ดาวรุ่งแห่งจักรวาลเรือนเวลา Naoya Hida & Co. จับมือ Revolution ปลุกตำนานใหม่ Type 3B-2 ‘Rising Star’

Date:

Naoya Hida & Co. x Revolution เรือนเวลาที่เป็นงานศิลปะที่สะท้อนความประณีตและศักยภาพในวงการฮอร์โลโลจี

หลังจากที่อ่านและทำความเข้าใจบทความนี้ ทำให้เราอยากหยิบมาเล่า มารีไรท์ให้ได้อ่านกันเพลินๆ และได้ซึมซับความพิเศษที่ซ่อนอยู่ในทุกองค์ประกอบของนาฬิกา Naoya Hida & Co. ที่ไม่ได้แค่เป็นเครื่องบอกเวลาธรรมดา แต่เพราะนี่เป็นงานศิลปะที่เต็มไปด้วยความใส่ใจในรายละเอียด ความคิดสร้างสรรค์ และเรื่องราวที่ไม่เหมือนใคร 

ต้องบอกว่าครั้งนี้การร่วมมือกับ Hida-san คือการสร้างนาฬิกาเรือนใหม่และยังเป็นการสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงระหว่างผู้สร้างและผู้สวมใส่ เป็นการสร้างมูลค่าที่ยากจะหาได้จากแบรนด์อื่น ๆ และในทุกขั้นตอนของการออกแบบก็สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการผลิตชิ้นงานที่ไม่เหมือนใครจริงๆ…

Naoya Hida & Co. x Revolution: The Type 3B-2 'Rising Star' Watch

เมื่อจักรวาลแห่งเรือนเวลาระเบิดประกายดาวดวงใหม่

ในโลกที่เต็มไปด้วยนาฬิกานับพัน… มีไม่กี่เรือนเท่านั้นที่สามารถสะกดสายตาได้ตั้งแต่แรกเห็น และในครั้งนี้ Naoya Hida & Co. จับมือกับ Revolution สร้างสรรค์ตำนานบทใหม่ด้วย Type 3B-2 “Rising Star” เรือนเวลาที่ไม่ได้แค่บอกเวลา แต่เปล่งประกายราวกับดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งวงการฮอร์โลโลจี

ผสมผสานงานฝีมือญี่ปุ่นสุดประณีตเข้ากับกลิ่นอายร่วมสมัยได้อย่างไร้รอยต่อ “Rising Star” ไม่ได้มาเล่น ๆ แต่มาเพื่อท้าทายทุกความคาดหวังของนักสะสมตัวจริง เตรียมพบกับความละเอียด ละเมียด และแรงบันดาลใจที่ซ่อนอยู่ในทุกเข็มวินาที

Naoya Hida & Co. x Revolution: The Type 3B-2 'Rising Star' Watch

แต่แน่นอน… Hida-san ไม่ได้มานั่งอธิบายอะไรให้ใครฟังง่าย ๆ หรอก เพราะนาฬิกาเรือนนี้ไม่ใช่ของที่ใครจะ “เข้าใจ” ได้แค่ดูผ่านหน้าจอ มันต้อง “รู้สึก” ด้วยตัวเองถึงจะเข้าถึงได้อย่างแท้จริง

และนั่นแหละ ทำไมเราถึงเห็นคอมเมนต์นิรนามพิมพ์ไวๆ โผล่ในโลกโซเชียลเป็นระยะ คอมเมนต์ที่บ่นเรื่องราคานาฬิกาจากคนที่ไม่เคยสัมผัส ไม่เคยใส่ และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเรือนเวลาจากญี่ปุ่นเรือนนี้มีอะไรซ่อนอยู่ในแต่ละมิลลิเมตร อย่างที่ Wes Lang นักสะสมนาฬิกา ผู้คลั่งไคล้งานของ Naoya Hida & Co. และจิตรกรอเมริกันผู้ทรงอิทธิพลระดับโลก กล่าวไว้แบบไม่อ้อมค้อมว่า

