Montblanc 1858 Geosphere 0 Oxygen Mount Vinson Limited Edition การผสานระหว่างกลไกประสิทธิภาพสูงและการออกแบบที่แรงบันดาลใจจากยอดเขา
ทำไมนาฬิกาเรือนหนึ่งถึงต้อง ไม่มีออกซิเจน?
คำถามนี้แวบเข้ามาทันทีที่เราเห็นชื่อ Montblanc 1858 Geosphere 0 Oxygen Mount Vinson Edition เรือนเวลาที่ถูกออกแบบมาให้พร้อมลุยในสภาพแวดล้อมสุดโหดอย่างเทือกเขาในแอนตาร์กติกา จุดที่อุณหภูมิและความกดอากาศต่ำถึงขีดสุด
ไม่ต้องเป็นนักไต่เขาระดับเอเวอเรสต์ก็สงสัยได้ว่า… แล้วเรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับคนทั่วไป?
เราว่ามันน่าสนใจตรงที่ นาฬิกาเรือนนี้ไม่ได้แค่พยายามจะทนทาน แต่มันแอบซ่อนแนวคิดบางอย่างที่พูดถึงความพยายามของมนุษย์ ในการออกแบบสิ่งเล็ก ๆ ให้พร้อมสำหรับเงื่อนไขที่เกือบเป็นไปไม่ได้ ซึ่งเราว่ามันมีเสน่ห์เฉพาะตัวอยู่

ไม่ต้องปีนเขา ก็พกจิตวิญญาณแบบนั้นติดตัวไว้ได้เหมือนกัน
บางครั้งนาฬิกาเรือนหนึ่งก็ไม่ได้เกิดมาเพื่อบอกเวลาเพียงอย่างเดียว มันถูกออกแบบมาเพื่อเล่าเรื่องของความพยายาม การเอาชนะข้อจำกัดบางอย่าง และจิตวิญญาณที่ผลักดันมนุษย์ให้ไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เหมือนกับ Montblanc 1858 Geosphere 0 Oxygen Mount Vinson Limited Edition เรือนนี้ มีเรื่องราวที่มาที่ไปที่น่าสนใจกว่าที่คิด
แรงบันดาลใจของเรือนเวลาเรือนนี้ เริ่มต้นจากยอดเขา Mount Vinson จุดที่สูงที่สุดของทวีปแอนตาร์กติกา และเป็นสถานที่ที่ Reinhold Messner นักปีนเขาระดับตำนาน ปิดฉากภารกิจ “Seven Summits” ด้วยการพิชิตยอดเขาสูงสุดของทั้งเจ็ดทวีป โดยไม่ใช้ออกซิเจนเสริมในปี 1986
Montblanc เลยเลือกตัวเลข 986 มาเป็นจำนวนการผลิตของเรือนพิเศษนี้ ไม่มาก ไม่น้อย แต่พอให้รู้ว่าพวกเขาจำปีนั้นได้ดี และอยากให้นาฬิกานี้เป็นตัวแทนของความกล้าที่ไม่มีเงื่อนไข
วัสดุและดีไซน์ของตัวเรือน
Montblanc 1858 Geosphere รุ่นนี้ใช้ตัวเรือนไทเทเนียมขนาด 43.5 มิลลิเมตร เป็นวัสดุที่เบา แข็งแรง และเหมาะกับการใช้งานจริงในสภาพแวดล้อมสมบุกสมบัน
แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือชั้นกลางของตัวเรือนที่ไม่ได้มาแค่เติมลูกเล่น พร้อมวัสดุผสมที่เลือกใช้ ควอตซ์ไฟเบอร์ อลูมิไนซ์บะซอลต์ไฟเบอร์ แคลเซียมคาร์บอเนต และเรซินสีฟ้าใส สร้างพื้นผิวที่ดูแปลกตา ราวกับชั้นน้ำแข็งโบราณที่แยกชั้นกันอยู่ตามธรรมชาติ ที่ทำให้รู้สึกถึงความตั้งใจ
ด้านข้างตัวเรือนมีเส้นเรืองแสงที่ลากเป็นรูปสันเขาของ Mount Vinson เส้นนี้ในตอนกลางวันอาจดูแค่เป็นดีเทลเล็ก ๆ แต่พอตกค่ำ มันจะค่อย ๆ เรืองแสงออกมาเป็นสีฟ้าเย็น ๆ คล้ายแสงจากธารน้ำแข็งที่กำลังสะท้อนแสงจันทร์ ไม่ใช่ลูกเล่นอลังการอะไรนัก แต่ก็ให้บรรยากาศบางอย่างที่ทำให้เราหยุดมองได้จริง ๆ


