เรียนรู้ประวัติศาสตร์นาฬิกา Minute Repeater นาฬิกาที่ขานบอกเวลาด้วยเสียงอันไพเราะ

ที่มาของภาพ: OMEGA
หากเทียบกับยุคสมัยที่มนุษย์รับรู้เวลาด้วยการกวาดสายตาผ่านหน้าจอ และอาศัยการแจ้งเตือนแบบดิจิตัลเป็นตัวกำหนดจังหวะชีวิต นาฬิกามินิตรีพีทเตอร์ (Minute Repeater) ยังคงยืนหยัดในความเป็นแอนาล็อก เป็นประดิษฐกรรมที่ ไม่เพียงบ่งบอกเวลาแต่ถ่ายทอดออกมาด้วยเสียงก้องกังวาน ทุกจังหวะเสียงเคาะปลุกเตือนที่ได้ยินจึงไม่ใช่เป็นแค่เครื่องแสดงถึงช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน แต่ยังขับขานประวัติศาสตร์อันยาวนาน และสะท้อนถึงศิลปะการประดิษฐ์นาฬิกาที่สืบทอดกันมายาวนานหลายศตวรรษ และสำหรับนักสะสมและบรรดาคนรักนาฬิกาที่ได้ครอบครองแล้ว การสวมใส่นาฬิกามินิตรีพีทเตอร์ก็เป็นเสมือนการถือครองท่วงทำนองอัน ทรงคุณค่าไว้บนข้อมือ เป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางกลไกที่กระซิบบอกเวลาอย่างสง่างามและทรงพลัง
เวลา…ที่เปล่งเสียง

หากจะให้คำจำกัดความนาฬิกามินิตรีพีทเตอร์อย่างเรียบง่ายที่สุด นาฬิกาชนิดนี้ก็คือนาฬิกาที่สามารถตีบอกเวลาได้อย่างแม่นยำถึงหน่วยนาที ซึ่งกลไกมินิตรีพีทเตอร์มาตรฐานทั่วไปมักประกอบไปด้วยค้อนขนาดเล็กจิ๋วสองตัว ที่ตีลงบนแผ่น ‘gong’ หรือ ‘ฆ้อง’ ที่ติดตั้งอยู่ภายในกลไก และเกิดเสียงตีในโทนเสียงสูงต่ำแตกต่างกัน และมีตัวเรือนนาฬิกาเองทำหน้าที่ขยายเสียงให้ก้องกังวาน
มินิตรีพีทเตอร์ถือเป็นหนึ่งในกลไกที่ซับซ้อนที่สุดในโลกของการประดิษฐ์นาฬิกา และต้องอาศัยช่างนาฬิกาที่มีทักษะและประสบการณ์สูงเท่านั้นจึงจะสามารถประกอบกลไกนี้ได้อย่างสมบูรณ์ โดยต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการประกอบชิ้นส่วนหลายร้อยชิ้นเพื่อสร้างนาฬิกามินิต รีพีทเตอร์เพียงเรือนเดียว
จุดกำเนิด: จากความมืดมิดสู่พลังเสียงอันชาญฉลาด
นาฬิกามินิตรีพีทเตอร์ถือกำเนิดขึ้นจากความจำเป็นในสภาพแวดล้อมการใช้งานจริงของเครื่องบ่งบอกเวลาในอดีต โดยในยุคสมัยก่อนที่โลกจะมีไฟฟ้าและแสงเสียงละลานตาเช่นในปัจจุบัน การดูเวลาในความมืดเป็นเรื่องยากลำบากอย่างยิ่ง ก่อนที่นักบวชและช่างนาฬิกา ชาวอังกฤษ Edward Barlow จะประสบความสำเร็จในการคิดค้นกลไกการตีบอกเวลาและบรรจุลงในนาฬิกาตั้งโต๊ะและนาฬิกาตั้งพื้นได้สำเร็จ แม้จะไม่ประสบความสำเร็จในการยื่นขอจดสิทธิบัตรก็ตาม และในปี 1687 ช่างนาฬิกาชาวอังกฤษ Daniel Quare ก็สามารถคิดค้นกลไกตีบอกเวลาสำหรับนาฬิกาพกได้สำเร็จและได้รับสิทธิบัตรฉบับแรกสำหรับนาฬิกาแบบควอเตอร์รีพีทเตอร์ (Quarter Repeater) หรือนาฬิกาที่สามารถตีบอกเวลาเป็นชั่วโมงและควอเตอร์ (quarter) หรือระยะ 15 นาทีได้ตามต้องการนั่นเอง แม้ว่าการออกแบบกลไกนาฬิกาตีบอกเวลาในยุคแรกๆ จะประกอบไปด้วยส่วนเคาะปลุก เตือนคล้ายระฆังย่อส่วนและชิ้นส่วนขนาดใหญ่เทอะทะเมื่อเทียบกับปัจจุบัน ทว่ากลไกเหล่านั้นก็เป็นรากฐานสำคัญของวิศวกรรมอัน ล้ำสมัยในยุคต่อมา