“เวลามีคนเข้าไปในคอมเมนต์ พิมพ์อะไรมั่วๆ ทั้งที่ไม่เคยแม้แต่จับเรือนนี้ในมือ แค่เห็นราคาก็รีบด่วนสรุปว่าไม่คุ้ม เพราะมันมาจากญี่ปุ่น… ผมนี่ขึ้นเลยนะ คุณอยากซื้อนาฬิกาอื่น? เอาเลย ไป…ซะเถอะ”

บาดลึกทั้งคำพูดและความรู้สึก เพราะนี่ไม่ใช่แค่นาฬิกา แต่นี่คืองานศิลป์ในร่างกลไก ที่ไม่แคร์สายตาคนหมู่มาก… แต่พร้อมสะกดใจคนที่เข้าใจจริงเท่านั้น และเราก็เห็นด้วยกับ Wes Lang อย่างไม่มีข้อกังขาเลยว่า คนที่กล้าพูดจาดูแคลน Naoya Hida & Co. มักเป็นกลุ่มที่ไม่เคยแม้แต่ “สัมผัส” เรือนเวลาของเขาด้วยซ้ำ

Naoya Hida & Co. x Revolution: The Type 3B-2 'Rising Star' Watch

เพราะเมื่อคุณได้จับนาฬิกาเรือนนี้ด้วยมือของตัวเอง… เมื่อคุณได้เห็นการเล่นแสงบนตัวเรือน ได้สัมผัสเส้นสายที่คมกริบ และความประณีตในทุกจุดเล็กที่สุด คุณจะเข้าใจทันทีว่านี่ไม่ใช่แค่นาฬิกา แต่มันคือศิลปะของ Neoclassical Design ที่ทรงพลังที่สุดในโลกของการทำนาฬิกายุคใหม่

ทุกเรือนของ Hida-san เปรียบเสมือนแคปซูลแห่งความละเมียด…เต็มไปด้วยรายละเอียดเล็กๆ ที่ทั้งจินตนาการ ประณีต และงดงามจนหัวใจเต้นแรง และกล้าพูดเลยว่า ถ้าแอบถ่ายวิดีโอคนที่เคยสงสัยหรือแคลงใจในแบรนด์นี้

ในขณะที่เขาได้ลองสวม Naoya Hida & Co. ครั้งแรก คุณจะเห็นแววตาเปลี่ยน แววใจสั่น และสุดท้าย…อาจมีน้ำตาแห่งการตาสว่างรินออกมา เหมือนคนที่เพิ่งได้คืนดีกับพระเจ้า เพราะบางสิ่งในโลกนี้…ต้องได้เจอจริง ถึงจะรู้ว่ามันมีอยู่

Naoya Hida & Co. x Revolution: The Type 3B-2 'Rising Star' Watch

Exclusively Crafted งานสร้างสรรค์ที่เลือกจะเล็ก เพื่อคุณภาพที่ยิ่งใหญ่

ท่ามกลางกระแสความต้องการจากทั่วโลกที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุด ทีมงานของ Naoya Hida & Co. กลับเลือกเดินเส้นทางตรงกันข้ามอย่างสง่างาม ด้วยการรักษาขนาดของอัตตリエ (atelier) ให้อยู่ในระดับเล็กและเป็นอิสระ ไม่ขยาย ไม่เร่งผลิต ไม่ยอมแลกศิลปะเพื่อยอดขาย

หัวใจของการสร้างสรรค์ยังคงอยู่ในมือของสามบุคคลสำคัญ Naoya Hida ช่างทำนาฬิกา Kosuke Fujita และช่างแกะสลัก Keisuke Kano ทั้งสามร่วมกันทำงานในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความหลงใหล ความสุข และศักดิ์ศรี

“พวกเราตื่นไปทำงานทุกวันด้วยความรู้สึกดีใจ” Hida-san กล่าวไว้เช่นนั้น “เราไม่มีความปรารถนาจะขยายโรงงาน ไม่มีความตั้งใจจะเติบโตในแบบอุตสาหกรรม หรือยิ่งใหญ่ทางการค้า เพราะเป้าหมายของเราไม่ใช่ตัวเลข แต่คือการสร้างนาฬิกาที่ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ ตามความรักและความหมายที่เรายึดถือ”

