Rado ฉลองครบรอบ 40 ปีแห่งรักแท้ในเกมเทนนิส สู่เรือนเวลาแห่งชัยชนะ

Date:

เมื่อความแม่นยำของเรือนเวลา ผสานกับความมุ่งมั่นในเกมแห่งชัยชนะ ฉลอง 40 ปีแห่งความผูกพันที่ Rado มีต่อวงการเทนนิส

ในโลกของนาฬิกาและกีฬา บางความสัมพันธ์ก็ลึกซึ้งและยาวนานจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ เช่นเดียวกับ Rado และวงการเทนนิส ที่ในปี 2025 นี้ กำลังเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 40 ปีแห่งความร่วมมืออันทรงคุณค่า ภายใต้แนวคิด “Game, Set and Match” ซึ่งสะท้อนถึงการเดินทางร่วมกันระหว่างศิลปะแห่งการประดิษฐ์เรือนเวลา และความท้าทายอันน่าหลงใหลของกีฬาเทนนิสระดับอาชีพตลอดสี่ทศวรรษที่ผ่านมา มันคือเรื่องราวของความมุ่งมั่น ความแม่นยำ และการก้าวข้ามขีดจำกัดที่แบรนด์ได้พิสูจน์ให้เห็นมาโดยตลอด

The EFG Swiss Open Gstaad – 2023
Mubadala Citi DC Open, Washington – 2021

เกมแห่งสไตล์ Rado Captain Cook x Tennis Limited Edition

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวาระพิเศษนี้ Rado ได้นำเสนอเรือนเวลารุ่นพิเศษอย่าง Rado Captain Cook x Tennis Limited Edition ที่ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 1,985 เรือนทั่วโลก นับว่าเป็นการถ่ายทอดเอกลักษณ์ของกีฬาเทนนิสลงบนข้อมือได้อย่างแยบยล

หน้าปัดนาฬิกาไล่ระดับเฉดสีอย่างมีศิลปะจากรูทีเนียมไปสู่เฉดสีขาว พร้อมขีดบอกเวลาที่ตำแหน่ง 3, 6, 8, และ 12 นาฬิกา ซึ่งแทนคะแนน 15, 30, 40 และ ‘เกม’ ในกีฬาเทนนิส ลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ยิ่งทำให้แฟนเทนนิสรู้สึกผูกพันกับเรือนเวลานี้มากขึ้นไปอีก นอกจากนี้ เข็มวินาทีปลายสีเขียวก็ยังได้แรงบันดาลใจจากลูกเทนนิส ทำให้องค์ประกอบทุกอย่างผสานรวมกันอย่างสมบูรณ์แบบ

Rado Captain Cook x Tennis Limited Edition ขับเคลื่อนด้วยกลไก Rado คาลิเบอร์ R763 ที่สามารถสำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 80 ชั่วโมง และยังมาพร้อมระบบ EasyClip ที่ช่วยให้การเปลี่ยนสายนาฬิกาเป็นเรื่องง่ายดาย เรือนเวลานี้สะท้อนแนวคิด “Sporty Elegance” ทั้งในด้านเทคนิค ดีไซน์ และความหมาย ถือเป็นการหลอมรวมความคลาสสิกของงานออกแบบเข้ากับพลังแห่งการแข่งขันได้อย่างลงตัว

ตัวเรือนเม็ดมะยมและขอบหน้าปัดแบบหมุนได้ทำจากสแตนเลสสตีลขัดเงา พร้อมขอบหน้าปัดพลาสม่าไฮเทคแบบปัดเงารูปวงกลม ฝาหลังยังสลักข้อความพิเศษ “LIMITED EDITION, ONE OUT OF 1985” และมีการปั๊มนูนที่ถอดแบบพื้นผิวของสนามเทนนิสหลายประเภท (หญ้า ดิน และปูน) ซึ่งเป็นดีเทลที่น่าประทับใจ

Rado Captain Cook x Tennis Limited Edition

พันธกิจที่สานต่อด้วยความมุ่งมั่น Rado กับวงการเทนนิส

Rado ยังเป็นผู้ขับเคลื่อนสำคัญในวงการเทนนิสมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยบทบาทผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการของ ATP และ Davis Cup ทำให้แบรนด์กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่มีความเที่ยงตรง และยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความน่าเชื่อถือในโลกของกีฬา ความร่วมมือกับการแข่งขันระดับตำนานอย่าง French Open, Mubadala Citi DC Open และ Swiss Indoors Basel ได้ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เข้าถึงแฟนกีฬาทั่วโลกอย่างลึกซึ้ง

Rado Captain Cook x Tennis Limited Edition
The Rado Swiss Open Gstaad 1985 final between Joakim Nyström and Andreas Maurer.
Rado Captain Cook x Tennis Limited Edition
Corner clock, Swiss Indoors Basel – 2023

สิ่งที่น่าชื่นชมคือ Rado ยังเป็นแบรนด์แรกๆ ที่สร้างแพลตฟอร์มเพื่อสนับสนุนนักกีฬาเยาวชนผ่านโครงการ Rado YoungStars ซึ่งริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2015 และยังผลักดันให้นักกีฬาหลายคนเติบโตขึ้นเป็นแชมป์โลกจากโครงการนี้ นอกจากนี้ การได้ร่วมงานกับนักเทนนิสชั้นนำระดับโลกอย่าง Ash Barty, Cameron Norrie และ Barbora Krejčíková ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ ก็ยิ่งตอกย้ำถึงความผูกพันของ Rado กับวงการเทนนิส 

