ลืมนาฬิกาทรงเดิมไปก่อน SB10 ฉลอง 10 ปีแบบทิ้งหน้าปัดเดิม แล้วเติมงานคราฟต์ผสมไซไฟที่แท้ทรู

Date:

การเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี ด้วยกลไกชั่วโมงกระโดดที่เปลี่ยนหน้าปัดนาฬิกาให้เป็นผืนผ้าใบแห่งงานคราฟต์

ในโลกของนาฬิกาอิสระ บางครั้งไอเดียที่บรรเจิดที่สุดก็อาจติดหล่มอยู่แค่ในขั้นตอนนาฬิกาต้นแบบ เหมือนที่รุ่น SB08 เคยเผชิญในปี 2024 ด้วยโครงสร้างที่ซับซ้อนและงบประมาณมหาศาลจนยากจะผลิตจริง แต่สำหรับ Armand Billard ดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้งแบรนด์ เขากลับมองว่าจิตวิญญาณของมันควรค่าแก่การไปต่อ ทำให้ในวาระครบรอบ 10 ปีของ Sartory-Billard เขาจึงกลั่นกรองแนวคิดนั้นจนกลายมาเป็น SB10 Jumping Hour นาฬิกาที่เปลี่ยนนิยามการอ่านเวลาให้กลายเป็นงานศิลปะที่สัมผัสได้จริง

Sartory-Billard SB10 Jumping Hour

วิถีใหม่ของการมองเวลาผ่านช่องหน้าต่างและวงแหวน 

สิ่งที่ทำให้ SB10 ดูต่างจากนาฬิกาในตลาดอย่างสิ้นเชิงคือการเลือกกำจัดหน้าปัดแบบเดิมทิ้งไป แล้วแทนที่ด้วยความว่างเปล่าที่เปิดโอกาสให้วัสดุใจกลางได้เปล่งประกาย การแสดงผลชั่วโมงถูกวางไว้ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกาด้วยช่องหน้าต่างขนาดใหญ่พิเศษ ตัวเลขที่พิมพ์ลงบนจานแซฟไฟร์มีขนาดใหญ่กว่านาฬิกาประเภทเดียวกันเกือบสองเท่า ช่วยให้เราอ่านเวลาได้ทันทีโดยไม่ต้องเพ่งมอง

มุมมองที่เราชอบเป็นพิเศษคือการบอกนาทีซึ่ง Armand เลือกใช้จานแซฟไฟร์ที่มีวงแหวนเรืองแสง Super-LumiNova ค่อยๆ หมุนรอบหน้าปัดอย่างเงียบเชียบ จังหวะการเคลื่อนที่นั้นนุ่มนวลจนให้ความรู้สึกเหมือนเวลากำลังหายใจอยู่จริงๆ ยิ่งในยามค่ำคืน วงแหวนนี้จะกลายเป็นรัศมีสีฟ้าเทอร์คอยซ์ที่ลอยเด่นอยู่เหนือวัสดุใจกลางหน้าปัด เป็นการสร้างประสบการณ์ที่ทำให้เราจมดิ่งไปกับบรรยากาศของกาลเวลามากกว่าแค่การดูตัวเลข

สัมผัสที่ปลายนิ้วผ่าน Cabochon 

ไฮไลต์สำคัญของ SB10 คือชิ้นส่วนทรงโดมหรือ Cabochon ที่ติดตั้งอยู่ใจกลางนาฬิกา แทนที่แผ่นหน้าปัดแบนๆ แบบเดิม การออกแบบนี้ตั้งใจสร้างสะพานเชื่อมระหว่างโลกนาฬิกากับโลกอัญมณีเข้าด้วยกัน เป็นพื้นผิวที่ชวนให้เราอยากใช้นิ้วลูบไล้เพื่อสัมผัสถึงความมีชีวิตของวัสดุภายใต้แสงไฟ ซึ่งในการเปิดตัวครั้งแรกนี้ Armand ได้นำเสนอผ่านสองรุ่นที่มีบุคลิกต่างกันสุดขั้ว 