ทัศนคติแบบนี้อาจดูขัดกับแนวคิดของโลกตะวันตก ที่มักผูกมูลค่าความสำเร็จเข้ากับความร่ำรวย แต่สำหรับ Hida-san และทีม ความภูมิใจไม่ได้อยู่ที่เงินในบัญชี แต่อยู่ที่การได้เห็นลูกค้ายิ้ม และรู้สึกถึงความสุขจากเรือนเวลาที่ผ่านทุกขั้นตอนด้วยมือและหัวใจของพวกเขา

Naoya Hida & Co. x Revolution: The Type 3B-2 'Rising Star' Watch
คณะกรรมการแห่ง Naoya Hida & Co. Kosuke Fujita ช่างทำนาฬิกา (ซ้าย) Naoya Hida ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ (กลาง) Keisuke Kano ช่างแกะสลัก (ขวา)

เมื่อความต้องการจากทั่วโลกพุ่งทะยาน แต่จำนวนการผลิตกลับถูกจำกัดอย่างตั้งใจ ช่องว่างระหว่างความอยากได้ กับ ความหาได้ ของนาฬิกา Naoya Hida & Co. จึงแทบจะกลายเป็นเรื่องเกินเอื้อม

แต่ความกดดันจากโลกภายนอกนั้น แทบไม่สะเทือนแม้แต่น้อย เพราะทีมเล็กๆ ทีมนี้ เลือกที่จะจดจ่ออยู่กับสิ่งตรงหน้า คือการสร้างนาฬิกาที่ดีที่สุดในแบบของตัวเอง โดยไม่ไหลตามกระแส ไม่เร่ง ไม่ลดทอนคุณค่าเพื่อให้ทันตลาด

Mark Cho ผู้ร่วมก่อตั้ง The Armoury และพาร์ตเนอร์ด้านการขายของ Naoya Hida & Co. ในฮ่องกงและนิวยอร์ก ชายผู้เป็นฟันเฟืองสำคัญในการปลุกกระแสการตัดเย็บคลาสสิกให้กลับมามีชีวิต กล่าวไว้ได้น่าสนใจว่า

“หนึ่งในสิ่งที่ทำให้นาฬิกาของ Hida-san น่าหลงใหลอย่างมาก ก็คือกระบวนการสร้างที่เต็มไปด้วยความอดทน ละเอียดลออ และแน่วแน่ในความประณีต ไม่มีการลัด ไม่มีการลดขั้นตอน เพราะทุกเรือนถูกออกแบบมาให้สมบูรณ์แบบในแบบของมันเอง”

ลองสังเกตที่หน้าปัด จุดเริ่มต้นของความพิถีพิถันที่สัมผัสได้ด้วยตาเปล่า ทุกเรือนของ Naoya Hida & Co. ใช้วัสดุ German silver ทั้งแผ่นเป็นฐานหน้าปัด จากนั้นรายละเอียดสำคัญอย่าง ดัชนีตัวเลข และ ลายเซ็นบนหน้าปัด จะถูกแกะอย่างประณีตด้วยมือของ Kano-san ช่างแกะสลักประจำแบรนด์

Naoya Hida & Co. x Revolution: The Type 3B-2 'Rising Star' Watch

เมื่อเสร็จแล้ว Hida-san จะลงมือเคลือบ Cashew lacquer ด้วยตัวเอง เพื่อให้ทุกชั้นของสี ทุกความเงางาม และทุกเส้นขอบเงียบสงบ ออกมาเป๊ะตามมาตรฐานของเขาเอง

แรงบันดาลใจจากดีไซน์วินเทจถูกถ่ายทอดในแบบที่สวยงามยิ่งกว่า และ ซับซ้อนกว่า อย่างเห็นได้ชัด ลองดูรายละเอียดในรุ่น Type 1D-2 และ 1D-3 จุดบอกเวลารูปวงกลมเล็กๆ บนหน้าปัดไม่ใช่แค่ “ติดลงไป” แต่ถูกเว้าเป็นหลุมเล็กๆ ด้วยความแม่นยำ ก่อนจะฝัง เม็ดทองคำแท้รูปทรงกลมจิ๋ว ลงไปทีละเม็ด