ที่มาของภาพ: Christie’s
ช่วงกลางศตวรรษที่ 18 ช่างนาฬิกาชาวเยอรมันได้เปิดตัวนาฬิกามินิตรีพีทเตอร์รุ่นแรก ซึ่งสามารถตีบอกเวลาได้ละเอียดถึงหน่วยนาที ต่อมาในปี 1783 Abraham-Louis Breguet ได้พลิกโฉมกลไกชนิดนี้ไปตลอดกาลด้วยการเปลี่ยนจากการใช้ชิ้นส่วนคล้ายระฆังย่อส่วนเพื่อ
ตีบอกเวลามาเป็นการใช้ลวดโลหะเป็นชิ้นส่วน gong รองรับการเคาะให้เกิดเสียง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ตัวเรือนเพรียวบางลงและให้เสียงชัดเจนยิ่งขึ้น เป็นการปูทางสู่นาฬิกามินิตรีพีทเตอร์ยุคใหม่ และในปี 1892 Audemars Piguet ร่วมกับ Louis Brandt & Frère (แบรนด์ OMEGA ในปัจจุบัน) ก็ประสบความสำเร็จในการพัฒนานาฬิกาข้อมือมินิตรีพีทเตอร์เรือนแรกได้ในที่สุด และโครงสร้างกลไกนี้ยังคงหลักการเดิมไว้แทบไม่เปลี่ยนแปลงมาจนถึงทุกวันนี้
วิศวกรรมแห่งเสียง
แก่นแท้ของมินิตรีพีทเตอร์กล่าวได้ว่าเป็นนาฬิกากลไกที่เปรียบเสมือนซิมโฟนี เปิดการใช้งานโดยการเลื่อนคันโยกหรือกดปุ่มพุชเชอร์ กลไกจะอ่านเวลาปัจจุบันผ่านชิ้นส่วนแคม (cam) หรือบางครั้งถูกเรียกว่า ‘สเนล’ (snail) สเนลเหล่านี้เป็นชิ้นส่วนโลหะที่ถูกตัดเฉือนให้ขอบเป็นซี่คล้ายขั้นบันไดที่มีจำนวนขั้นที่สอดคล้องกับชั่วโมง ระยะ 15 นาที และนาที ตามด้วยชิ้นส่วนแร็ก (rack) ที่มีชิ้นโลหะปลายเรียวแหลมยื่นออกไปคล้ายจะงอยปากนก เรียกว่า ‘feeler’ หรือชิ้นส่วนที่ใช้สัมผัสและอ่านค่า หรืออาจะเรียกว่า ‘beak’ ตามรูปลักษณ์ ซึ่งชุด rack ที่ประจำอยู่กับ snail แต่ละหน่วย จะสัมผัสกับขั้นหรือซี่แต่ละซี่บน snail และแปลค่าเป็นเสียงตีบอกเวลา เสียงต่ำสำหรับหน่วยชั่วโมง เสียงคู่สูง-ต่ำสำหรับหน่วยระยะ 15 นาที และเสียงสูงสำหรับหน่วยนาที
โดยทั่วไปแล้วกลไกส่วนมินิตรีพีทเตอร์นี้จะถูกออกแบบมา ให้ขับเคลื่อนด้วยพลังงานจากตลับลานแยกเฉพาะ ไม่เกี่ยวข้องกับ ชุดฟันเฟืองที่ควบคุมการแสดงเวลาหลักด้วยเข็ม ทั้งนี้เพื่อให้มีพลังงานเพียงพอสำหรับการตีบอกเวลา เสียงตีจะถูกควบคุมด้วยตัวปรับความเร็ว (governor) ซึ่งมักทำงานโดยอาศัยหลักการทำงานของแรงเหวี่ยง เพื่อให้จังหวะเสียงตีไม่เร็วหรือช้าเกินไป และที่น่าอัศจรรย์ที่สุดคือ กระบวนการทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่วินาที โดยอาศัยชิ้นส่วนขนาดเล็กจิ๋วหลายร้อยชิ้นที่ทำงานร่วมกันอย่างแม่นยำกลมกลืน
นาฬิกามินิตรีพีทเตอร์รุ่นใหม่ๆ ยังมีระบบที่เรียกว่า ‘ออล-ออร์-น็อตธิง’ (all-or-nothing) ที่ช่วยให้ผู้สวมใส่มั่นใจว่าระบบเสียงตี จะทำงานก็ต่อเมื่อคันโยกที่ควบคุมถูกเลื่อนไปจนอยู่ในตำแหน่ง ที่ถูกต้องเท่านั้น เพื่อป้องกันการตีแบบไม่ครบจำนวนหรือมีความ คลาดเคลื่อน และยังเป็นการรักษาการทำงานของกลไกให้เต็มประสิทธิภาพอยู่เสมอ พร้อมๆ กับคงความงดงามของเสียงตีที่สมบูรณ์แบบ