หน้าปัดที่พูดถึงเวลา…ในแบบของธารน้ำแข็ง
หน้าปัด “Glacier Dial” คือภาพจำที่ยากจะลืม มาพร้อมเทคนิคการตกแต่งแบบ gratté-boisé ที่ให้พื้นผิวมิติสูง เล่นแสงได้อย่างสมจริง เหมือนหยิบธารน้ำแข็งสีฟ้าเขียวอ่อน ๆ มาวางลงตรงหน้าแบบจับต้องได้ แต่ละหน้าปัดต้องผ่านขั้นตอนกว่า 30 ขั้นตอน ใช้เวลานานกว่าปกติถึง 4 เท่า เพื่อผลลัพธ์ที่งดงามเกินบรรยาย
ขอบหน้าปัดอะลูมิเนียมอโนไดซ์สีเทาอ่อน เสริมด้วยเม็ดสีเรืองแสง แปลกตาแต่ใช้งานจริงได้ดีในทุกสภาพแสง ไม่ว่าจะเป็นยอดเขาหิมะหรือกลางป่าเทือกเขา
ไม่มีออกซิเจน แต่มีแรงบันดาลใจ
หนึ่งในฟีเจอร์ที่น่าสนใจที่สุดของเรือนนี้คือระบบ Zero Oxygen ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเฉพาะของ Montblanc ที่ซีลตัวเรือนให้ปลอดจากออกซิเจนอย่างสมบูรณ์
ภายนอกอาจดูไม่ต่างจากนาฬิกาทั่วไป แต่ความเปลี่ยนแปลงอยู่ข้างใน การไม่มีออกซิเจนช่วยลดโอกาสการเกิดฝ้าเวลาใช้งานในที่เย็นจัด และช่วยยืดอายุชิ้นส่วนกลไกที่อาจเกิดการออกซิเดชันเมื่อเวลาผ่านไป
ไม่ใช่ทุกคนที่จะต้องใส่นาฬิกาไปปีนเขา หรือเจออุณหภูมิต่ำติดลบเป็นกิจวัตร ซึ่งการออกแบบให้รับมือได้กับสถานการณ์แบบนั้น คือการสะท้อนความใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อให้เชื่อถือได้
Montblanc ยังให้ใบรับรองพิเศษมากับนาฬิกาทุกเรือน เพื่อยืนยันว่ามาตรฐาน Zero Oxygen ได้ถูกตรวจสอบจริงในแต่ละชิ้น ไม่ใช่เพียงแค่คำโฆษณาชวนเชื่อ


ระบบแสดงเวลาทั่วโลก
ภายในตัวเรือนที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยี บอกเลยว่ากลไก MB 29.25 นี้ไม่ธรรมดา ตัวระบบ Worldtime ที่มาพร้อมลูกโลกหมุนสามมิติ ที่สามารถบอกเวลาทั่วโลกได้ในพริบตาเดียว ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนในซีกโลกเหนือหรือใต้ นอกจากนั้นยังมีฟังก์ชันกลางวัน/กลางคืน ที่ให้ความรู้สึกเหมือนเดินทางไปทั่วโลกอย่างแท้จริง
แต่สิ่งที่ทำให้รุ่นนี้น่าสนใจไม่ใช่แค่ความสามารถในการแสดงเวลา แต่ยังมีรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ถูกฝังเอาไว้อย่างชาญฉลาด เช่น จุดแสดงยอดเขาทั้งเจ็ด รวมถึง Mont Blanc ที่ประทับอยู่บนลูกโลก ที่เป็นเหมือนของขวัญเล็ก ๆ สำหรับคนที่ชอบสังเกต และเข้าใจความหมายเบื้องหลังในทุกการหมุนของลูกโลก
กลไกนี้เก็บพลังงานได้ถึง 42 ชั่วโมง ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานในระหว่างวัน และไม่ต้องกังวลเรื่องการไขลานบ่อยเกินไป


