Panerai ย่อส่วนดีไซน์ทรง 90s สู่ขนาด 42 มม. เป็นครั้งแรก สวมใส่ง่ายขึ้น แต่ยังคงตัวตน Tool Watch ระดับตำนาน

Date:

ทั้งสามรุ่นย่อย มาพร้อมดีไซน์เคสยุค 90s กลไก P.980 สำรองพลังงาน 3 วัน และสายผ้าแคนวาสตอบโจทย์สายลุยในชีวิตประจำวัน

หากพูดถึงแบรนด์นาฬิกาที่มีเรื่องเล่าอันเข้มข้น แน่นอนว่าชื่อของ Panerai ย่อมลอยเข้ามาเป็นอันดับต้นๆ โดยเฉพาะเมื่อเอ่ยถึงเรือนเวลาทรงสปอร์ตดุดันอย่าง Luminor ที่มีดีเอ็นเอมาจากเครื่องมือวัดเวลาของกองทัพเรืออิตาลี

ล่าสุด Panerai ได้นำเอากลิ่นอายความคลาสสิกสุดเก๋าจาก เคสดีไซน์ทรงยุค 90s มาย่อส่วนลงเหลือขนาดหน้าปัด 42 มม. เป็นครั้งแรก ใน 3 รหัสใหม่ นั่นก็คือ PAM01710, PAM01711 และ PAM01714 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ตัวเรือนทรงนี้ถูกทำออกมาในสัดส่วนที่เข้าถึงง่ายขึ้น ไม่ได้หมายความว่า Panerai เพิ่งเคยทำไซส์ 42 มม. นะ แต่ครั้งนี้เป็นการนำรูปทรงเฉพาะของยุคก่อนมาปรับสัดส่วนใหม่ให้เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันมากขึ้น

ถอดรหัสดีไซน์ ย้อนเวลาสู่ปี 1993

จุดเริ่มต้นของดีไซน์ชุดนี้ ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 10 กันยายน ปี 1993 บนเรือรบพิฆาต Durand de la Penne ของอิตาลี ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ Panerai เปิดตัวนาฬิกาสู่ตลาดพลเรือนเป็นครั้งแรกด้วยรุ่นในตำนานอย่าง Luminor Ref. 5218-201/A

เอกลักษณ์ของตัวเรือนในยุค 90s นั้น คือเส้นสายที่คมชัด เป็นสันคม แตกต่างจากทรงหมอน (Cushion-shaped) ในยุค 60s อย่างเห็นได้ชัด มาพร้อมกับสะพานครอบเม็ดมะยมโค้งมนที่เชื่อมเข้ากับตัวเรือนได้อย่างเรียบเนียน

เมื่อได้ลองสัมผัสและนำเรือนจริงมาวางทาบบนข้อมือแล้ว สิ่งแรกที่เราจะรู้สึกได้คือขนาด 42 มม. ช่วยทำให้ตัวเรือนดูสมดุลขึ้นมาก รวมไปถึงเส้นสายอันแข็งแกร่งและสันคมที่เป็นเอกลักษณ์เดิมยังอยู่ครบ ไม่ได้โดนลดทอนความเท่ลงเลย ยิ่งพอขึ้นข้อมือแล้วกลับแนบกระชับ ให้ความรู้สึกสวมใส่สบาย และคล่องตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

กลไกทันสมัย และประสิทธิภาพที่ไว้ใจได้

แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะชวนให้เรานึกถึงยุค 90s แต่หัวใจภายในนั้นขับเคลื่อนด้วยกลไกออโตเมติกอินเฮาส์ P.980 ที่สำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 3 วัน (72 ชั่วโมง) มาพร้อมกับฟังก์ชัน Stop-Seconds ที่เข็มวินาทีจะหยุดหมุนทันทีเมื่อดึงเม็ดมะยมออก เพื่อการตั้งเวลาที่แม่นยำระดับวินาที ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่ตกทอดมาจากนาฬิกาปฏิบัติการทางทหาร ส่วนสะพานยึดจักรกรอก (Traversing balance wheel bridge) ก็ช่วยเสริมความเสถียรและความแม่นยำในการเดินให้มั่นคงยิ่งขึ้น