ศิลปะแห่งเสียง
การสร้างเสียงตีที่ใส ไพเราะ กังวาน ได้นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกลไกเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องวิทยาการว่าด้วยเสียงและการสั่นสะเทือนโดยตรง ชิ้นส่วนฆ้องหรือ gong ในกลไกมินิตรีพีทเตอร์นั้นมักทำด้วยเหล็กกล้าเนื้อแกร่ง และต้องผ่านการปรับแต่งด้วยมืออย่างละเอียดประณีต ช่างนาฬิกาจะขัดแต่งพื้นผิววัสดุในระดับไมโครเพื่อปรับระดับความสูงต่ำของเสียงและความกังวาน ค้อนต้องตีลงบนแผ่น gong ด้วยความแม่นยำสูง และวัสดุตัวเรือนก็มีบทบาทสำคัญในการส่งผ่านเสียงด้วยเช่นกัน วัสดุทรงคุณค่าอย่างโรสโกลด์ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางเพราะให้โทนเสียงที่มีความอบอุ่นและกังวาน วัสดุไทเทเนียมให้เสียงที่สดใสและมีพลัง ในขณะที่วัสดุแพลตินัมนั้นแม้จะมีความหรูหราเงางาม แต่เนื้อโลหะกลับมีคุณสมบัติในการดูดซับเสียงมากกว่าที่จะขยายเสียงออกมา

แบรนด์ผู้ผลิตนาฬิกาต่างผลักดันให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อขยายขีดความสามารถของนาฬิกามินิตรีพีทเตอร์อย่างต่อเนื่อง อาทิ ฆ้องคริสตัล (crystal gong) ในนาฬิกา Master Minute Repeater ของ Jaeger-LeCoultre ซึ่งเปิดตัวในปี 2005 ที่ติดตั้ง gong ไว้กับชั้นโลหะด้านในของกระจกหน้าปัด และช่วยให้พลังงานเสียงสามารถถูกส่งผ่านไปยังกระจกได้โดยไม่มีสิ่งกีดขวางหรือเบี่ยงเบน ทำให้กระจกหน้าปัดเองสามารถเป็นตัวช่วยขยายเสียงออกสู่ภายนอกตัวเรือนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ด้วยการวางตำแหน่ง gong ไว้ด้านบนของตัวเรือนและการส่งเสียงผ่านกระจก ทำให้สามารถซีล
ตัวเรือนเพื่อป้องกันน้ำเข้าได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้นาฬิการุ่นนี้สามารถกันน้ำได้ลึกถึง 50 เมตร ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
ผลงานร่วมสมัยระดับมาสเตอร์พีซ
ในปัจจุบัน แม้กลไกมินิตรีพีทเตอร์จะไม่ได้มีไว้เพื่อการใช้งานในความมืดตามจุดประสงค์ดั้งเดิม ทว่าสำหรับบรรดาผู้หลงใหลในเรือนเวลาและนักสะสมระดับแถวหน้า ทุกจังหวะ ทุกเสียงตีจากนาฬิกาประเภทนี้กลายเป็นสิ่งที่สะท้อนความนิยมและตัวตนของผู้ที่ได้ครอบครอง ความละเอียดประณีตของช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญ และเรือนเวลาต่อไปนี้ก็คือตัวอย่างอันยอดเยี่ยมของความมุ่งมั่นทุ่มเทของแบรนด์ผู้ผลิต ที่จะสืบสานศาสตร์อันสูงส่งของการประดิษฐ์กลไกชั้นครู ผนวกเข้ากับนวัตกรรมและการออกแบบอันล้ำสมัยของตน และส่งมอบความงดงามของท่วงทำนองให้กับนักสะสมยุคใหม่
Vacheron Constantin Les Cabinotiers Solaria Ultra Grande Complication

