เปิดตัว Master Grande Tradition Calibre 985 กับ 3 เรือนใหม่สุดพิเศษ สุนทรียภาพแห่งความเที่ยงตรง

Date:

Master Grande Tradition Calibre 985 การตีความใหม่ของความเที่ยงตรงสู่ 3 เรือนเวลาชั้นสูง

Jaeger-LeCoultre ยังคงสานต่อปรัชญาแห่งความเที่ยงตรงทั้งในด้านกลไกและสุนทรียศาสตร์อย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยการนำเสนอ Master Grande Tradition Calibre 985 ในเวอร์ชันใหม่ 3 เรือน ซึ่งแต่ละเรือนล้วนเป็นผลงานที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์เรือนเวลาชั้นสูงอย่างแท้จริง

นาฬิกาทั้งสามรุ่นนี้ประกอบด้วยเรือนตัวเรือนแพลทินัม 2 รุ่น และตัวเรือนพิ้งก์โกลด์ 1 รุ่น โดยรุ่นแพลทินัมมาพร้อมหน้าปัดสีน้ำเงินที่สะดุดตา แบ่งเป็นรุ่นขอบตัวเรือนขัดเงาและรุ่นขอบตัวเรือนประดับเพชร ในขณะที่รุ่นพิ้งก์โกลด์จับคู่กับหน้าปัดสีน้ำตาลอันอบอุ่น Calibre 985 ซึ่งพัฒนาขึ้นในปี 2013 เป็นกลไกที่รวมความซับซ้อนของปฏิทินถาวร (perpetual calendar) และหน้าต่างแสดงข้างขึ้นข้างแรม (moon phase) เข้ากับความงดงามของไฟลอิ้งทูร์บิญอง (flying tourbillon) ที่มาพร้อมกับจักรกลอกทรงกระบอก (cylindrical hairspring)

แรงบันดาลใจจากความมุ่งมั่นสู่ความเที่ยงตรง

ปรัชญาแห่งความเที่ยงตรงของ Jaeger-LeCoultre ถือกำเนิดขึ้นจากความหลงใหลของ Antoine LeCoultre ผู้ก่อตั้ง ซึ่งให้ความสำคัญกับความแม่นยำในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบกลไกไปจนถึงการขัดแต่งประกอบตัวเรือนและหน้าปัด ความมุ่งมั่นนี้ได้ส่งต่อมายังทุกรุ่นต่อมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่ง Calibre 985 เป็นเครื่องยืนยันถึงความเชี่ยวชาญของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน

ชิ้นส่วนสำคัญที่ควบคุมความแม่นยำของนาฬิกาคือ “อวัยวะควบคุม” (regulating organ) ซึ่งประกอบด้วยล้อจักรกลอก (balance wheel) จักรกลอก (hairspring) และชุดเฟืองจักร (escapement) Jaeger-LeCoultre ได้ทุ่มเทเวลาหลายปีเพื่อวิจัยผลกระทบของทูร์บิญองและรูปทรงที่แตกต่างกันของจักรกลอกที่มีต่อความแม่นยำ จักรกลอกจะทำหน้าที่ควบคุมการแกว่งไปมาของล้อจักรกลอก และการแกว่งอย่างสมมาตรมีความสำคัญอย่างยิ่งในการจำกัดผลกระทบจากแรงโน้มถ่วงและสนามแม่เหล็ก

ทีมวิศวกรของโรงงานได้ค้นพบว่ารูปทรงและการยึดติดของจักรกลอกจะส่งผลต่อการหดและคลายตัว ซึ่งนำไปสู่การพัฒนารูปทรงจักรกลอกที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงตัว S ทรงกลม ทรงครึ่งวงกลม และทรงกระบอก ความสามารถในการผลิตจักรกลอกด้วยตนเองภายในโรงงาน ถือเป็นความได้เปรียบที่โดดเด่นของ Jaeger-LeCoultre