โครงสร้างหน้าปัดยังถูกออกแบบให้เป็นเลเยอร์ซ้อนกัน มีมุมขอบขัดเงาแวววาวอย่างประณีต และเข็มนาฬิกาเองก็ไม่แพ้กัน หลายรุ่นมีดีไซน์แบบ สามมิติ พร้อมสันกลางขนาดเล็กที่วิ่งผ่านกลางเข็มอย่างแยบยล

Naoya Hida & Co. x Revolution: The Type 3B-2 'Rising Star' Watch

ทุกองค์ประกอบเปล่งประกายด้วยความรู้สึกเดียวกัน “นี่คืองานศิลปะที่เกิดจากมือและหัวใจ” เพราะในยุคที่อะไรๆ ก็ต้อง “เร็วกว่า” และ “ถูกกว่า” นาฬิกาเรือนหนึ่งที่กล้ายืนอยู่ตรงกลาง…เงียบๆ แล้วปล่อยให้คุณภาพพูดแทนเสียงโฆษณา นั่นแหละ คือของจริง

The Collection จาก Type 1 ถึง Type 5

แค่นิยามว่า “นาฬิกา” คงยังไม่เพียงพอ เพราะสิ่งที่ Naoya Hida & Co. สร้างขึ้นในแต่ละรุ่นนั้น เปรียบดั่ง “บทกวีแห่งกลไก” ที่เลือกถ่ายทอดผ่านโลหะ แสงเงา และเวลา

ภายใต้ความเรียบง่ายที่มองเห็นจากภายนอก คือศัพท์เฉพาะของดีไซน์ที่แม่นยำและซับซ้อน คอลเลกชันหลักของแบรนด์ถูกจัดเรียงอย่างมีระเบียบ เริ่มตั้งแต่ Type 1 ถึง Type 5 แต่ละรุ่นมีลายเซ็นเฉพาะตัว พร้อมจุดยืนทางความงามและกลไกที่แตกต่างอย่างจงใจ

Naoya Hida & Co. x Revolution: The Type 3B-2 'Rising Star' Watch

Type 1 เป็นการย้อนกลับไปสู่เรือนเวลาคลาสสิกของยุค ’30s และ ’40s ด้วยการออกแบบที่สะท้อนถึงความงามในยุคนั้นอย่างแท้จริง ที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา มีการแสดงผล small seconds indicator ที่ให้ความรู้สึกย้อนยุค และเสริมลุคดั้งเดิมให้สมบูรณ์แบบ

เข็มนาฬิกาแบบ leaf-style ที่อวบอิ่ม สวยงาม และลงตัว กลายเป็นจุดเด่นที่ชวนให้หลงใหล ท่ามกลางตัวเลขแบบ Breguet ที่ได้รับการปรับโฉมด้วยสไตล์ละติน ซึ่งร้อนแรงและมีเสน่ห์เฉพาะตัว

อีกหนึ่งรายละเอียดที่ไม่ควรมองข้ามคือ bezel ที่ออกแบบโดย Hida-san การออกแบบให้มีรูปทรง concave ช่วยสร้างการสะท้อนแสงที่สวยงาม และน่าหลงใหลไปทั่วผิวของมัน แต่ละมุมของเบเซลยังสะท้อนถึงความประณีต และความใส่ใจในรายละเอียดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

Type 2 มาในสไตล์ที่เรียบง่ายและเน้นความคลาสสิกด้วย center seconds ที่อยู่ใจกลาง พร้อม sector-type dial ที่สร้างลุคที่สะอาดตาและมีความสมมาตรที่สมบูรณ์แบบ ตัวเรือนออกแบบให้สะท้อนถึงความงามในยุค ’50s ที่ไม่วุ่นวายแต่ยังคงความโดดเด่นในทุกการเคลื่อนไหว

เข็มนาฬิกามีการออกแบบในแบบ minimalist baton hands ที่ให้ความเรียบง่ายและทันสมัย ในขณะที่ Arabic indexes ถูกแกะสลักด้วยมือและเติมด้วย cashew lacquer สร้างความลึกซึ้งและมิติที่ชัดเจน

