TUDOR Royal เผยโฉมเรือนเวลาที่มาพร้อมกับนิยามใหม่ของคำว่า Sport-Chic

Date:

TUDOR Royal นิยามใหม่ของนาฬิกา Sport-Chic ที่ผสานความหรูหราและประสิทธิภาพไว้ได้อย่างลงตัว

TUDOR Royal คือนาฬิกาคลาสสิกของแบรนด์ที่หลอมรวมความสปอร์ตและความสง่างามไว้ได้อย่างลงตัว ด้วยสายโลหะที่ผสานเข้ากับตัวเรือนอย่างกลมกลืน ขอบหน้าปัดอันเป็นเอกลักษณ์ และกลไกอัตโนมัติ ทำให้ Royal เป็นตัวอย่างของ “sport-chic” ที่ใช้งานได้หลากหลายมิติ ล่าสุด ทิวดอร์ได้เปิดตัว Royal หน้าปัดสีน้ำเงินที่สะดุดตา โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก Cheng Yi แบรนด์แอมบาสเดอร์ของ TUDOR นาฬิกาเรือนนี้จึงเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่ต้องการโดดเด่นและเปล่งประกาย เพราะนอกจากหน้าปัดสีน้ำเงินแล้ว ยังมีการประดับเพชรบนขอบหน้าปัดและหน้าปัดอีกด้วย ซึ่งไม่ได้มีจุดประสงค์ให้ดูเรียบง่าย แต่ตั้งใจให้ดู “fabulous” หรือน่าทึ่ง

Royal เป็นนาฬิการุ่นที่มีประวัติยาวนานของ TUDOR และได้รับการพัฒนาอย่างประณีตมาตลอดหลายทศวรรษ รุ่นพิเศษใหม่นี้โดดเด่นด้วยหน้าปัดสีน้ำเงินเฉพาะตัว ขับเน้นความงามของ Royal ขนาด 28 มม. ที่มาพร้อมขอบหน้าปัดประดับเพชร ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบสเตนเลสสตีลและแบบ S&G (สเตนเลสสตีลผสมทองคำ) การผสมผสานนี้ช่วยเพิ่มความหรูหราให้กับคอลเลกชันที่สง่างามอยู่แล้ว ด้วยประสิทธิภาพทางเทคนิคระดับสูงและความงามที่ละเอียดอ่อน ทำให้ Royal เป็นสะพานเชื่อมระหว่างนาฬิกาคลาสสิกและนาฬิกาสปอร์ต ชื่อ Royal ถูกใช้ครั้งแรกโดย TUDOR ในยุค 1950 เพื่อเน้นย้ำถึงคุณภาพและการออกแบบที่เหนือชั้นของนาฬิกา ซึ่งยังคงโดดเด่นมาจนถึงปัจจุบัน

Born To Dare คือหัวใจสำคัญของ TUDOR

นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1926 ภายใต้วิสัยทัศน์ของผู้ก่อตั้ง Hans Wilsdorf TUDOR มุ่งมั่นที่จะผลิตนาฬิกาที่ดีที่สุดในราคาที่เข้าถึงได้ Royal จึงเป็นส่วนหนึ่งของมรดกนี้ที่ให้คำมั่นว่าผู้สวมใส่จะได้รับคุณภาพที่ดีที่สุด ตัวเรือนผลิตในสวิตเซอร์แลนด์จากสเตนเลสสตีล 316L ที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ และสามารถกันน้ำได้ลึกถึง 100 เมตร (330 ฟุต) กลไกการทำงานซึ่งเป็นจุดสูงสุดของความเชี่ยวชาญด้านนาฬิกาสวิส ได้รับการตกแต่งอย่างประณีตและปรับตั้งตามมาตรฐาน Chronometry (ศาสตร์แห่งการวัดเวลาสูงสุด) แม้จะมองไม่เห็นก็ตาม สายโลหะแบบห้าข้อต่อที่เรียบเนียนและไร้รอยต่อก็โดดเด่นด้วยคุณภาพของการออกแบบ การผลิต และการตกแต่ง ทั้งหมดนี้รวมกันเป็นคุณภาพอันเลื่องชื่อของ TUDOR ซึ่งเป็นปรัชญาที่สรุปไว้ด้วยคำว่า “Born To Dare” การกล้าที่จะทำสิ่งที่ดีกว่าเสมอ

และในปี 2017 TUDOR ได้เปิดตัวแคมเปญใหม่พร้อมสโลแกน “Born To Dare” ซึ่งสะท้อนทั้งประวัติศาสตร์และสิ่งที่แบรนด์เป็นอยู่ในปัจจุบัน แคมเปญนี้บอกเล่าเรื่องราวการผจญภัยของบุคคลที่ทำสิ่งที่พิเศษในทุกสภาพแวดล้อม โดยมีนาฬิกา TUDOR อยู่บนข้อมือ ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ถึงแนวทางที่ไม่เหมือนใครที่ทำให้แบรนด์ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำและสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม จิตวิญญาณ “Born To Dare” ของแบรนด์ได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลก ซึ่งความสำเร็จของพวกเขาล้วนมาจากแนวทางชีวิตที่กล้าหาญ

