ้นจากโมโนลิธิกคาร์บอน และหุ้มด้วยชั้นป้องกันเพิ่มเติมที่ทำจากคาร์บอนอีกชั้นหนึ่ง ในทำนองเดียวกัน เสากระโดงเรือก็ถูกทำขึ้นจากคาร์บอนโดยมีการออกแบบที่ตายตัวตามกฎการแข่งขัน ซึ่งสำหรับส่วนประกอบนี้ ทีมจะได้รับอนุญาตให้ปรับแต่งได้เล็กน้อยเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดบนผิวน้ำ

คนและเครื่องจักร
ส่วนประกอบทั้งหมดของ AC75 จะทำงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนให้ลูกเรือไปข้างหน้า โดยทำการหมุนและพลิกตัวในขณะที่เรือแล่นไปรอบ ๆ สนาม แต่สิ่งที่ทำให้การชมการแข่งขันน่าตื่นเต้นมากก็คือ การใช้ฟอยล์ ซึ่งเมื่อเรือได้รับลมเพียงพอที่จะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วอย่างน้อย 6 น็อต (ประมาณ 12 กิโลเมตร/ชั่วโมง) ตัวทริมเมอร์จะสั่งให้ยกฟอยล์หนึ่งในสองอันขึ้นจากน้ำ เพื่อให้ตัวเรือทั้งหมดถูกยกขึ้นโดยลมและลอยขึ้นเหนือน้ำอย่างแท้จริง
ไม่ต้องบอกก็รู้ได้ว่า นี่ไม่เหมือนกับเรือยอชต์คลาสสิกอย่างที่คุณอาจมีประสบการณ์ได้ขึ้นเรือยอชต์ Eilean ของ Panerai ซึ่งเป็นเรือใบวินเทจ 3 เสาสไตล์เบอร์มิวดา เรือลำนี้มีความสวยงามอย่างไร้ข้อสงสัย แต่คุณต้องมีมากกว่าหน้าตาที่ดูดีเพื่อเอาชนะคู่แข่งให้ได้



หากพิจารณาจากประสิทธิภาพแล้ว AC75 ถือว่าไม่มีคู่แข่งในด้านความเร็วเมื่อเทียบกับเรือใบแบบ 2 ลำตัว AC50 และ AC72 แต่จงจำไว้ว่าทุกอย่างบนเรือ AC75 นั้นใช้พลังงานจากมนุษย์ 100% จึงต้องใช้กำลังคนในการแข่งขัน
Nobili กล่าวว่า “เราไม่มีมอเตอร์สำหรับขยับเคลื่อนใบเรือ ดังนั้นระบบเมคาทรอนิกส์ที่เรามีอยู่ภายในเรือจึงต้องมีประสิทธิภาพสูงสุด และเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุดอย่างที่ว่า เราจึงได้ศึกษาค้นคว้าวัสดุและเทคโนโลยีอย่างละเอียดถี่ถ้วน” ตั้งแต่ปี 2017 กฎของ America’s Cup ถูกระบุว่าแทนที่จะให้นักแข่งใช้แขนหมุนปั่นเพื่อขยับเคลื่อนเรือ เรือจะได้รับอนุญาตให้ใช้ไซคลอ 4 ชุด เพื่อขับเคลื่อนเรือด้วยลักษณะการปั่นจักรยาน ซึ่งก็เหมือนกับการปั่นจักรยานอยู่กับที่นั่นเอง

รายงานได้ระบุว่าวิธีนี้ช่วยเพิ่มกำลังที่ส่งไปยังระบบไฮดรอลิกได้ 40% ดังนั้นไซคลอจึงมีและทำหน้าที่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ การปั่นอย่างบ้าคลั่งตลอดระยะเวลาการแข่งขัน ซึ่งโดยปกติแล้วจะใช้เวลาประมาณ 25 ถึง 30 นาที โดยขึ้นอยู่กับเส้นทาง ไม่ต้องสงสัยเลยว่านั่นทำให้การแข่งขัน America’s Cup นั้นต้องใช้กำลังกายมากที่สุด
“ด้วยไซคลอร์ 4 ชุด คุณต้องเคลื่อนองค์ประกอบของเรือที่มีน้ำหนัก 7.5 ตัน และแล่นด้วยความเร็ว 100 กม./ชม. ดังนั้นจึงต้องมีการวิจัยและใช้เทคโนโลยีอย่างมากมายมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ และด้านไฮดรอลิกก็เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงเช่นกัน ลองนึกดูว่าเรากำลังใช้ถึง 600 บาร์ ในขณะที่มาตรฐานสำหรับอุตสาหกรรมทั่วไปเช่น รถยนต์และการบิน คือ 350 บาร์ มันมีส่วนประกอบจำนวนมากที่เราใช้เกินสเปกที่กำหนด และพวกมันเป็นชิ้นส่วนที่ใช้เพียงครั้งเดียว เพราะคุณสร้างขึ้นมาเพียงชิ้นเดียวโดยไม่มีชิ้นส่วนทดแทน และไม่มีชิ้นส่วนที่เป็นอะไหล่สำเร็จรูป” Nobili อธิบาย

เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า “สิ่งที่คุณทำในระหว่างเอดิชั่นต่าง ๆ คือ การทำงานตามแผนย้อนหลังที่นำคุณไปสู่วันที่วิเศษ นั่นคือวันที่ 29 สิงหาคม คุณวางแผนไว้ว่าคุณมีเวลาเท่าไรในการสร้างเรือ คุณต้องการเวลาเท่าไรในการแข่งขันบนน้ำและการออกแบบ คุณทำงานในแผนใหญ่ที่มีรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ มากมายที่จำเป็น คุณทำการออกแบบบางอย่าง และคุณพยายามจำลองสิ่งที่จะเกิดขึ้น พอคุณสร้างมันขึ้นมา คุณก็ต้องขึ้นเรือแล่ะรวบรวมคำติชมจากลูกเรือทั้งหมด แล้วจึงกลับไปออกแบบใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกว่าคุณจะสามารถบรรลุประสิทธิภาพตามที่คุณต้องการ”
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ AC75 ที่ America’s Cup นั้น มีลักษณะตามที่เห็นเนื่องจากเป็นการออกแบบที่เหมาะสมที่สุดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ทุกอย่างล้วนมีเจตนารมณ์ที่ชัดเจน ถูกศึกษาอย่างรอบคอบ ถูกค้นคว้า ออกแบบ และทดสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดของลูกเรือ ในขณะเดียวกัน พวกมันก็สวยงามอย่างเหลือเชื่อด้วย

Nobili เห็นด้วยว่า “เรือลำนี้สวยงามก็เพราะมันมีประสิทธิภาพสูง ทำให้สามารถแข่งขันแบบแมตช์เรซได้ การแข่งขันแบบแมตช์เรซเป็นจิตวิญญาณของการแข่งขัน America’s Cup ซึ่งเป็นการแข่งขันแบบหนึ่งต่อหนึ่ง ในอดีต เรามีเรือเร็ว เช่นตอนที่เราแข่งเรือใบสองลำตัวที่ซานฟรานซิสโก เรือเหล่านั้นเร็วมาก แต่ไม่ค่อยดีในเรื่องการควบคุมทิศทาง ความสวยงามของ AC75 คือ ความเร็วที่มันทำได้และความคล่องตัวในการควบคุมทิศทางเพื่อทำการแข่งขันแบบแมตช์เรซ ความสวยงามสำหรับผม คือ แนวของตัวเรือที่ดูสง่างามมาก”
วัสดุทำให้เกิดประสิทธิภาพ
การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัย ความเฉลียวฉลาดของมนุษย์ และความประณีตด้านสุนทรียศาสตร์ที่ทีม Luna Rossa แสดงให้เห็นนั้น เข้ากันได้อย่างลงตัวกับแนวคิดการทำนาฬิกาของ Panerai โดยนาฬิกาเอดิชั่นพิเศษสำหรับ Luna Rossa ได้รับการออกแบบมาให้มีความแข็งแรงทนทาน กันน้ำได้ดี สวมใส่ได้สะดวก และใช้งานง่าย ในขณะเดียวกันก็ถ่ายทอดแก่นแท้ของสไตล์และความหรูหราของอิตาลีได้เป็นอย่างดี
ยกตัวอย่างเช่น รุ่น Submersible QuarantaQuattro Luna Rossa Ti-Ceramitech ปี 2024 เป็นตัวอย่าง นาฬิการุ่นนี้เด่นด้วยตัวเรือนสีน้ำเงินเข้มแบบผิวด้าน โดยสร้างรูปลักษณ์ขึ้นจากวัสดุ Ti-Ceramitech ซึ่งเป็นโลหะผสมไททาเนียมที่ผ่านการทำให้เป็นเซรามิกด้วยกระบวนการ อิเลกทรอไลติก พลาสมา ออกซิเดชัน