แบรนด์ผู้ผลิตนาฬิกาเก่าแก่เฉลิมฉลองครบรอบ 270 ปีเต็มพร้อมๆ กับการเปิดตัวนาฬิกาที่สร้างสถิติใหม่ เป็นนาฬิกาข้อมือที่ซับซ้อนที่สุดในโลก กลไก Caliber 3655 ที่ใช้เวลาพัฒนาต่อเนื่องถึง 8 ปี มีส่วนประกอบขนาดเล็กจิ๋วถึง 1,521 ชิ้น ประกอบไปด้วยคอมพลิเคชัน 41 ชุด และได้รับการยื่นจดสิทธิบัตรถึง 13 ฉบับ และแน่นอนว่าใน 13 ฉบับนี้เป็นรายการสิทธิบัตรที่เกี่ยวกับกลไกมินิตรีพีทเตอร์ไปแล้วถึง 7 รายการด้วยกัน เป็นเครื่องยืนยันความล้ำหน้าทางวิศวกรรมและการออกแบบที่เหนือระดับ กลไก Westminster Minute Repeater Carillon ช่วยให้เสียงตีบอกเวลาใสกังวานแม้อยู่ในตัวเรือนขนาดกะทัดรัด พร้อมระบบ gong และ hammer 4 ชุดที่ให้เสียงสอดประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ


ความก้าวล้ำของเรือนเวลา Les Cabinotiers Solaria Ultra Grand Complication – La Première ยังอยู่ที่การรวมฟังก์ชันดาราศาสตร์ระดับสูงไว้เป็นครั้งแรกในโลก อาทิ ระบบเวลารัฐคติ (civil time) หรือค่าของเวลาตามเขตเวลามาตรฐานโลก เวลาดาราคติและสุริยคติ และทุกๆ คอมพลิเคชันถูกถ่ายทอดผ่านหน้าปัดที่วิจิตรงดงาม ช่วยให้การอ่านค่าต่างๆ ทำได้ง่ายและมีความแม่นยำสูง และยังมีสมรรถนะการสำรองพลังงานสูงถึง 72 ชั่วโมง ทว่าทั้งหมดนี้บรรจุอยู่ในตัวเรือนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 45 มม. และหนาเพียง 14.99 มม. แต่ยังให้เสียงตีที่คมชัด กังวาน ตลอดระยะเวลาการทำงานของลาน
Hermès Arceau Duc Attelé
เสียงตีที่ชัด ใส และเปี่ยมพลังชวนให้นึกถึงระฆังจากมหาวิหารของ Arceau Duc Attelé สะท้อนความก้าวหน้าของ Hermès ในนวัตกรรมกลไกมินิตรีพีทเตอร์ ตัวเรือนขนาด 43 มม. บรรจุกลไก Manufacture H1926 สมรรถนะการสำรองพลังงาน 48 ชั่วโมง ที่มีกลไกตีบอกเวลาแบบ ‘tuning-fork’ มองเห็นที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกาของหน้าปัด ชุด gong หรือค้อนตีคู่ที่ออกแบบเป็นทรง ‘Equestrian’ หรือทรงหัวม้า ทำหน้าที่ตีลงบนลวดรูปตัว ‘U’ ทรงคล้ายส้อมเสียงขนาดยืดยาวเป็นพิเศษทำจากวัสดุเหล็กกล้าที่ผ่านกระบวนการจำเพาะให้เนื้อโลหะมีความแข็งแกร่งและให้โทนเสียงที่มีความคมชัด เปี่ยมอารมณ์ สะพานจักรของโครงสร้างกลไกมินิตรีพีทเตอร์เองก็ผ่านการขบคิดและออกแบบอย่างถี่ถ้วนโดยเลือกใช้วัสดุคริสตัลแซฟไฟร์แบบเปลือยโปร่งหรือโอเพ่นเวิร์ก ช่วยขยายเสียงตีที่ไพเราะและชัดใส


นอกจากนวัตกรรมทางเทคนิคแล้ว ตัวเรือนขนาด 43 มม. ที่มีให้เลือกระหว่างวัสดุโรสโกลด์หรือไทเทเนียมขัดเงาวาว ที่นอกจากจะมีน้ำหนักเบาแล้ว ยังได้รับการออกแบบมาให้ช่วยขยายเสียงขานเวลาอันไพเราะกังวาน เช่นเดียวกับพื้นผิวหน้าปัดที่สลักลวดลาย guilloché ที่ชวนให้หวนนึกถึงลายเส้นการแพร่กระจายของคลื่นเสียง
Parmigiani Fleurier L’Armoriale Répétition Minute Mystérieuse