TUDOR Manufacture ศูนย์กลางแห่งนวัตกรรม

นาฬิกา TUDOR ทุกเรือนถูกประกอบและทดสอบอย่างเต็มรูปแบบตามมาตรฐานที่เหนือกว่าที่โรงงานแห่งใหม่ใน Le Locle ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โรงงานที่ทันสมัยแห่งนี้สร้างเสร็จในปี 2021 และรวบรวมความรู้ของผู้ผลิตนาฬิกาเข้ากับการจัดการการผลิตที่ดีที่สุดและระบบการทดสอบอัตโนมัติ โรงงานนี้เชื่อมต่อกับโรงงาน Kenissi ที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นโรงงานผลิตกลไกของ TUDOR ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2016 ด้วยการผนวกรวมนี้ แบรนด์จึงสามารถควบคุมการพัฒนาและการผลิตกลไกจักรกลที่มีประสิทธิภาพสูงได้อย่างสมบูรณ์ และสามารถรับประกันคุณภาพของส่วนประกอบที่สำคัญได้ด้วยตนเอง

การรับประกันที่สะท้อนความมั่นใจ

จากประสบการณ์อันยาวนานและความมั่นใจในคุณภาพที่เหนือกว่า แบรนด์จึงเสนอการรับประกันห้าปีสำหรับผลิตภัณฑ์ทั้งหมด โดยการรับประกันนี้ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนหรือทำการตรวจเช็กตามระยะเวลา และสามารถโอนสิทธิ์ได้หากนาฬิกาเปลี่ยนเจ้าของ แบรนด์ยังแนะนำให้นำนาฬิกาเข้ารับการบริการทุกๆ ประมาณ 10 ปี ขึ้นอยู่กับรุ่นและระดับการใช้งาน นี่คือการรับประกันที่ยืนยันถึงความทนทานและความน่าเชื่อถือของนาฬิกา TUDOR ที่ผลิตขึ้นเพื่อใช้งานได้ยาวนาน

ข้อมูลทางเทคนิค
  • ตัวเรือน: ขนาด 28 มม. ผลิตจากสเตนเลสสตีล 316L หรือสเตนเลสสตีล 316L ผสมเยลโลว์โกลด์ โดยผ่านการขัดแบบซาตินและขัดเงา
  • ขอบหน้าปัด: ประดับเพชรอย่างพิถีพิถัน มีให้เลือกทั้งแบบสเตนเลสสตีล 316L และเยลโลว์โกลด์
  • หน้าปัด: สีน้ำเงินพิเศษ พร้อมมาร์กเกอร์บอกเวลาประดับเพชร และเข็มนาฬิกาทรงบาตองเคลือบสารเรืองแสง Swiss Super-LumiNova® เกรด A
  • สายนาฬิกา: แบบห้าข้อต่อในตัวที่ขัดแบบซาตินและขัดเงา มีให้เลือกทั้งแบบสเตนเลสสตีล 316L และแบบทูโทนสลับเยลโลว์โกลด์

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่
การกลับมาของยุค 90: Timex Intrepid × Dimepiece Edition
Hublot Big Bang One Click Joyful: การกลับมาของสีสันที่สดใสในตำนาน
เผยโฉม Van Cleef & Arpels Perlée Extraordinaire Fruits Enchantés เรือนเวลาที่มาพร้อมความงามจากธรรมชาติ

Share post:

More like this

เมื่อนาฬิกาทรงสี่เหลี่ยมหน้าปัดห้องนักบิน ถอดเข็มออกแล้วย้ายไปอยู่ในอวกาศ: เจาะลึก Bell & Ross BR-03 Space Mission

Bell & Ross ตีความนาฬิกาทรงสี่เหลี่ยมระดับไอคอนิกใหม่ในรุ่น BR-03 Space Mission ถอดเข็มนาฬิกาแบบเดิมออก แล้วใช้แผ่นดิสก์หมุนจำลองการโคจรของยานอวกาศ Vortex และดวงจันทร์บนพื้นหน้าปัดแก้วอเวนจูรีนสีดำประกายดาว ในตัวเรือนเซรามิกดำขัดทรายขนาด 41 มม. ผลิตจำกัด 999 เรือน

สัมผัส Jaeger-LeCoultre 101 Chain นาฬิกากำไลจิวเวลรีชั้นสูงที่ซ่อนกลไกจักรกลไขลานเล็กที่สุดในโลก

Jaeger-LeCoultre ผสานงานจิวเวลรีเข้ากับวิศวกรรมชั้นสูงด้วย 101 Chain กำไลทองคำชมพูประดับเพชรและ HyCeram สีดำ ที่ซ่อนกลไกไขลานด้วยมือ Calibre 101 กลไกจักรกลขนาดจิ๋วที่เล็กที่สุดในโลกไว้ภายใน

MB&F ปลุกตำนาน LM1 ขึ้นมาฉลองครบรอบ 15 ปีในร่าง LM1 EVO ปรับขนาดตัวเรือนเหลือ 42 มิลลิเมตร

MB&F ปลุกตำนาน LM1 ขึ้นมาฉลองครบรอบ 15 ปีในร่าง LM1 EVO ปรับขนาดตัวเรือนเหลือ 42 มิลลิเมตร เพิ่มระบบซับแรงกระแทก FlexRing กันน้ำ 80 เมตร บาลานซ์สปริงคู่ Straumann® และกลไกไขลานสำรองพลังงาน 60 ชั่วโมง

เปิดตัว TAG Heuer Formula 1 Solargraph x Oracle Red Bull Racing ฉลองครบรอบ 10 ปีแห่งความร่วมมือ

สัมผัสความเร้าใจจากสนามแข่งกับ TAG Heuer Formula 1 Solargraph x Oracle Red Bull Racing นาฬิกาเรือนพิเศษฉลอง 10 ปีพาร์ทเนอร์ชิป ตัวเรือนสเตนเลสสตีล 38 มิลลิเมตร หน้าปัดซันเรย์สีน้ำเงิน-แดง และกลไกโซลาร์กราฟพลังงานแสง