ด้วยความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและตัวเรือนที่เบากว่าสตีลถึง 44% พร้อมทั้งมีความทนทานต่อการแตกเสียหายที่สูงกว่าเซรามิกแบบดั้งเดิมถึง 10 เท่า ใช่แล้ว Ti-Ceramitech นำเสนอข้อดีทั้งหมดนี้และไม่มีข้อเสียของวัสดุไฮเทคเซรามิกอยู่เลย และส่วนที่สำคัญที่สุดก็คือ มากับสีฟ้าโทนมหาสมุทรอันเป็นลักษณะเฉพาะตัวที่ไม่ค่อยได้พบเห็นในนาฬิกาเซรามิกอื่น ๆ นัก
ไม่ว่าจะจับคู่กับหน้าปัดสีน้ำเงินปัดลายซันบรัชด์ (PAM1466) หรือหน้าปัดสีขาวผิวหยาบด้าน (PAM1543) นาฬิกา Submersible QuarantaQuattro Luna Rossa Ti-Ceramitech ก็ยังคงสร้างความประทับใจให้ได้ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนก็ตาม

นอกจากนี้ยังมีรุ่น Submersible Tourbillon GMT Luna Rossa Experience Edition (PAM1405) ซึ่งพาทีมขึ้นสู่อีกระดับของวิศวกรรมขั้นสูง ด้วยการเป็นนาฬิกา GMT กลไกทูร์บิญอง ในลักษณะของโอเพนเวิร์กด์ แต่ไม่ใช่แค่นั้นเพราะมันเป็นนาฬิกา GMT Tourbillon รูปแบบโอเพนเวิร์กด์ที่สามารถใส่ดำน้ำได้ลึกถึงระดับ 300 เมตรอีกด้วย
นาฬิการุ่นนี้มีขนาดใหญ่พอ ๆ กับ Ti-Ceramitech Submersible แต่ตัวเรือน Carbotech ที่เบาและวงขอบตัวเรือนไทเทเนียมนั้นทำให้สวมใส่บนข้อมือได้อย่างสบายสุด ๆ เรียกได้ว่าเป็นประสบการสุดพิเศษที่มีให้กับเจ้าของนาฬิกาสุดเหนือชั้นที่สร้างขึ้นมาเพียง 20 เรือนเท่านั้น

แน่นอนว่า Panerai ไม่อาจละเลยการออกวัสดุสเตนเลสสตีลสุดคลาสสิกในคอลเลกชั่นนี้ได้ โดยเราจะพบกับวัสดุสเตนเลสสตีล ด้วยรุ่น Submersible Luna Rossa (PAM1565) และ Submersible QuarantaQuattro Luna Rossa (PAM1681) ซึ่งเป็น Luna Rossa 2 เอดิชั่นพิเศษที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าและสวมใส่ได้อย่างสบายในชีวิตประจำวัน
นอกจากความแตกต่างของขนาด คือ 42 มม. กับ 44 มม. แล้ว ยังสามารถแยกแยะรุ่นได้ด้วยสี ไม่ว่าจะเป็นหน้าปัดสีน้ำเงินหรือสีเงินปัดลายซันบรัช แต่ไม่ว่าคุณจะชอบรุ่นไหน สิ่งหนึ่งที่แน่ชัดก็คือ ทุกรุ่นล้วนมีความรักในการล่องเรือและท้องทะเลสถิตอยู่เหมือนกัน มันเป็นมหาสมุทรของเราที่ผู้นิยม Panerai ภูมิใจประกาศถึงศักดิ์ศรี และในขณะที่ Panerai ได้เจาะลึกเข้าไปในศาสตร์แห่งการสร้างเครื่องบอกเวลา ทาง Luna Rossa เองก็มุ่งมั่นที่จะยกระดับตัวเองขึ้นสู่ขั้นต่อไป


“ผมคิดว่าส่วนหนึ่งของหน้าที่ของเรา คือ การสืบสานมรดก” Nobili กล่าว “มันคือการทำให้ผู้คนภายนอกเข้าใจถึงคุณค่าของ America’s Cup และสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง รวมถึงเข้าใจถึงน้ำใจนักกีฬาของการแข่งขันรายการนี้ด้วย สำหรับพวกเราที่เคยเข้าร่วมการแข่งขัน America’s Cup มามากกว่า 1 ครั้ง เราจึงผูกพันกับกีฬาชนิดนี้มากจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราไปแล้ว และเราไม่ได้ต้องการให้มันเป็นแบบอื่น”


“ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand – แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง”
ที่มา: by Celine Yap