สำหรับจักรกลอกทรงกระบอกซึ่งคิดค้นขึ้นตั้งแต่ปี 1776 และถูกนำกลับมาใช้ใหม่ในศตวรรษที่ 21 นั้น มีประสิทธิภาพที่เหนือกว่าในการรักษาสมดุลของการแกว่ง ไม่ว่าล้อจักรกลอกจะแกว่งด้วยแอมพลิจูด (ความกว้างของการแกว่ง) หรือพลังงานสำรองเท่าใดก็ตาม จักรกลอกทรงกระบอกนี้เองที่ถูกนำมาใช้ใน Calibre 985

Calibre 985 ความเที่ยงตรงของกลไกอันซับซ้อนและการตกแต่งชั้นสูง

Calibre 985 เป็นกลไกที่พัฒนาและผลิตขึ้นเองโดย Jaeger-LeCoultre อย่างเต็มรูปแบบ ประกอบด้วยชิ้นส่วนถึง 431 ชิ้น โดยไฟลอิ้งทูร์บิญองเพียงอย่างเดียวก็มีถึง 83 ชิ้น ซึ่งทำจากไทเทเนียมและมีน้ำหนักเพียง 0.386 กรัมเท่านั้น ประสิทธิภาพการรักษาสมดุลของจักรกลอกทรงกระบอกทำให้กลไกนี้สามารถขับเคลื่อนฟังก์ชันปฏิทินถาวรและข้างขึ้นข้างแรมได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องปรับตั้งนานถึง 122 ปี

ด้านหลังตัวเรือนที่โปร่งใสด้วยกระจกแซฟไฟร์เผยให้เห็นการขัดแต่งกลไกแบบ Haute Horlogerie อันเป็นเลิศ เช่น สกรูเหล็กเผาสีน้ำเงิน, ลวดลาย Côtes de Genève, การขัดแต่งแบบ snailing และการขัดขอบด้วยมือ (hand-bevelling) ส่วนโรเตอร์ขึ้นลานทำจากทองชมพู 22k ประดับด้วยลวดลาย sunray และเหรียญทองคำที่ Antoine LeCoultre ได้รับรางวัลจากมหกรรม Great Exhibition ในกรุงลอนดอนปี 1851 จากผลงานการพัฒนานวัตกรรมเครื่องจักรที่แม่นยำ

ตัวเรือนสุดหรูในแพลทินัมและพิ้งก์โกลด์พร้อมหน้าปัดอันเป็นเอกลักษณ์

ตัวเรือน Master Grande Tradition ที่ซับซ้อนและประณีตนี้ประกอบด้วยชิ้นส่วนมากกว่า 80 ชิ้น พร้อมขาตัวเรือนที่ยึดด้วยสกรู และการผสมผสานพื้นผิวแบบขัดเงา ขัดด้าน และพ่นทรายละเอียด ซึ่งสงวนไว้สำหรับกลไกที่ซับซ้อนที่สุดของแบรนด์เท่านั้น

ตัวเรือนพิ้งก์โกลด์อันอบอุ่นเข้าคู่กับหน้าปัดสีน้ำตาลอย่างลงตัว ในขณะที่ตัวเรือนแพลทินัมให้ความรู้สึกที่เย็นและตัดกันกับหน้าปัดสีน้ำเงินเข้มได้อย่างน่าทึ่ง ยิ่งไปกว่านั้น ในรุ่นแพลทินัมอีกเรือนหนึ่ง ตัวเรือนยังถูกประดับด้วยเพชรทรงบาแกตต์ 72 เม็ด น้ำหนักรวมประมาณ 3.4 กะรัต ซึ่งใช้เวลาการรังสรรค์โดยช่างฝีมือใน Métiers Rares™ atelier ของแบรนด์นานถึง 15 ชั่วโมง