  • รุ่น Disco Ball อัญมณีแห่งแสง 

รุ่นแรกในชื่อ Disco Ball เน้นการเล่นกับแสงและเงาอย่างมีชั้นเชิง ชิ้นส่วน Cabochon ตรงกลางทำจากเหล็กกล้าที่ผ่านการแกะลาย Guilloché เป็นเหลี่ยมมุมรอบตัว ทุกครั้งที่ขยับข้อมือ พื้นผิวนี้จะดักจับแสงและสะท้อนประกายระยิบระยับที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ลายแกะนี้ไม่ได้มีไว้แค่โชว์ความสวยงามทางสายตาเท่านั้น มันยังให้ผิวสัมผัสที่ปลายนิ้วสามารถรับรู้ถึงลวดลายที่สลักลงไปได้อย่างชัดเจน เป็นรุ่นที่ดูมีพลังและมีชีวิตชีวามากที่สุด

  • รุ่น Black Sapphire ความลึกลับที่เปิดเผยบางส่วน 

รุ่นที่สองอย่าง Black Sapphire เลือกใช้แนวทางที่นิ่งและขรึมกว่า โดยใช้ Cabochon ที่ทำจากแซฟไฟร์รมดำ ความพิเศษของวัสดุนี้คือความโปร่งใสที่พอเหมาะ มันทำหน้าที่เหมือนม่านสีเข้มที่ยอมให้เราเห็นโครงสร้างภายในของกลไกและจานบอกเวลาแบบ Jumping Hour โดยไม่เปิดเผยความลับทั้งหมดออกมา รุ่นนี้จะดูขรึมและทันสมัยมากขึ้น เมื่อวงแหวนนาทีเรืองแสงทำงานในที่มืด มันจะตัดกับความดำสนิทของแซฟไฟร์ได้อย่างตระการตา

โครงสร้างที่จริงใจและแข็งแกร่ง 

ภายใต้ดีไซน์ที่ดูเรียบง่าย SB10 เลือกใช้กลไก Calibre G100 ที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน เสริมด้วยโมดูลระบบ Jumping Hour ที่ได้รับสิทธิบัตรเพื่อให้การกระโดดของตัวเลขแม่นยำที่สุด ตัวเรือนเหล็กกล้าขนาด 39.5 มม. มีสัดส่วนที่พอดีและดูโปร่งกว้าง ให้ความรู้สึกที่เบาสบายแต่ยังมีความมั่นคงเมื่ออยู่บนข้อมือ

สำหรับการเดินทางจากรุ่นต้นแบบ SB08 มาสู่ SB10 อาจเรียกได้ว่าเป็นเหมือนข้อพิสูจน์ถึงความจริงใจของ Sartory-Billard ที่ต้องการส่งมอบงานดีไซน์ระดับสูงให้นักสะสมสามารถครอบครองได้จริงในชีวิตประจำวัน นาฬิกาเรือนนี้จึงเป็นการประกาศเจตนารมณ์ของแบรนด์ในรอบทศวรรษ ว่าความหรูหราที่แท้จริงคือความสอดประสานระหว่างวัสดุ อารมณ์ และงานฝีมือที่สามารถสัมผัสถึงกาลเวลาได้ด้วยหัวใจ

