เจาะลึกกลยุทธ์การตลาดนาฬิกาหรู: กับเหล่าผู้มีอิทธิพลขับเคลื่อนแบรนด์ คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมถึงยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อคว้าตัวคนดังเหล่านี้?
เทรนด์การใช้ “แบรนด์แอมบาสเดอร์” หรือ “Friend of the House” ของแบรนด์นาฬิกาไฮเอนด์ (High-end Watch) กลายเป็นกลยุทธ์สำคัญที่สร้างความสั่นสะเทือนในวงการอย่างต่อเนื่อง เพราะในโลกของสินค้าหรูหรา ภาพลักษณ์คือทุกสิ่ง การเลือกบุคคลที่มี “ตัวตน” สอดคล้องกับ DNA ของแบรนด์ นอกเหนือจากการจ้างบุคคลที่มีชื่อเสียง นี่คือการสร้างเรื่องราว แรงบันดาลใจ และที่สำคัญที่สุดคือ “อิทธิพล” ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้คนทั่วโลก
บทความนี้จะพาไปสำรวจดาราและคนดังที่เป็นกระแส และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนตลาดนาฬิกาหรูในปัจจุบัน โดยเราจะทำความเข้าใจถึงความสำคัญของตำแหน่งเหล่านี้ซึ่งแบรนด์นาฬิกาไฮเอนด์ให้ความสำคัญอย่างมาก และมีการแบ่งระดับความสัมพันธ์อย่างชัดเจน
- Global Brand Ambassador / Brand Ambassador: เป็นตำแหน่งสูงสุดที่แสดงถึงความผูกพันระยะยาวและเป็นตัวแทนระดับโลกของแบรนด์ ซึ่งบทบาทของบุคคลเหล่านี้จะรวมถึงการถ่ายโฆษณาแคมเปญหลัก การร่วมพัฒนาสินค้า และเป็นหน้าเป็นตาของแบรนด์ในระดับสากล
- Friend of the House / Friend of the Brand: เป็นตำแหน่งที่รองลงมาแต่ก็เป็นพันธมิตรที่สำคัญเช่นกัน บุคคลเหล่านี้จะทำหน้าที่โปรโมตแบรนด์ในแคมเปญต่างๆ และเข้าร่วมงานสำคัญของแบรนด์อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งถือเป็นความร่วมมืออย่างเป็นทางการ
ดาราจีน หนึ่งในกุญแจสำคัญสู่ตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ทำไมถึงต้องเลือกพวกเขา? แบรนด์นาฬิกาหรูต่างมองเห็นศักยภาพมหาศาลของตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดผู้บริโภคสินค้าหรูที่ใหญ่ที่สุดในโลก การเลือกดาราจีนชื่อดังเป็นการใช้พลังของ “แฟนด้อม” (Fandom) ที่มีความภักดีสูงและพร้อมที่จะสนับสนุนศิลปินที่พวกเขารัก แบรนด์จึงได้ฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ที่มีกำลังซื้อและพร้อมที่จะเป็นกระบอกเสียงให้แบรนด์อย่างมีประสิทธิภาพ
ตัวอย่างเช่น

เฉิง อี้ (Cheng Yi) กับ TUDOR
นักแสดงหนุ่มจากซีรีส์ยอดนิยมอย่าง Love and Redemption ได้รับการแต่งตั้งเป็น Brand Ambassador ของ TUDOR โดยเขาเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ “Born to Dare” ของแบรนด์ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นและกล้าหาญ การร่วมงานนี้ช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งและมีสไตล์ของ TUDOR ในตลาดจีน

Photographer: Oliver June
By YIBO-Official
Yibo CHANEL House Ambassador
หวังอี้ป๋อ (Wang Yibo) กับ Chanel J12
หวังอี้ป๋อเป็นที่รู้จักในฐานะนักแสดงและศิลปินผู้มีอิทธิพลสูง บุคลิกที่หลากหลายของเขาในฐานะนักแสดง นักเต้น และนักแข่งรถมืออาชีพ ทำให้เขาเป็นตัวแทนที่สมบูรณ์แบบของความกล้าที่จะแตกต่างและใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ การได้รับเลือกเป็น Friend of the House จึงเป็นการสะท้อนภาพลักษณ์ของ Chanel J12 ที่ผสานความสง่างามเข้ากับจิตวิญญาณแห่งการท้าทายได้อย่างลงตัว และยังช่วยให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้กว้างขวางยิ่งขึ้น