การใช้ขอบเบเซลที่ขัดเงาอย่างพิถีพิถันแบบ flat bezel เพิ่มความสวยงามให้กับดีไซน์โดยรวม ทุกองค์ประกอบทำให้ Type 2 เป็นเรือนที่สะท้อนความล้ำสมัยของดีไซน์ยุคกลางศตวรรษได้อย่างลงตัว

Naoya Hida & Co. x Revolution: The Type 3B-2 'Rising Star' Watch
Naoya Hida & Co. x Revolution: The Type 3B-2 'Rising Star' Watch

Type 3 คือการเดินทางครั้งแรกของ Naoya Hida & Co. ในการออกแบบฟังก์ชันซับซ้อนเล็กๆ โดยเฉพาะการเพิ่ม moonphase indicator ที่สวยงามและเป็นหนึ่งในที่ดีที่สุดในวงการนาฬิกาปัจจุบัน Moonphase ถูกสร้างขึ้นจากแผ่นทองคำที่แกะสลักด้วยมือ

ซึ่งมีท้องฟ้าที่ประดับด้วยดวงดาวและพระจันทร์ที่มีความรู้สึกแสดงออกชัดเจน ในรุ่นก่อนหน้านี้พระจันทร์อาจดูเหมือนจะมีอารมณ์เคร่งขรึม แต่ในรุ่นนี้ พระจันทร์กลับมีท่าทางที่น่ารักและเป็นมิตร พร้อมรอยยิ้มที่อบอุ่น

ตัวเลขเป็นแบบ Roman indexes และมีเครื่องหมายจุดที่บ่งบอกเวลาอย่างละเอียด ในขณะที่เข็มนาฬิกาเป็นแบบ leaf-style ที่ให้ความสวยงามพร้อมการตกแต่งที่เรียบง่าย ขอบเบเซลที่ออกแบบมาในลักษณะ stepped bezel ทำให้ดีไซน์ของ Type 3 ดูคลาสสิกและทันสมัยไปพร้อมกัน

นอกจากนี้ ฟังก์ชัน moonphase ใน Type 3 ยังสามารถปรับตั้งได้ผ่านตำแหน่งที่สองของ crown ซึ่งถือเป็นการใส่ฟังก์ชันใหม่ที่สะดวกและมีความประณีต

Type 4 คือการออกแบบที่มุ่งเน้นไปที่ความทนทานและความคล่องตัวในแบบ sports watch ที่ยังคงความเรียบหรูอย่างไม่เหมือนใคร สิ่งที่ทำให้ Type 4 แตกต่างจากรุ่นอื่นๆ คือขนาดของตัวเรือนที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 36 มม. ซึ่งถือว่าเล็กที่สุดในคอลเลกชันนี้ เพราะรุ่นอื่นๆ มีขนาด 37 มม. โดยทั่วไป

เรือนนี้มาพร้อมกับ double-curved sapphire crystal ที่มีความทนทานและใสสะอาด พร้อมการสะท้อนแสงที่ดูหรูหรา เข็มนาฬิกาในรุ่นนี้ได้รับการออกแบบในลักษณะ diamond motif hands ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่าเป็นการออกแบบที่มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมอย่างสมบูรณ์

นอกจากนี้ เบเซลของ Type 4 ยังมีการออกแบบแบบ sloping bezel ที่มีพื้นผิวแบน ทำให้ดูสวยงามและสะท้อนความทันสมัยในเวลาเดียวกัน

Naoya Hida & Co. x Revolution: The Type 3B-2 'Rising Star' Watch
Naoya Hida & Co. x Revolution: The Type 3B-2 'Rising Star' Watch

Type 5 คือการออกแบบที่แตกต่างจากที่เคยเห็นใน Naoya Hida & Co. ด้วยรูปทรงสี่เหลี่ยมที่ไม่เหมือนรุ่นอื่นๆ ในคอลเลกชันนี้ 

มันมาพร้อมกับเข็มนาฬิกาสไตล์ dauphine ที่สวยงามและมีความประณีต และหน้าปัดที่ถูกขัดแต่งอย่างพิเศษให้มีลวดลายหลายระดับแบบ frosted multilevel dial ที่ให้ความรู้สึกลึกซึ้ง