ข้อมูลทางเทคนิค Sartory-Billard SB10
  • ชื่อรุ่น: รุ่น Disco Ball และ Black Sapphire
  • ตัวเรือน: เหล็กกล้าไร้สนิม 316L ขนาด 39.5 มม. กระจก Sapphire ทั้งด้านหน้าและฝาหลังแบบเปลือย
  • หน้าปัด: ดีไซน์ไร้หน้าปัดแบบดั้งเดิม โดดเด่นด้วยชิ้นส่วนอัญมณี Fixed cabochon ที่เลือกได้ทั้งแบบโลหะแกะลาย Guilloché หรือ Sapphire
  • ฟังก์ชัน: Jumping Hour แสดงผล ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ผ่านจานชั่วโมง Sapphire พร้อมตัวอักษรออกแบบเฉพาะ
    • นาที: แสดงผลผ่านจานนาที Sapphire หมุนรอบ 60 นาที พร้อมวงแหวน Super-LumiNova BGW9 และเครื่องหมายระบุนาทีสีแดง
  • กลไก: Calibre G100 (La Joux-Perret) สำรองพลังงาน 55 ชั่วโมง เสริมชุด Module ระบบ Jumping Hour ที่ได้รับสิทธิบัตร
  • สาย: สายหนังคุณภาพสูง ตัดเย็บประณีตรับกับตัวเรือน

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Jacob & Co. Billionaire Double Tourbillon Angel Cut ปฏิวัติวงการด้วยเพชรเจียระไนสิทธิบัตรใหม่ในราคา 120 ล้านบาท
Green Dial Energy | รวม 5 นาฬิกาหน้าปัดเขียว เสริมจังหวะแห่งวสันตวิษุวัตและการสะท้อนพลังแห่งการเติบโต
ว่าด้วย ‘ทองคำ’ วัสดุล้ำค่าที่น่าปรารถนาตลอดกาลในอุตสาหกรรมนาฬิกา

Share post:

More like this

เมื่อ Bremont เปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ด้วยซีรีส์ Air Force Blue นาฬิกานักบินจำเป็นต้องมีหน้าปัดสีน้ำเงินจริงหรือ?

สำรวจรายละเอียดเชิงลึกของ Bremont Altitude Air Force Blue แคปซูลคอลเลกชันล่าสุดที่นำเฉดสีน้ำเงินลึกของกองทัพทหารอากาศมาถ่ายทอดลงบนตัวเรือนไทเทเนียมและเหล็ก 904L ครบทั้ง 4 รุ่นยอดนิยม

แฟนๆ ว่าไงใจกล้าพอไหมที่จะทำตัวเรียบร้อย? เมื่อ Hublot ยอมดรอปความซ่าแล้วหันมาซบโทนสีมินิมอลกับ Hublot Spirit of Big Bang Essential Taupe

เมื่อแบรนด์สายซ่าขอดรอปโทนสีฉูดฉาด เจาะลึก Hublot Spirit of Big Bang Essential Taupe บทที่ 5 จาก Essential Series ที่มาพร้อมสีเทาอมน้ำตาล (Taupe) ความหรูหราแบบเงียบเชียบที่ท้าทายสายตานักสะสมทั่วโลก

หัตถศิลป์หรือแฟชั่น? มาแกะรอยความลึกซึ้งบนหน้าปัดของ Louis Vuitton Color Blossom คอลเลกชัน

ส่องอินไซด์ล่าสุดของ Louis Vuitton Color Blossom เรือนเวลารุ่นใหม่ขนาด 26 มิลลิเมตร ที่ย่อส่วนงานเจียระไนหินสีและเปลือกหอยมุกธรรมชาติชั้นสูง ลงบนตัวเรือนรูปทรงมนโค้งอันเป็นเอกลักษณ์ จากฝีมือของสตูดิโอ La Fabrique du Temps

Moritz Grossmann เฉลิมฉลองสองศตวรรษด้วยสีสันและวัสดุสดใหม่ในนาฬิการุ่น TEFNUT Silver-Plated by Friction 

ครั้งแรกกับวัสดุเยลโลว์โกลด์ การจับคู่สีที่ดูแปลกตา และการกลับมาของโลโก้วินเทจ ต้องบอกว่า ถ้ามองนาฬิการุ่นนี้ไกลๆ ในครั้งแรกเรามองเห็นนาฬิกา dress watch หน้าตาคลาสสิกเรือนหนึ่ง แต่เมื่อซูมอินดูรายละเอียดใกล้ๆ...