อวี๋ซูซิน (Esther Yu) กับ Tissot
นักแสดงสาวผู้เป็นที่รักจากซีรีส์ Love Between Fairy and Devil ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น Brand Spokesperson ของ Tissot การเลือกอวี๋ซูซินที่มีบุคลิกสดใสและเป็นที่ชื่นชอบของคนรุ่นใหม่ ช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ที่ทันสมัยและหรูหราของ Tissot ให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ได้มากขึ้น
อิทธิพลของ K-Pop กับเหล่าไอดอลผู้กำหนดเทรนด์ระดับโลก
ทำไมถึงต้องเลือกพวกเขา? พลังของศิลปิน K-Pop นั้น นับว่าแข็งแกร่งและมีอิทธิพลต่อแฟนคลับทั่วโลก ทำให้แบรนด์นาฬิกาหันมาใช้ไอดอลเหล่านี้เป็นสื่อกลางในการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ ในอีกด้านหนึ่ง ศิลปิน K-Pop อย่าง Lisa BLACKPINK และ V (BTS) คือตัวอย่างที่ทรงพลังของ “มหาอำนาจทางวัฒนธรรม” ที่ไร้พรมแดน การที่พวกเขาเป็นผู้นำเทรนด์แฟชั่นและมีอิทธิพลต่อแฟนคลับทั่วโลก ทำให้การเลือก Lisa โดย Bulgari และการเลือก V โดย Cartier กลายเป็นกลยุทธ์ที่เฉียบคมที่สุดในการยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้มีความทันสมัยและหรูหราพร้อมกันในทุกทวีป เพราะการเคลื่อนไหวของพวกเขาเพียงครั้งเดียวสามารถสร้างกระแสและการรับรู้ได้อย่างมหาศาล
Lisa BLACKPINK กับ Bulgari
การร่วมงานของทั้งคู่ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ด้านเครื่องประดับ และยังรวมถึงนาฬิกาด้วย บุคลิกที่ทันสมัย แข็งแกร่ง และเปี่ยมด้วยความสามารถของ Lisa สะท้อนภาพลักษณ์ของ Bulgari ได้อย่างลงตัว และช่วยขยายฐานลูกค้าไปทั่วเอเชียและยุโรป


V (BTS) กับ Cartier
การตัดสินใจเลือก V ศิลปินระดับโลกจากวง BTS ให้เป็น Brand Ambassador ของ Cartier สะท้อนถึงกลยุทธ์ที่เฉียบคมของแบรนด์อย่างชัดเจน ด้วยรสนิยมทางแฟชั่นที่เรียบหรูและเป็นเอกลักษณ์ ทำให้เขากลายเป็นแฟชั่นไอคอนที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล บวกกับบุคลิกที่สง่างามและมีเสน่ห์ของตัวศิลปินเอง จึงเป็นภาพสะท้อนที่สมบูรณ์แบบของ Cartier ในฐานะแบรนด์ที่สื่อถึงความหรูหราและความสง่างามเหนือกาลเวลา
กระแสนักแสดงซีรีส์วาย (Boys’ Love) ของไทย จากเอเชียสู่การเป็นไอคอนระดับโลก
ทำไมถึงต้องเป็นพวกเขา? การบุกเบิกตลาดใหม่ด้วย “ซอฟต์พาวเวอร์” ของไทย กระแสความนิยมของซีรีส์วายและซีรีส์ยูริได้ส่งให้นักแสดงไทยหลายคนกลายเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิด “ซอฟต์พาวเวอร์” ที่ทรงพลังและเป็นปรากฏการณ์ที่แบรนด์หรูไม่ควรมองข้าม การตัดสินใจของ Piaget ในการแต่งตั้ง ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ (อาโป) เป็น Global Brand Ambassador จึงเป็นการแสดงให้เห็นว่าแบรนด์กล้าที่จะบุกเบิกตลาดใหม่และยอมรับว่าอิทธิพลในโลกยุคนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในฮอลลีวูดหรือวงการเพลง K-Pop แต่สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกที่ที่มีแฟนคลับที่แข็งแกร่งและพร้อมจะขับเคลื่อนยอดขายอย่างแท้จริง
ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ (อาโป) กับ Piaget