ตัวเลขบนหน้าปัดประกอบด้วย engraved trapezoid markers ที่ได้รับการแกะสลักอย่างละเอียด และตัวเลข Arabic 12 ที่ทำให้ตัวเรือนดูมีเอกลักษณ์และน่าสนใจ 

สิ่งที่น่าทึ่งคือ ไม่มีนาฬิกาเรือนใดจาก Naoya Hida & Co. ที่มีการผสมผสานของเบเซล เข็ม และเครื่องหมายเหมือนกัน แต่ทว่าด้วยลายเซ็นต์การออกแบบของ Hida-san ที่เป็นเอกลักษณ์ ทุกครั้งที่เห็นนาฬิกาเหล่านี้ แม้ว่าจะไม่ได้เห็นลายเซ็นต์ที่แกะสลักด้วยมือ คุณก็จะรู้ได้ทันทีว่าเป็นนาฬิกาจาก Naoya Hida & Co.

เสน่ห์ของการเป็นเจ้าของนาฬิกาจาก Naoya Hida & Co. คือการค้นพบทุกๆ รายละเอียดและความทุ่มเทอย่างลึกซึ้งที่สอดแทรกอยู่ในปรัชญาของแบรนด์นี้

นักสะสมและผู้ค้าหรือนาฬิกาชื่อดัง Eric Ku เคยกล่าวถึงการออกแบบของ Type 2 ว่าเขามีความชื่นชมในความละเอียดของหน้าปัด ที่มีถึงสามระดับที่แตกต่างกัน ซึ่งทุกระดับได้รับการตกแต่งอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่เพียงแต่ที่ด้านราบของหน้าปัด แต่ยังรวมถึงบริเวณผิวแนวตั้งที่แต่ละระดับสัมผัสกันอีกด้วย การออกแบบเคสของ Hida-san นั้นสะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเทในการตกแต่งที่ไร้ที่ติ

ทุกครั้งที่มีการเปิดตัวนาฬิกาใหม่จาก Naoya Hida & Co. มักจะผลิตในจำนวนที่จำกัด มักจะมีจำนวนไม่เกิน 10 เรือน และใช้เวลาในการส่งมอบระหว่างหนึ่งถึงสองปี การที่จะซื้อหนึ่งในนาฬิกาเหล่านี้ ผู้ที่สนใจต้องส่งใบสมัครเพื่อพิจารณาอย่างละเอียด

Naoya Hida & Co. x Revolution: The Type 3B-2 'Rising Star' Watch

นาฬิกาทุกเรือนที่มีเคสทรงกลมจะมาพร้อมกับฝาหลังที่ทำจากวัสดุแข็งและมีลวดลายเกลียวที่คล้ายกับฝาหลังแบบ water-resistant หรือ étanche ที่พบได้ในนาฬิกาของ Borgel และแบรนด์อื่นๆ ในช่วงปี ’40

ภายในเครื่องบอกเวลาคือกลไกที่ใช้ฐานจาก Valjoux 7750 แต่ได้รับการปรับแต่งให้กลายเป็นกลไก manual winding พร้อมกับ baseplate ที่มีลายเซ็นต์เฉพาะของ Naoya Hida & Co.

Eric Ku นักสะสมนาฬิกาชื่อดังได้กล่าวถึงการเลือกกลไกนี้ของ Hida-san ว่ามีเหตุผลที่ชัดเจน นั่นคือการจัดตำแหน่งของตัวบ่งชี้ sub-seconds ที่สมบูรณ์แบบ Hida-san เลือกที่จะถอดกลไก chronograph ออก พร้อมกับชิ้นส่วนอัตโนมัติ และทำการปรับแต่งเพื่อเพิ่มความรู้สึกและเสียงในการเก็บลมให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

Genesis of the ‘Rising Star’

ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งแบรนด์ในปี 2019 การผลิตของ Naoya Hida & Co. ได้ดำเนินไปอย่างระมัดระวังและมีความพิเศษไม่ต่างจากผู้ผลิตไวน์ Burgundy ที่ได้รับการยกย่องในวงการ ด้วยจำนวนการผลิตทั้งหมดไม่เกิน 300 เรือน 