Parmigiani Fleurier L’Armoriale Répétition Minute Mystérieuse เปิดตัวภายใต้แนวคิดใหม่ที่ต้องการให้ผู้สวมใส่ได้ ‘สัมผัส’ กับเวลาผ่านความซับซ้อนและความงดงามเชิงศิลป์ และยังระลึกถึงจุดเริ่มต้นของนาฬิกามินิตรีพีทเตอร์ตามประวัติศาสตร์ ในยุคสมัยที่ยังไม่มีไฟฟ้าและผู้คนอาศัยการรับฟังเสียงตีบอกเวลาในยามค่ำคืน หน้าปัดหลักที่ปราศจาก ขีดเข็มหรือสัญลักษณ์บ่งบอกเวลาใดๆ เปรียบเสมือนผืนผ้าใบสำหรับ ภาพจิตรกรรมที่รังสรรค์โดยช่างฝีมือชั้นครู โดดเด่นด้วยการเคลือบสีลง ยาอีนาเมล และสลักลวดลาย guilloché อันประณีต และหากพลิก ตัวเรือนมาอีกด้าน ผู้สวมใส่จะสามารถอ่านค่าเวลาที่ผ่านการขบคิดทั้ง ด้านวิศวกรรมและปรัชญา โดยมีเข็มสีโรสโกลด์เป็นตัวอักษร H และ M


อย่างไรก็ตาม ความซับซ้อนที่แท้จริงของเรือนเวลานี้ซ่อนอยู่ภายในกลไกคาลิเบอร์ PF355 ซึ่งประกอบไปด้วย 392 ชิ้นส่วนนี้ มี Cathedral gong หรือฆ้องที่มีความยาวเป็นพิเศษ ให้เสียงชัด ใส และกังวานลึก เปรียบเสมือนความยิ่งใหญ่ของเสียงระฆังแห่ง มหาวิหารอันเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ ค้อนแต่ละตัวได้รับการพัฒนาให้มีความแม่นยำสูง Parmigiani Fleurier เลือกใช้ไม้ Risoud spruce wood คุณภาพสูงเป็นตัวช่วยขยายและถ่ายทอดเสียง เมื่อทำงาน ร่วมกับการออกแบบให้ส่วนหลังของกลไกมีพื้นที่โล่ง ช่วยขยายเสียงให้แต่ละตัวโน้ตดังสะท้อนก้องกังวานอยู่ได้นาน ราวกับหยุดเวลาไว้ชั่วขณะ ซึ่งทั้งหมดนี้ซ่อนอยู่ภายในตัวเรือนไวท์โกลด์ 18K ขนาด 41.6 มม. กลไกแบบขึ้นลานด้วยมือ สามารถสำรองพลังงานได้นานถึง 72 ชั่วโมง ทำให้เรือนเวลารุ่นนี้เป็นประจักษ์พยานความเป็นเลิศด้านวิศกรรมแห่งเสียงในประวัติศาสตร์เรือนเวลาร่วมสมัย
กลไกมินิตรีพีทเตอร์มีความซับซ้อนที่ต้องอาศัยทักษะความเชี่ยวชาญของช่างเทคนิคที่มากประสบการณ์ และใช้เวลาในการพัฒนานาน นับปีหรือแม้แต่หลายปี เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ของกลไกที่มีประวัติยาวนานหลายร้อยปีได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้นาฬิกามินิตรีพีทเตอร์ ถูกผลิตในจำนวนจำกัดโดยปริยาย
การครอบครองนาฬิกาประเภทนี้ในปัจจุบันจึงเป็นเสมือนการ ก้าวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในมรดกอันล้ำค่า ที่ไม่เพียงบ่งบอกความชื่นชม ชื่นชอบส่วนบุคคล แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงการเคลื่อนผ่านของเวลาในรูปแบบเสียง เป็นบทสนทนาระหว่างนาฬิกากับผู้สวมใส่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคสมัยที่สังคมให้คุณค่ากับความรวดเร็ว นาฬิกา Minute Repeater ยังยืนหยัดส่งเสียงเตือนว่าเวลาไม่ได้มีคุณค่าเพียงเพื่อวัดความเร็ว แต่มีไว้ให้เราได้รับรู้และสัมผัสได้
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:
รวมนาฬิกา tourbillon จากหลากแบรนด์ในปี 2025
BOVET 200 ปีแห่งปรัชญาที่ศิลปะและกลไกหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
Girard-Perregaux เปิดตัว Calibre GP4800 กลไกอัตโนมัติ In-House ใหม่!