ในด้านความทรหด ตัวเรือนรองรับ การกันน้ำที่ระดับ 50 บาร์ (หรือประมาณ 500 เมตร) ซึ่งกระบวนการทดสอบ ณ โรงงานใน Neuchâtel ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จะมีการใช้เครื่องอัดแรงดันน้ำและอากาศที่สูงกว่าค่ามาตรฐานจริงขึ้นไปอีก 25% เพื่อการันตีความซีลแน่นและความทนทาน ทำให้เรามั่นใจได้ว่า แม้จะปรับขนาดลงมาให้สวมใส่ง่ายขึ้น แต่จิตวิญญาณความเป็น Tool Watch สายลุยตัวจริงนั้นก็ยังคงอยู่

สัมผัสจริงบนหน้าปัดแบบ Monolayer

เมื่อมองหน้าปัดเรือนจริง เราจะเห็นโครงสร้างแบบแผ่นเดียว (Monolayer Construction) ที่พิมพ์ตัวเลขและหลักชั่วโมงด้วย Super-LumiNova® ซ้ำหลายชั้น จนเกิดเป็นมิตินูนขึ้นมาเล็กน้อยอย่างน่าสนใจ ช่วยให้อ่านค่าง่ายและมีความคมชัดสูง พร้อมเข็มวินาทีย่อยที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกาอันเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิม

PAM01710
PAM01711
PAM01714

ซีรีส์นี้มาพร้อมตัวเลือก 3 คาแร็กเตอร์ที่ให้อารมณ์แตกต่างกันอย่างชัดเจน เริ่มจาก PAM01710 ที่ใช้ตัวเรือนสแตนเลสจับคู่หน้าปัดดำแมตต์และสายผ้าแคนวาสสีเบจ ให้ลุควินเทจดั้งเดิม ขยับมาที่ PAM01711 ในตัวเรือนสเตนเลสที่มาพร้อมกับหน้าปัดและสายผ้าแคนวาสสีเขียวแมตต์ ได้ฟีลทหารสายลุยที่ลงตัว และปิดท้ายด้วย PAM01714 สำหรับคนที่ชอบความสปอร์ตเข้ม ด้วยตัวเรือนสเตนเลสเคลือบ DLC สีดำสนิท ตัดกับหน้าปัดน้ำเงินแมตต์และสายผ้าใบสีน้ำเงินเข้าชุดกัน

และอีกจุดเล็กๆ ที่เรารู้สึกชอบก็คือ สำหรับสายผ้าแคนวาสที่ให้มา จะมีการเสริมชิ้นส่วนหนังบริเวณรูล็อกสายเพื่อความทนทานต่อการใช้งาน และยังรองรับระบบ PAM Click Release System™ ที่ช่วยให้ถอดเปลี่ยนสายเองได้ง่ายดาย 

การนำเคสดีไซน์ทรงยุค 90s มาปรับสู่ขนาด 42 มม. ในครั้งนี้ เรารู้สึกว่าเหมือนเป็นการพบกันครึ่งทางที่ลงตัวมาก สำหรับคนที่หลงใหลในประวัติศาสตร์และรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์ของ Luminor เพราะการปรับเปลี่ยนทำให้ได้นาฬิกาที่มีดีเอ็นเอสายลุยระดับตำนาน ในสัดส่วนที่รับกับข้อมือและพร้อมลุยไปกับคุณได้จริงในทุกๆ วัน