โดยในช่วงห้าปีที่ผ่านมา ทีมงานจาก Hida-san, Fujita-san, และ Kano-san ได้เผยข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนการผลิตทั้งหมดให้ผู้ที่สนใจได้ตรวจสอบ หากคุณโชคดีพอที่จะเป็นเจ้าของนาฬิกาจาก Naoya Hida & Co. คุณสามารถเช็กความจำกัดของเรือนนั้นได้อย่างชัดเจน

สิ่งที่สำคัญคือ นาฬิกาจาก Naoya Hida & Co. นั้นหายากมาก ถึงขั้นที่เมื่อผมตั้งคำถามเกี่ยวกับการร่วมมือในโอกาสครบรอบ 20 ปีของนิตยสาร Revolution ในปี 2025 ผมพร้อมรับคำปฏิเสธอย่างสุภาพอยู่แล้ว

Naoya Hida & Co. x Revolution: The Type 3B-2 'Rising Star' Watch

Hida-san ใช้เวลาคิดอย่างรอบคอบเกี่ยวกับข้อเสนอที่นำเสนอ เขาตอบกลับด้วยความเมตตา พร้อมกล่าวว่าเขาคิดว่าทั้ง Revolution และ The Rake ต่างมีส่วนสำคัญในการสร้างสรรค์ผลงานในวงการนาฬิกาและความหรูหราแบบคลาสสิกตามลำดับ เขาถามว่าผมสนใจอะไร ซึ่งผมตอบไปทันทีว่า “Type 3 สองโทน”

ต้องไม่ลืมว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในปี 2023 Hida-san ยิ้มและบอกว่ากำลังพิจารณาที่จะเปิดตัวนาฬิกาในรูปแบบนี้ในวัสดุสตีลและโรสโกลด์ พร้อมกับดวงจันทร์ฟาซี่จากหิน lapis lazuli ที่งดงาม

Naoya Hida & Co. x Revolution: The Type 3B-2 'Rising Star' Watch

การออกแบบนาฬิกาที่ผมเสนอแตกต่างไปตรงที่การใช้เยลโลว์โกลด์ 3N เป็นวัสดุที่คอนทราสต์สำหรับขอบหน้าปัด เข็มนาฬิกา และแม้กระทั่งก้านหมุน ในขณะที่เวอร์ชันของ Hida-san จะใช้ก้านหมุนสตีลแทน สำหรับผมแล้ว ขอบหน้าปัดแบบขั้นบันได (stepped bezel) เป็นดีไซน์ที่ชื่นชอบ และผมถือว่า Type 3 ของ Naoya Hida & Co. มีขอบหน้าปัดที่งดงามที่สุดในวงการ 

นอกจากนี้ ผมยังเสนอการใช้ดวงจันทร์ฟาซี่จากหิน lapis lazuli แบบมือขัดที่เข้าชุดกับเยลโลว์โกลด์ 3N

เมื่อถูกถามเกี่ยวกับจำนวนที่คิดไว้ ผมตอบไปว่า “10 เรือน” แม้ว่าจะรู้ว่าเป็นจำนวนที่มากสำหรับการผลิตน้อยๆ แบบของ Hida-san อย่างน่าทึ่ง และด้วยความใจดีจริงๆ Hida-san ตกลงร่วมโครงการนี้

และนี่คือจุดเริ่มต้นของนาฬิกาที่เรากำลังจะเปิดตัวในวันนี้ หนึ่งในความร่วมมือที่ผมภาคภูมิใจที่สุด

Naoya Hida & Co. x Revolution: The Type 3B-2 'Rising Star' Watch
Naoya Hida & Co. x Revolution: The Type 3B-2 'Rising Star' Watch

9 จาก 10 เรือนนั้นถูกจัดสรรล่วงหน้าให้กับนักสะสมที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Hida-san และบางคนก็มีข่าวลือเกี่ยวกับความร่วมมือนี้อย่างรวดเร็ว ผู้ที่ได้ครอบครองเรือนที่ 1 อย่างสมควรคือ Wes Lang ผู้ซึ่งนำสายตาที่เฉียบคมมาช่วยเติมเต็มนาฬิกาด้วยรายละเอียดที่สำคัญหนึ่งอย่าง