การเป็นหนึ่งในผู้นำด้านนวัตกรรมวัสดุและศิลปะการออกแบบที่กลายเป็นเอกลักษณ์ระดับโลก ทุกเรือนเวลาก็คือการรวมกันของศาสตร์แห่งกลไกและความงามทางสายตา ซึ่งถ่ายทอดออกมาผ่านดีไซน์ที่ร่วมสมัยและวัสดุชั้นเลิศ เพื่อมอบประสบการณ์ที่หรูหรา นุ่มนวล และทนทานเหนือกาลเวลา

Rado Captain Cook x Tennis Limited Edition นับเป็นอีกหนึ่งคอลเลกชันที่เฉลิมฉลองประวัติศาสตร์ 40 ปีแห่งความมุ่งมั่น ความหลงใหล และชัยชนะของ Rado ในโลกเทนนิส เหมาะอย่างยิ่งสำหรับแฟนกีฬาและนักสะสมที่หลงใหลในความเที่ยงตรงเหนือกาลเวลา 

Rado Captain Cook x Tennis Limited Edition
Rado Captain Cook x Tennis Limited Edition
Rado Captain Cook x Tennis Limited Edition
Rado Captain Cook x Tennis Limited Edition
ข้อมูลทางเทคนิค
Rado Captain Cook x Tennis Limited Edition
  • ความพร้อมในการจำหน่าย: ผลิตจำนวนจำกัด 1,985 เรือนทั่วโลก
  • ตัวเรือน: วัสดุใช้สเตนเลสสตีลขัดเงา (รวมถึงเม็ดมะยมและขอบหน้าปัดแบบหมุนได้) ขอบหน้าปัดเป็นแบบพลาสม่าไฮเทคแบบปัดเงารูปวงกลม พร้อมตัวเลขและหลักชั่วโมงเคลือบแลคเกอร์สีขาว และสามเหลี่ยมเคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova® สีขาว
  • หน้าปัด: ไล่เฉดสีจากรูทีเนียมเป็นสีขาว มีจุด Super-LumiNova® สีเหลืองเข้มที่ตำแหน่ง 3 / 6 / 8 / 12 นาฬิกา (เทียบเท่าคะแนน 15 / 30 / 40 / เกม) พร้อมขีดบอกเวลาสีโรเดียมเคลือบสารเรืองแสง และเข็มวินาทีปลายสีเขียว (แรงบันดาลใจจากลูกเทนนิส)
  • ฟังก์ชัน: แสดงเวลา (ชั่วโมง / นาที / วินาที)
  • กลไก: Rado คาลิเบอร์ R763 (อัตโนมัติ) สำรองพลังงาน 80 ชั่วโมง มีคุณสมบัติป้องกันสนามแม่เหล็ก และผ่านการทดสอบความแม่นยำ 5 ตำแหน่ง
  • สาย: มาพร้อมระบบ EasyClip สำหรับเปลี่ยนสาย มีสายนาฬิกาให้เลือกเปลี่ยนหลายแบบเพื่อรองรับสไตล์ “Sporty Elegance”

อ่านบทความน่าสนใจอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่
Blancpain Fifty Fathoms Tech 45 mm เมื่อนาฬิกาดำน้ำในตำนานผสานสไตล์ที่ไม่เคยมีมาก่อน
เปิดประสบการณ์ใหม่กับ ALBA GEOSOLAR Collection เมื่อพลังงานอันน่าทึ่งจากดวงอาทิตย์และแกนโลกมาอยู่บนข้อมือคุณ

Share post:

More like this

Introducing: Brew Retrograph Stone Blend Automatic เมื่อความงามของสายธารกาแฟถูกรังสรรค์ผ่านหินธรรมชาติ Pietersite

Brew เปิดตัว Retrograph Stone Blend Automatic เรือนเวลารุ่นจำกัด 250 เรือน โดดเด่นด้วยหน้าปัดหินธรรมชาติ Pietersite ที่จำลองภาพการเทนมลงในกาแฟสกัดเย็น ขับเคลื่อนด้วยกลไกออโตเมติก Miyota 9015

HYT Conical Tourbillon Midnight Blue เมื่อนวัตกรรมกลศาสตร์ของเหลวผสานความเลอค่าของทองคำ 5N ที่มีเพียง 8 เรือนทั่วโลก

HYT เผยโฉม Conical Tourbillon Midnight Blue นวัตกรรมไฮโดรเมคานิกส์ระดับไฮเอนด์ที่จับคู่ตัวเรือนทองคำ 5N เข้ากับไทเทเนียม DLC สีดำ ขับเน้นระบบของเหลวสีฟ้าและทูร์บิยองทรงกรวย ผลิตจำกัดเพียง 8 เรือนทั่วโลก

LOUIS MOINET MEMORIS DIAMONDS เผยโฉมนาฬิกาโครโนกราฟระดับไฮจิวเวลรี ลิมิเต็ดอิดิชันผลิตเพียงรุ่นละ 12 เรือนทั่วโลก

Louis Moinet เปิดตัว Memoris Diamonds เรือนเวลาโครโนกราฟไอคอนิกในตัวเรือน Red Gold 18K และ Titanium Grade 5 ที่โดดเด่นด้วยการเผยกลไกโครโนกราฟบนหน้าปัด ผสานการประดับเพชร VVS และไพลินสีน้ำเงินสุดประณีต

Franck Muller ถ่ายทอดความรักผ่าน 3 นาฬิกาสุดประณีต ต้อนรับเทศกาลวันแม่

สัมผัสความประณีตของ 3 เรือนเวลาไอคอนิกจาก Franck Muller ทั้ง Cintrée Curvex Gatsby, Crazy Hours x JISBAR และ Curvex CX Silhouette ที่สะท้อนคุณค่า ความตั้งใจ และความรักอันไร้กาลเวลาเนื่องในโอกาสวันแม่