สะพานกลไกขัดขอบด้วยมือพาดผ่านหน้าปัด บริเวณรอบทูร์บิญองถูกออกแบบให้ต่ำกว่าระดับอื่นของหน้าปัดเพื่อความงามและเหตุผลทางเทคนิค รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ และการเล่นสีสันที่ละเอียดอ่อนช่วยเพิ่มมิติที่น่าสนใจ หน้าปัดย่อยมีการตกแต่งที่หลากหลาย ทั้งการพ่นทรายละเอียดที่ขอบวง และการตกแต่งแบบ opaline ภายในหน้าปัดย่อย ซึ่งจะเปลี่ยนสีเมื่อกระทบกับแสง ตัวอักษรและตัวเลขบนหน้าปัดปฏิทินถูกแกะสลักด้วยเลเซอร์แบบนูน ทำให้โดดเด่นจากพื้นหลัง และด้วยความสำคัญของความเที่ยงตรงในการบอกเวลา เข็มวินาทีจะถูกแสดงบนมาตรวัดรูปโค้ง 20 วินาทีใต้ช่องหน้าต่างทูร์บิญอง โดยมีเข็มสีน้ำเงิน 3 เข็มบนกรงทูร์บิญองที่แต่ละเข็มจะแสดงช่วงเวลา 20 วินาที เมื่อทูร์บิญองหมุนครบหนึ่งรอบใน 60 วินาที

กลไกอันโดดเด่นของ Master Grande Tradition ซึ่งประกอบด้วยความซับซ้อนหลายประการและชิ้นส่วนนับร้อย ช่างเป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมและความทุ่มเทเพื่อความเที่ยงตรงของ La Grande Maison ความซับซ้อนนี้เติมเต็มด้วยความแม่นยำอันน่าทึ่งในการตกแต่งและขัดแต่งทั้งส่วนประกอบกลไกและตัวเรือน หน้าปัดใหม่ของ Master Grande Tradition Calibre 985 ที่สง่างามและบริสุทธิ์ ผสานกับกระจกแซฟไฟร์ด้านหลังตัวเรือนที่เปิดเผยให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญด้านการผลิตนาฬิกาชั้นสูงอย่างแท้จริง

ข้อมูลทางเทคนิค
Master Grande Tradition Calibre 985 (ตัวเรือนแพลทินัม หน้าปัดน้ำเงิน)
  • ตัวเรือน: แพลทินัม (950/1000) ขนาด 42 มม. หนา 13.27 มม. กันน้ำ 5 บาร์
  • หน้าปัด: สีน้ำเงิน
  • ฟังก์ชัน: บอกเวลา (ชั่วโมง นาที) ไฟลอิ้งทูร์บิญองพร้อมจักรกลอกทรงกระบอก ปฏิทินถาวร (วัน วันที่ เดือน ปี) ข้างขึ้นข้างแรม และกลางวัน/กลางคืน
  • กลไก: ระบบไขลานอัตโนมัติ Calibre 985 ความถี่ 28,800 vph พลังงานสำรอง 45 ชั่วโมง
  • สาย: หนังจระเข้สีน้ำเงิน พร้อมหัวเข็มขัดแบบหมุด
Master Grande Tradition Calibre 985 (ตัวเรือนแพลทินัมประดับเพชร หน้าปัดน้ำเงิน)
  • ตัวเรือน: แพลทินัม (950/1000) ขนาด 42 มม. หนา 13.27 มม. ขอบตัวเรือนประดับเพชรทรงบาแกตต์ 72 เม็ด (ประมาณ 3.4 กะรัต) กันน้ำ 5 บาร์
  • หน้าปัด: สีน้ำเงิน
  • ฟังก์ชัน: บอกเวลา (ชั่วโมง นาที) ไฟลอิ้งทูร์บิญองพร้อมจักรกลอกทรงกระบอก ปฏิทินถาวร (วัน วันที่ เดือน ปี) ข้างขึ้นข้างแรม และกลางวัน/กลางคืน
  • กลไก: ระบบไขลานอัตโนมัติ Calibre 985 ความถี่ 28,800 vph พลังงานสำรอง 45 ชั่วโมง
  • สาย: หนังจระเข้สีน้ำเงิน พร้อมหัวเข็มขัดแบบหมุด
Master Grande Tradition Calibre 985 (ตัวเรือนพิ้งก์โกลด์ หน้าปัดน้ำตาล)
  • ตัวเรือน: พิ้งก์โกลด์ 18k (750/1000) ขนาด 42 มม. หนา 13.27 มม. กันน้ำ 5 บาร์
  • หน้าปัด: สีน้ำตาล
  • ฟังก์ชัน: บอกเวลา (ชั่วโมง นาที) ไฟลอิ้งทูร์บิญองพร้อมจักรกลอกทรงกระบอก ปฏิทินถาวร (วัน วันที่ เดือน ปี) ข้างขึ้นข้างแรม และกลางวัน/กลางคืน
  • กลไก: ระบบไขลานอัตโนมัติ Calibre 985 ความถี่ 28,800 vph พลังงานสำรอง 45 ชั่วโมง
  • สาย: หนังจระเข้สีน้ำตาล พร้อมหัวเข็มขัดแบบบานพับคู่