การเลือก ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ (อาโป) ผู้โด่งดังจากซีรีส์วายเรื่อง KinnPorsche The Series ให้เป็น Global Brand Ambassador ของ Piaget ถือเป็นการเคลื่อนไหวที่กล้าหาญและฉลาดหลักแหลมของแบรนด์นาฬิกาหรูจากสวิตเซอร์แลนด์อย่างยิ่ง เพราะการตัดสินใจนี้สะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์ยอมรับและมองเห็นพลังของ “ซอฟต์พาวเวอร์” ของไทยที่ขยายอิทธิพลไปทั่วโลก ก่อให้เกิดกลุ่มแฟนคลับที่เหนียวแน่นและมีพลังในการขับเคลื่อนสูง ซึ่งไม่เพียงแค่ติดตามผลงานเพียงอย่างเดียว ยังพร้อมที่จะสนับสนุนและสร้างมูลค่าให้กับแบรนด์ที่ร่วมงานกับศิลปินที่พวกเขารักอย่างแท้จริง
Piaget ไม่ได้เพียงแค่เลือกนักแสดงที่กำลังเป็นกระแส กลับเป็นการเลือกบุคลิกที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวของอาโป ที่ดูมีชีวิตชีวาและทันสมัย เพื่อสื่อสารกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมาพร้อมกับโลกดิจิทัล การร่วมงานนี้จึงเป็นการส่งสัญญาณว่า Piaget เป็นแบรนด์ที่ไม่หยุดนิ่ง และพร้อมที่จะเป็นผู้บุกเบิกในตลาดใหม่ๆ โดยเฉพาะในเอเชีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง การตัดสินใจนี้จึงเป็นการยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้มีความร่วมสมัย เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยยังคงไว้ซึ่งความหรูหราและประเพณีดั้งเดิมของแบรนด์อย่างลงตัว

ดาราฮอลลีวูด คือสัญลักษณ์แห่งความคลาสสิกที่ผสานความทันสมัย
แม้ว่าแบรนด์นาฬิกาหรูจะมุ่งหน้าสู่กลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ แต่การเลือกดาราฮอลลีวูดที่มีชื่อเสียงระดับโลกก็ยังคงเป็นรากฐานสำคัญในกลยุทธ์การตลาด เพราะพวกเขาคือตัวแทนของความสง่างามและความสำเร็จที่อยู่เหนือกาลเวลา
ไม่ว่าจะเป็นการที่ OMEGA มี George Clooney และ Nicole Kidman เป็น Global Ambassadors มาอย่างยาวนานนั้น เป็นเหมือนการสร้างความผูกพันกับผู้คนผ่านสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม George Clooney สะท้อนภาพลักษณ์ของชายหนุ่มใหญ่ที่มีรสนิยมลุ่มลึกและสง่างาม ขณะที่ Nicole Kidman เป็นตัวแทนของผู้หญิงที่สวยสง่าและมีพลังอย่างแท้จริง ทั้งคู่เปรียบเสมือนภาพสะท้อนที่มั่นคงของ OMEGA ในฐานะแบรนด์ที่สร้างสรรค์นาฬิกาที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และงานฝีมือที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย
ในอีกด้านหนึ่ง Ryan Gosling ถือเป็นตัวแทนของความทันสมัยที่กล้าหาญ การที่เขาเป็น Brand Ambassador ให้กับ TAG Heuer นั้น แสดงให้เห็นว่าแบรนด์ต้องการสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบความเท่และไม่เหมือนใคร บุคลิกที่ดูสุขุม แต่เต็มไปด้วยความน่าค้นหาของ Gosling เข้ากันได้อย่างลงตัวกับภาพลักษณ์ของ TAG Heuer ที่ผสานประเพณีการสร้างสรรค์นาฬิกาเข้ากับจิตวิญญาณแห่งความเร็วและการแข่งขัน
การใช้กลยุทธ์แบบผสมผสานนี้ ทำให้แบรนด์นาฬิกาหรูสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ พวกเขาใช้ดาราจากยุคคลาสสิกเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือในสายตาลูกค้าเดิม และใช้ไอคอนจากยุคปัจจุบันเพื่อดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ ซึ่งเป็นการสร้างสมดุลระหว่างมรดกที่สืบทอดมากับความสดใหม่ของแบรนด์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

