บอกลาความหนาเทอะทะและสายที่ไม่พอดีข้อมือไปได้เลย เพราะนี่คือการแก้เกมครั้งใหญ่ของ Grand Seiko ที่แฟนๆ ทั่วโลกเคยบ่น 

Date:

เมื่อ Grand Seiko ปลดล็อกทุกข้อกังขา ผ่านการยกเครื่องครั้งใหญ่ที่ทำให้ Evolution 9 กลายเป็นมาตรฐานใหม่สมบูรณ์แบบ

การส่งสัญญาณปรับทัพครั้งสำคัญที่แบรนด์เลือกตอบสนองเสียงเรียกร้องของเหล่านักสะสมอย่างตรงจุด ทั้งเรื่องสายนาฬิกา วัสดุ และสุดยอดกลไกแห่งยุค

สำหรับคนที่ติดตาม Grand Seiko มาตลอด เราต่างรู้ดีว่าแบรนด์นี้มีจุดเด่นเรื่องงานหน้าปัดและงานขัดเงาที่หาตัวจับยาก แต่ในความสมบูรณ์แบบนั้น มักจะมี “ความกวนใจเล็กๆ” ที่เหล่านักสะสมมักหยิบยกมาพูดคุยกันในวงสนทนาเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องตัวล็อกสายที่ปรับละเอียดไม่ได้ หรือการกักเก็บกลไกขั้นสุดยอดไว้เฉพาะในรุ่นลิมิเต็ดราคาเอื้อมถึงยาก แต่ข่าวการอัปเดตไลน์ผลิตภัณฑ์ Evolution 9 พร้อมกันถึง 9 รุ่นในรอบนี้ กำลังบอกเราว่า Grand Seiko กำลังนั่งฟังเสียงวิจารณ์เหล่านั้นอย่างตั้งใจ และเลือกที่จะยกระดับคอลเลกชันเรือธงของพวกเขาให้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ไร้ข้อกังขา

ประเด็นแรกที่เชื่อว่าคนรักนาฬิกาจะสะดุดตาและตื่นเต้นที่สุด คือการที่ Grand Seiko ยอมนำ “ตัวล็อกสายแบบปรับละเอียดได้” (Micro-adjustable clasp) มาใส่เป็นฟังก์ชันมาตรฐานเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่เคยทดลองใส่มาแบบจำกัดเมื่อปีกลายจนแฟนๆ หลายคนบ่นอุบ รอบนี้แบรนด์จัดให้เต็มๆ บนสายนาฬิกาที่มีความเรียว (Tapered) รับกับข้อมือ ทั้งในขนาดตัวเรือน 37 มิลลิเมตร และ 40 มิลลิเมตร ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้การสวมใส่ในชีวิตประจำวันสบายขึ้นอย่างที่ควรจะเป็นมานาน

การยกระดับมาตรฐานยังลามไปถึงการเลือกใช้วัสดุ โดยรอบนี้ Grand Seiko เลือกสลัดสเตนเลสสตีลเกรดธรรมดาทิ้งไปจาก Evolution 9 แล้วแทนที่ด้วยโลหะเกรดพรีเมียมทั้งหมด โดยรุ่นที่เป็นสตีล 7 รุ่นจะใช้โลหะ Ever-Brilliant Steel ที่ให้ความเงางามและช่วยขับเน้นงานขัดเงาให้ดูมีมิติคมชัดกว่าสตีลทั่วไป ส่วนรุ่นไทเทเนียมอีก 2 รุ่นก็เลือกใช้ High-Intensity Titanium ที่เบาและทนทาน

แต่สิ่งที่ถือเป็นไฮไลท์ที่แท้จริงและน่าตื่นเต้นที่สุดสำหรับคนชอบกลไก คือฝั่งนาฬิกา Spring Drive ทุกรุ่นในซีรีส์อัปเดตนี้ จะถูกขับเคลื่อนด้วยกลไกคาร์ลิเบอร์ 9RB2 U.F.A (Ultra Fine Accuracy) ทั้งหมด ซึ่งนี่คือนวัตกรรมระดับแถวหน้าของแบรนด์ที่เพิ่งเปิดตัวไปได้ปีกว่าๆ มีความแม่นยำในระดับที่น่าเหลือเชื่อคือคลาดเคลื่อนเพียง ±20 วินาที “ต่อปี” เท่านั้น ตัวกลไกมีการซีลสุญญากาศทั้งคริสตัลออสซิลเลเตอร์และวงจรรวม (IC) เพื่อตัดปัญหาเรื่องอุณหภูมิและความชื้นรบกวน การที่แบรนด์นำกลไกที่เป็นที่สุดของเทคโนโลยีนี้มาใส่ในรุ่นการผลิตปกติ ถือเป็นการคืนกำไรให้คนรักนาฬิกาอย่างแท้จริง ขณะที่ฝั่งกลไกจักรกล (Mechanical) ก็ได้กลไกความถี่สูง 5 Hz คาร์ลิเบอร์ 9SA5 พร้อมพลังงานสำรอง 80 ชั่วโมงมาประจำการตามคาด