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
ZENITH x USM การโคจรมาพบกันของเวลาและการออกแบบ
Freak X Crystalium การกลับมาของความบ้าคลั่งที่ยังคงความ “Freaky”
A. Lange & Söhne เผยโฉมนาฬิการุ่น Richard Lange Jumping Seconds และ 1815 Tourbillon ที่ Hampton Court Palace

Share post:

More like this

Parmigiani Fleurier Tonda PF Sport Chronograph Verzasca นิยามใหม่ของความหรูหราที่เงียบเชียบ

สัมผัสความประณีตของ Parmigiani Fleurier Tonda PF Sport Chronograph "Silver Verzasca" นาฬิกาที่นำเฉดสีเขียวมรกตจากธรรมชาติมาผสานกับหน้าปัด Guilloché โดดเด่นด้วยดีไซน์ No Date ที่มอบความสมมาตรสูงสุด พร้อมกลไก High-beat 5Hz ระดับ Haute Horlogerie

Breva Segreto di Lario ผลงานสร้างสรรค์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความสง่างามแบบอิตาลีของทะเลสาบโคโม

สัมผัสความลุ่มลึกของ Breva Segreto di Lario นาฬิกาที่เปลี่ยนการบอกพลังงานสำรองให้เป็นงานศิลปะด้วยระบบเข็มตีกลับคู่ (Double Retrograde) ผลงานความร่วมมือกับปรมาจารย์ Jean-François Mojon ในตัวเรือนไทเทเนียมทรงคุชชั่นที่สะท้อนกลิ่นอายอุปกรณ์เดินเรือยุคคลาสสิก

Amida Digitrend NASA Edition จากนาฬิกาขับรถยุค 70 สู่อุปกรณ์อวกาศแห่งอนาคต

เมื่อนาฬิกาขับรถทรงลิ่มสุดคลาสสิกจากยุค 70 โคจรมาพบกับหน่วยงานอวกาศระดับโลก Amida Digitrend NASA Edition ถ่ายทอดความเท่ผ่านการแสดงผลเวลาแนวตั้งด้วยปริซึมคริสตัล พร้อมตัวเรือนสเตนเลสสตีลสีเงินด้านและโลโก้ Worm อันเป็นเอกลักษณ์

ย้อนรอยประวัติศาสตร์ปี 1816 กับ Louis Moinet Chronograph รุ่นพิเศษในเฉดสีแชมเปญ

ย้อนรอยประวัติศาสตร์ปี 1816 กับ Louis Moinet Chronograph รุ่นพิเศษในเฉดสีแชมเปญ ที่เปลี่ยนความซับซ้อนของกลไก Column Wheel ให้กลายเป็นงานศิลปะบนข้อมือ ผสานวัสดุไทเทเนียมเกรด 5 น้ำหนักเบาเข้ากับความประณีตของงานช่างศิลป์ชั้นสูง