ข้อมูลทางเทคนิค
  • ชื่อรุ่น: Panerai Luminor (รุ่น PAM01710, PAM01711 และ PAM01714)
  • ตัวเรือน: ขนาด 42 มม. ดีไซน์เคสทรงยุค 90s พร้อมสะพานครอบเม็ดมะยม วัสดุสเตนเลส (สำหรับ PAM01710 และ PAM01711) และสเตนเลสเคลือบ DLC สีดำ (สำหรับ PAM01714) กันน้ำ 50 บาร์ (500 เมตร)
  • หน้าปัด: หน้าปัดโครงสร้างแบบแผ่นเดียว (Monolayer) พิมพ์ตัวเลขและหลักชั่วโมงด้วย Super-LumiNova® มิตินูนเด่นชัด พร้อมเข็มวินาทีย่อยที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา (หน้าปัดสีดำแมตต์ สีเขียวแมตต์ หรือสีน้ำเงินแมตต์ตามแต่ละรุ่น)
  • ฟังก์ชั่น: แสดงเวลาชั่วโมง นาที และวินาทีย่อย พร้อมระบบ Stop-Seconds ตั้งเวลาความแม่นยำระดับวินาที
  • กลไก: กลไกออโตเมติกอินเฮาส์ P.980 พร้อมสะพานยึดจักรกรอก (Traversing balance wheel bridge) สำรองพลังงาน 3 วัน (72 ชั่วโมง)
  • สาย: สายผ้าแคนวาส (เสริมชิ้นส่วนหนังบริเวณรูล็อกสาย) พร้อมระบบถอดเปลี่ยนสายเองได้ PAM Click Release System™

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:

เบื้องหลังบรรยากาศอันมีชีวิตชีวาของมหกรรมนาฬิกาแห่งปีใน Geneva Watch Days 2026 แล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้างหลังจากงานนี้?
บทสัมภาษณ์พิเศษ Pascal Ravessoud รองประธานบริหาร Fondation de la Haute Horlogerie (FHH)
กรุงเทพฯ สู่หมุดหมายใหม่บนปฏิทินโลก สยามพารากอน สานต่อความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่เป็นปีที่ 2

Share post:

More like this

MB&F ปลุกตำนาน LM1 ขึ้นมาฉลองครบรอบ 15 ปีในร่าง LM1 EVO ปรับขนาดตัวเรือนเหลือ 42 มิลลิเมตร

MB&F ปลุกตำนาน LM1 ขึ้นมาฉลองครบรอบ 15 ปีในร่าง LM1 EVO ปรับขนาดตัวเรือนเหลือ 42 มิลลิเมตร เพิ่มระบบซับแรงกระแทก FlexRing กันน้ำ 80 เมตร บาลานซ์สปริงคู่ Straumann® และกลไกไขลานสำรองพลังงาน 60 ชั่วโมง

เปิดตัว TAG Heuer Formula 1 Solargraph x Oracle Red Bull Racing ฉลองครบรอบ 10 ปีแห่งความร่วมมือ

สัมผัสความเร้าใจจากสนามแข่งกับ TAG Heuer Formula 1 Solargraph x Oracle Red Bull Racing นาฬิกาเรือนพิเศษฉลอง 10 ปีพาร์ทเนอร์ชิป ตัวเรือนสเตนเลสสตีล 38 มิลลิเมตร หน้าปัดซันเรย์สีน้ำเงิน-แดง และกลไกโซลาร์กราฟพลังงานแสง

Ralph Lauren ขยายไลน์ 888 Automatic ด้วยตัวเรือนสเตนเลสสตีลบางเฉียบ 6.1 มม. ผสานกลไกสวิสอัตโนมัติและงานกิโยเช่สุดคลาสสิก

สัมผัสความเรียบหรูเหนือกาลเวลาสไตล์ Ralph Lauren กับ 888 Automatic 39mm นาฬิกาเดรสวอทช์ตัวเรือนสเตนเลสสตีลบาง 6.10 มิลลิเมตร หน้าปัดสีเงินโอปาลีนลายกิโยเช่ พร้อมกลไกสวิสอัตโนมัติ คาลิเบอร์ RL300-1

Introducing: Pequignet Royale Paris Chrono BPM นาฬิกาสปอร์ตโครโนกราฟที่ผสานแรงบันดาลใจจากดนตรี French Touch

สัมผัสดีไซน์สุดล้ำกับ Pequignet Royale Paris Chrono BPM โครโนกราฟสปอร์ตตัวเรือนสเตนเลสสตีล 43 มิลลิเมตร หน้าปัดไล่เฉดสีฟ้าไฟฟ้าสไตล์ French Touch พร้อมสเกลวัดค่า BPM และกลไกอินเฮ้าส์ Calibre Royale