George Clooney กับ OMEGA
George Clooney คือภาพจำของ OMEGA มาอย่างยาวนาน บุคลิกที่สุขุม ทันสมัย และมีรสนิยมของเขา สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของ OMEGA ในฐานะนาฬิกาที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และนวัตกรรม
อารอน เทย์เลอร์-จอห์นสัน (Aaron Taylor-Johnson) กับ OMEGA
นักแสดงชาวอังกฤษผู้มีผลงานที่หลากหลายและโดดเด่นอย่าง อารอน เทย์เลอร์-จอห์นสัน ได้รับการแต่งตั้งเป็น Brand Ambassador ของ OMEGA บุคลิกที่เท่ เข้มแข็ง และมีสไตล์เฉพาะตัวของเขา ช่วยเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างลงตัว


Ryan Gosling กับ TAG Heuer
นักแสดงหนุ่ม Ryan Gosling ได้รับเลือกให้เป็น Brand Ambassador ของ TAG Heuer ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีความผูกพันกับโลกของกีฬาและความเร็ว สไตล์ที่เท่และไม่เหมือนใครของ Gosling ช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ที่ทันสมัยและมีชีวิตชีวาของแบรนด์
นักกีฬาผู้เป็นแรงบันดาลใจ
โลกของนาฬิกาไฮเอนด์มีความผูกพันกับโลกกีฬามาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะกีฬาที่เน้นความแม่นยำ ความมุ่งมั่น และความท้าทาย แบรนด์ต่าง ๆ ใช้ความร่วมมือกับนักกีฬาเพื่อสื่อสารคุณค่าของตนเองผ่านเรื่องราวของความพยายามและความสำเร็จที่จับต้องได้
บทบาทในเชิงกลยุทธ์ เป็นตัวอย่างแสดงให้เห็นถึงสองแนวทางที่แตกต่างกัน แต่มีเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือการใช้ตัวตนของนักกีฬาเป็นเครื่องสะท้อนคุณค่าของแบรนด์ Federer เป็นตัวแทนของความสำเร็จและมรดกที่ยิ่งใหญ่ ขณะที่ Nadal เป็นตัวแทนของนวัตกรรมและความทนทาน ซึ่งช่วยให้แบรนด์สามารถเข้าถึงและสร้างแรงบันดาลใจให้กับกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Roger Federer กับ Rolex: การร่วมมือระหว่าง Roger Federer และ Rolex ถือเป็นการจับคู่ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในวงการ การที่ Federer เป็นนักเทนนิสระดับตำนานที่มีภาพลักษณ์สุภาพ เรียบหรู และมีเส้นทางอาชีพที่เต็มไปด้วยความสำเร็จอย่างยาวนานนั้น สอดคล้องกับปรัชญาของ Rolex ที่เน้นความเที่ยงตรง คุณภาพ และความสง่างามเหนือกาลเวลาได้อย่างลงตัว

Rafael Nadal กับ Richard Mille
Rafael Nadal กับ Richard Mille: ในทางกลับกัน การที่ Rafael Nadal ซึ่งมีสไตล์การเล่นที่ดุดันและทรงพลัง ร่วมงานกันนั้น เป็นการแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญของแบรนด์ ที่เน้นนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง การที่นาดาลสวมนาฬิกา Richard Mille ขณะลงแข่งขัน เป็นการพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพและความแข็งแกร่งของนาฬิกาได้อย่างชัดเจนที่สุดว่ามันเป็นเครื่องมือที่มีความแม่นยำสูงและทนทานในทุกสภาวะ
ปัจจัยที่ทำให้การเลือกแบรนด์แอมบาสเดอร์เหล่านี้ “เป็นกระแส” และ “มีอิทธิพล”
ความสำเร็จของกลยุทธ์การใช้แบรนด์แอมบาสเดอร์ในยุคปัจจุบันนั้นไม่ได้วัดกันที่จำนวนเงินที่จ่ายไป แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยเชิงลึกที่เชื่อมโยงระหว่างตัวตนของคนดังกับพฤติกรรมของผู้บริโภค