การเล่าเรื่องผ่านฝาหลังสุดประณีต
ด้านหลังของเรือนนี้ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ไม่ควรมองข้าม เพราะภาพสลักของยอดเขา Mount Vinson ที่ปรากฏบนฝาหลังนั้น ถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีการเลเซอร์ 3 มิติ ซึ่งสลักได้อย่างละเอียดประณีตจนเกือบจะเหมือนภาพถ่ายจริง สัมผัสถึงความลึกและมิติได้อย่างชัดเจน
ความพิเศษอยู่ที่การควบคุมความนูน ความด้าน และการไล่สีที่เกิดจาก เลเซอร์อ็อกซิเดชัน ทำให้ภาพสลักนี้มีความสมจริงสูง บ่งบอกถึงความเชี่ยวชาญเฉพาะของ Montblanc ที่ยากจะหาจากแบรนด์อื่นๆ ทุกการสลักล้วนแต่สะท้อนถึงศิลปะและความตั้งใจในการนำเสนอเรื่องราวที่ลึกซึ้ง ผ่านเทคโนโลยีที่ไม่ใช่ทุกแบรนด์จะสามารถทำได้
มันไม่ใช่แค่การสลักรูปภาพ และมันคือการเล่าเรื่องผ่านเทคนิคที่ละเอียดสุด ๆ เหมือนกับการย้อนเวลาไปยังยอดเขา Mount Vinson พร้อมกับสัมผัสทุกๆ ย่างก้าวในการพิชิตยอดเขาที่ยากที่สุดของโลก
สายใหม่ ดีไซน์ใหม่ สวมใส่ได้จริง
และอีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้ 1858 Geosphere รุ่นนี้โดดเด่นมากขึ้นคือการปรับดีไซน์ของสายให้ทันสมัยและใช้งานได้จริง ครั้งแรกที่ Montblanc เลือกใช้สายยางแบบเปลี่ยนง่ายที่เหมาะกับการใช้งานในทุกวัน สีฟ้าเขียวที่เลือกมานั้นได้รับแรงบันดาลใจจากธีมของภูเขา และยังมีลายโปรไฟล์ภูเขาที่ซ่อนอยู่ด้านในของสาย เป็นสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับภูมิประเทศและการผจญภัยในธรรมชาติ
สำหรับมุมมองส่วนตัวแล้ว สิ่งที่ทำให้สายนี้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เหมาะกับการใช้งานจริงคือการออกแบบที่ช่วยระบายอากาศได้ดี ทำให้สวมใส่สบายในทุกสภาพอากาศ และด้วยดีไซน์ที่เรียวลงในช่วงข้อมือและระบบปรับระดับความพอดี ทำให้ผู้สวมใส่สามารถปรับความกระชับได้ตามต้องการ โดยไม่ลดทอนความเท่และเสน่ห์ของสายที่มีความเป็นแฟชั่นสูง
จึงไม่แปลกที่รุ่นนี้จะถูกมองว่าเป็นนาฬิกาที่สวยและใช้งานได้จริง ทั้งในชีวิตประจำวันและการผจญภัยบนยอดเขา

ข้อมูลทางเทคนิค
Montblanc 1858 Geosphere 0 Oxygen Mount Vinson Limited Edition
- Ref. : 134019
- กลไก: กลไกอัตโนมัติ MB 29.25 ขับเคลื่อนระบบ Worldtime พร้อมฟังก์ชันแสดงเวลาทั่วโลกและการแสดงเวลาแบบสองไทม์โซน รวมถึงวันที่แบบแผ่นดิสก์ โดยมีพลังงานสำรอง 42 ชั่วโมงและจำนวนทับทิม 26 เม็ด
- ตัวเรือน: ทำจากวัสดุผสมฟ้าเขียวและ CO₂ ดักจับ ขนาด 43.5 มม. พร้อมขอบไทเทเนียมหมุนได้สองทิศทาง และกระจกแซฟไฟร์โดมที่ทนต่อรอยขีดข่วน ฝาหลังไทเทเนียมสลักภูเขา Mount Vinson 3 มิติ
- หน้าปัด: มีลวดลายธารน้ำแข็งสีฟ้าเขียว พร้อมเข็มชั่วโมงและนาทีเคลือบโรเดียมเรืองแสง และลูกโลกแสดงเวลาซีกโลกเหนือ/ใต้
- สาย: สายยางฟ้าเขียวดีไซน์ใหม่สามารถเปลี่ยนได้ พร้อมลายเชือกและตัวล็อคบานพับคู่ที่ปรับขนาดได้
- ความพร้อมในการจำหน่าย: รุ่นนี้ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 986 เรือน
ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง
ภาพ | ที่มา: Montblanc