Wes Lang และผมมีการพูดคุยกันเป็นประจำ ซึ่งมักจะเป็นช่วงเช้าเวลาในสิงคโปร์ และช่วงบ่ายของลอสแอนเจลิส เมื่อเราพูดถึงโครงการนี้ (เขาคือคนแรกที่รู้เรื่องนี้) เขากล่าวว่า “เราควรหาวิธีที่จะใส่ ดาวจากโลโก้ Revolution ลงไปในนาฬิกานี้ และชอบส่วนนี้ของโลโก้คุณจริงๆ”

Naoya Hida & Co. x Revolution: The Type 3B-2 'Rising Star' Watch

โอเค เล่ามาถึงตรงนี้ ใครที่ยังติดตามอ่านกันมาถึงพารากราฟนี้ คงจะเห็นแล้วว่าการร่วมมือกับ Naoya Hida & Co. ในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การสร้างนาฬิกาเรือนพิเศษ แต่ยังเต็มไปด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียดที่สะท้อนถึงความหมายที่ลึกซึ้งและความหรูหราแบบที่หาจากที่ไหนไม่ได้ จากแนวคิดของ Hida-san ที่แกะสลักดาวและเติมสีแดงบนดิสก์ moonphase ทำให้มันไม่เพียงแค่สวยงาม แต่ยังเต็มไปด้วยความหมายที่เป็นเอกลักษณ์

สุดท้ายแล้ว จะเหลือเพียงแค่เรือนเดียวที่เปิดให้จับสลากเพื่อหาผู้เป็นเจ้าของ และการเลือกตามระบบของ Naoya Hida & Co. นั้น ถือเป็นวิธีที่ยุติธรรมที่สุดในการมอบโอกาสให้กับผู้โชคดีในการครอบครองนาฬิกาเรือนพิเศษนี้

Share post:

More like this

ลืมหน้าปัดแบบเดิมไปเลย เพราะ Ressence TYPE 7 รื้อวิศวกรรมหน้าปัดแบบ Oil-Filled พร้อมเนรมิต 2 สีใหม่ คมชัดราวกับจอดิจิทัล

เจาะลึกวิศวกรรมห้องน้ำมันของ Ressence TYPE 7 กับสองเฉดสีใหม่ Black และ Cactus การผสานโมดูล ROCS 7 เข้ากับการคำนวณอันเดอร์โทนวัสดุไทเทเนียม Grade 5

พาชมเรือนเวลาล่าสุดของ H. Moser & Cie. ในรุ่น Endeavour Flyback Chronograph Dual Time Date ซ่อนโครโนกราฟไว้ตรงไหน? 

วิเคราะห์ศาสตร์แห่งการตัดทอนของ H. Moser & Cie. ในรุ่น Endeavour Flyback Chronograph กับการปฏิวัติกลไก AgenGraphe สู่ร่างไขลานเพื่อซ่อน 3 ฟังก์ชันใหญ่ไว้บนแกนกลาง

พาชมเบื้องหลังความวิจิตรของ Jaeger-LeCoultre Reverso Hybris Artistica “Pegasus” กับงานสลักเสลามือกว่า 180 ชั่วโมง

วิเคราะห์เบื้องหลังการผสาน Gyrotourbillon เจนเนอเรชันที่ 4 เข้ากับงานแกะสลักนูนต่ำรอบตัวเรือนพิงก์โกลด์ ที่ใช้เวลาทำมือกว่า 180 ชั่วโมง ในเอดิชันจำกัดพิเศษเพียง 5 เรือนทั่วโลก

เมื่อความจัดจ้านของสตรีทแวร์ปะทะโครงสร้างล้ำยุค เจาะลึกวิสัยทัศน์เบื้องหลัง AP x AMBUSH ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นอย่างไรนะ?

บทวิเคราะห์โครงสร้างกลไกและการตัดทอนสิ่งเร้าในนาฬิกาไทเทเนียมขนาด 38.5 มิลลิเมตร Audemars Piguet Royal Oak Concept Flying Tourbillon ที่ออกแบบร่วมกับ Yoon และ Verbal สองผู้ก่อตั้งแบรนด์ AMBUSH