ประการแรกคือพลังของโซเชียลมีเดีย: ในยุคนี้ แบรนด์แอมบาสเดอร์มีหน้าที่มากกว่าแค่การปรากฏตัวในโฆษณา เพราะต้องทำหน้าที่เป็น “กระบอกเสียง” ที่ทรงอิทธิพลของแบรนด์ด้วยการสื่อสารโดยตรงผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของตัวเอง ซึ่งช่วยให้แบรนด์สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและสร้างการรับรู้ในวงกว้างได้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ประการที่สองคือศิลปะของการเล่าเรื่อง (Storytelling): แบรนด์ต่างๆ ได้พัฒนาไปสู่การสร้างเรื่องราวที่ผูกตัวตนของดาราเข้ากับคุณค่าของนาฬิกาอย่างแนบเนียน ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จ ความมุ่งมั่น ความสง่างาม หรือความกล้าที่จะแตกต่าง การสร้างเรื่องราวเหล่านี้ทำให้ผู้บริโภครู้สึกผูกพันทางอารมณ์กับแบรนด์และอยากเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องราวความสำเร็จนั้น
ประการสุดท้ายคือผลกระทบต่อตลาดรอง (Secondary Market): การที่ดาราคนดังสวมใส่นาฬิการุ่นใดรุ่นหนึ่งไม่ได้ส่งผลแค่ยอดขายในตลาดแรกเท่านั้น ยังสร้างความต้องการอย่างรวดเร็วในตลาดรอง ซึ่งทำให้ราคานาฬิการุ่นนั้นๆ พุ่งสูงขึ้น กลายเป็น “สินค้าหายาก” ที่มีสถานะเป็นของสะสม ผลกระทบนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มมูลค่าให้กับนาฬิกา กลับยิ่งตอกย้ำถึงคุณค่าและสถานะของแบรนด์ได้อย่างทรงพลัง
การเลือกแบรนด์แอมบาสเดอร์ในวันนี้ได้ก้าวข้ามการเป็นเพียงแค่การจ้างบุคคลที่มีชื่อเสียง แต่เป็นการสร้างเรื่องราวที่เชื่อมโยงระหว่างตัวตนของคนดังกับแก่นแท้ของแบรนด์อย่างลึกซึ้ง แบรนด์นาฬิกาหรูต่างตระหนักดีว่าในยุคนี้ การตลาดที่ประสบความสำเร็จคือการสร้างแรงบันดาลใจและให้ผู้คนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องราวของแบรนด์ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนยอดขายและมูลค่าของแบรนด์ในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในท้ายที่สุด การเลือกแบรนด์แอมบาสเดอร์ได้กลายเป็นศิลปะที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อน แบรนด์นาฬิกาหรูกำลังเดินบนเส้นทางที่ต้องรักษาความสมดุลระหว่างการใช้ตัวตนใหม่ๆ เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่เติบโตอย่างรวดเร็ว กับการรักษาคุณค่าและประวัติศาสตร์อันยาวนานของตนเองไว้ การสร้างสรรค์ความร่วมมือที่ฉลาดและมีวิสัยทัศน์จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้แบรนด์สามารถส่งต่อ “มรดกแห่งกาลเวลา” ให้ยังคงเป็นที่ต้องการในทุกยุคสมัย และเป็น “มหาอำนาจ” ในวงการนี้ได้อย่างยั่งยืน
แล้วในมุมมองของคุณ คุณคิดว่าแบรนด์นาฬิกาหรูควรให้ความสำคัญกับนักแสดงจากกลุ่มใดเป็นพิเศษในอนาคต เพราะอะไร? มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้เลย
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่
วิถีแห่งเวลา: Baume & Mercier นาฬิกาที่คนจริงจังกับงานฝีมือต้องฟัง
จะเป็นอย่างไรเมื่อสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษี 39% ต่อสินค้าสวิส?
คู่มือระบบไขลานอัตโนมัติ เจาะลึกความมหัศจรรย์ทางกลไกที่ซ่อนอยู่ในนาฬิกา