ในส่วนของหน้าปัด Grand Seiko ได้นำลวดลายยอดนิยมที่แฟนๆ หลงรักกลับมาจัดระเบียบใหม่ในมิติตัวเรือนที่ลงตัว ฝั่ง Spring Drive นำทัพโดยลาย “ระลอกคลื่นแห่งทะเลสาบซึวะ” (Lake Suwa) ที่มาในโทนสีฟ้าอ่อนลงในขนาด 37 มม. (SLGB015) และ 40 มม. (SLGB013) รวมถึงเวอร์ชันหน้าปัดสีดำขรึมในตัวเรือนไทเทเนียมขนาด 40 มม. (SLGB007) นอกจากนี้ยังมีลาย “เบิร์ชขาว” (White Birch – SLGB009) และลายเขียวขรุขระจากหุบเขาอเทระ (Atera Valley – SLGB011) มาให้เลือกสรร

สำหรับฝั่งกลไกจักรกล ไฮไลต์หนีไม่พ้นรหัส SLGH031 ซึ่งเป็นร่างแมคคานิคอลของ White Birch ขนาบข้างด้วยเวอร์ชันหน้าปัดสีดำ (SLGH029 โครงสร้างไทเทเนียม) สีเขียว (SLGH033) และปิดท้ายด้วยหน้าปัดสีเขียวน้ำทะเลลายหุบเขาเกนบิ (Genbi Valley – SLGH035)

สนนราคาเริ่มต้นของรุ่นตัวเรือนสตีลทั้งฝั่ง Spring Drive และกลไกจักรกลถูกตั้งไว้เท่ากัน ส่วนรุ่นตัวเรือนไทเทเนียมจะขยับขึ้นไป โดยกลุ่ม Spring Drive จะเริ่มวางจำหน่ายก่อนในเดือนกันยายน และตามด้วยรุ่นกลไกจักรกลในเดือนตุลาคมปีนี้

การขยับตัวของ Grand Seiko ในรอบนี้จึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนสีสันบนหน้าปัดเพื่อสร้างกระแสไปวันๆ แต่เป็นการรับฟัง สังเกตการณ์ และแก้ไขข้อบกพร่องเชิงกายภาพอย่างจริงจัง จนทำให้ Evolution 9 กลายเป็นนาฬิกาเรือธงที่พร้อมชนกับคู่แข่งในระดับเดียวกันได้อย่างสง่างามและสมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยทำมา

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
เมื่อความขัดแย้งกลายเป็นอัตลักษณ์ นี่คือคู่สีที่จัดจ้านที่สุดบนหน้าปัด H. Moser & Cie.
Arnold & Son HM London Skyline Limited Edition: จากลอนดอนยุควิกตอเรียนสู่มหานครร่วมสมัย ผ่านหน้าปัดที่เปลี่ยนเรื่องราวตามแสงและความมืด
หรือนี่จะเป็นลมหายใจครั้งใหม่ที่บาเซิล? เมื่อ MCH Group พยายามกู้คืนศรัทธาของเมืองหลวงแห่งเวลาผ่านงาน “Basilia Jewellery & Watch Fair”

Share post:

More like this

เมื่อ Universal Genève และ Breitling ตบเท้าเข้าร่วม Palexpo: สัญญาณเปลี่ยนผ่านครั้งใหม่ที่ Watches and Wonders 2027 จะเป็นอย่างไร?

เจาะลึกจุดเปลี่ยนสำคัญของงาน Watches and Wonders 2027 กับการตบเท้าเข้าร่วมของ Breitling และการกลับมาของ Universal Genève ที่นักสะสมเฝ้ารอ

เมื่อประกายเยือกแข็งของขั้วโลกใต้ หลอมรวมเป็นศิลปะแห่งเวลาบน G-SHOCK MR-G FROGMAN (รุ่น MRG-BF1000EB-1ADR)

เมื่อความแข็งแกร่งขั้นสุดของ G-SHOCK บรรจบกับงานหัตถศิลป์ระดับมาสเตอร์พีซ เพื่อฉลองวาระครบรอบ 30 ปีของตระกูลระดับท็อปอย่าง MR-G

Oyster Story นิทรรศการฉลองครบรอบ 100 ปีนวัตกรรมตัวเรือนกันน้ำของ Rolex

จากการกำเนิดของตัวเรือนกันน้ำเรือนแรกของโลกในปี 1926 สู่รากฐานของนาฬิกา Rolex ทุกรุ่นในปัจจุบัน... Rolex จัดนิทรรศการฉลองหนึ่งศตวรรษแห่งความสำเร็จของ Oyster  นับตั้งงานแสดงนาฬิกา Watches...

หรือนี่จะเป็นลมหายใจครั้งใหม่ที่บาเซิล? เมื่อ MCH Group พยายามกู้คืนศรัทธาของเมืองหลวงแห่งเวลาผ่านงาน “Basilia Jewellery & Watch Fair”

วิเคราะห์ทิศทางอุตสาหกรรมนาฬิกาหลังการประกาศเปิดตัว "Basilia" งานจัดแสดงเรือนเวลาและเครื่องประดับหรูงานใหม่โดย MCH Group ความพยายามครั้งสำคัญในการฟื้นฟูเมืองบาเซิลให้กลับมามีบทบาทบนแผนที่โลกนาฬิกาอีกครั้งผ่านโมเดลธุรกิจที่กระชับและเป็นมิตรขึ้น