Jaeger-LeCoultre Reverso Tribute Chronograph กับมิติใหม่ของความหรูหราในสีพิงค์โกลด์

Date:

ด้วยนาฬิกา Reverso ลิมิเต็ด เอดิชั่น รุ่นล่าสุดนี้ JLC ได้ย้ำเตือนเราว่าเหตุใด Reverso จึงเป็นสุดยอดแห่งดีไซน์แบบ อาร์ต เดโค ในการประดิษฐ์นาฬิกา

หลังจากการเปิดตัวในปี 2023 ซึ่งได้รับคำชื่นชมอย่างกว้างขวาง Jaeger-LeCoultre ก็ได้นำเสนอนาฬิกา Reverso Tribute Chronograph เวอร์ชั่นใหม่ที่แสนงดงามตามมาอีก ด้วยนาฬิกาลิมิเต็ดเอดิชั่นรุ่นพิเศษที่สร้างขึ้นในตัวเรือนพิงค์โกลด์ 18k ล้วน แม้รุ่นของปีที่แล้วจะมีทั้งแบบตัวเรือนสตีลและพิงค์โกลด์ด้วย แต่สำหรับรุ่นนี้ซึ่งผลิตแบบจำนวนจำกัดเพียง 250 เรือนนั้นใช้พิงค์โกลด์ทำโครงสร้างทั้งในส่วนของตัวเรือน บริดจ์ของกลไก ชิ้นเครื่องหมายบอกเวลา (ซึ่งดูราวกับลอยอยู่บนฝั่งด้านหลังของนาฬิกาที่เป็นงานโอเพนเวิร์กด์) และหน้าปัด ซึ่งดูแล้วช่างเป็นหน้าปัดที่งามเลิศอย่างแท้จริง

Reverso อาจเป็นนาฬิกาที่เป็นตัวแทนแห่งศิลปะอาร์ต เดโค ได้ชัดเจนที่สุด ทั้งในแง่ของรูปแบบและยุคสมัยที่นาฬิการุ่นนี้ถือกำเนิดขึ้น แม้ว่าวัตถุประสงค์เริ่มแรกของตัวเรือนทรงเหลี่ยมที่สามารถพลิกด้านได้นั้นทำขึ้นเพื่อให้ (ค่อนข้าง) ใช้งานได้จริง นั่นก็คือ เป็นการปกป้องกระจกจากการกระทบของไม้โปโลหรือลูกบอล แต่รูปแบบอันเป็นสัญลักษณ์ระดับไอคอนนี้ก็ได้พัฒนาต่อมาเพื่อทำหน้าที่เป็นผลงานศิลปะด้วย ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาที่มี 2 หน้าปัด หรือมีด้านหนึ่งเปรียบเป็นผืนผ้าใบสำหรับการแกะสลัก อีกทั้งยังทำให้ Reverso ใช้ได้ดีในการนำมาทำเป็นนาฬิกาในรูปแบบล็อกเก็ตที่เก็บความลับไว้ด้านในได้

สำหรับเอดิชั่นใหม่ล่าสุดนี้ หน้าปัดพิงค์โกลด์มีความเรียบง่ายและประดับประดาตกแต่งมาอย่างวิจิตรงดงาม โดยทำการสลักด้วยเลเซอร์เป็นเส้นแนวนอนเพื่อเน้นแนวโค้งที่ด้านบนและด้านล่างของตัวเรือน ลวดลายเส้นตรงนี้โดดเด่นด้วยความแตกต่างระหว่างความเงางามและพื้นผิวที่เล่นกับแสงได้อย่างสวยงาม เพราะทำให้สะท้อนแสงและดูดซับแสงได้อย่างชัดเจน สเกลนาทีแบบรางรถไฟพื้นสีดำถูกวางตามแนวริม ขณะที่ชิ้นหลักชั่วโมงพิงค์โกลด์อันคมชัดทอดยาวมาบรรจบกับเข็มทรงดอฟีนที่แสนเรียบง่าย

หากนั่นคือจุดสิ้นสุดของการแสดง เพราะด้านหลังที่ถูกสงวนไว้สำหรับการแกะสลัก นาฬิการุ่นนี้ก็ยังคงเป็นหนึ่งในนาฬิกา Reverso ที่มีรูปลักษณ์ดีที่สุดในช่วงเวลา 93 ปีที่ล่วงผ่านมา แต่แน่นอนว่ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะฝั่งด้านหลังได้แสดงให้เห็นกลไกจับเวลาคาลิเบอร์ 860 ซึ่งสร้างชิ้นส่วนขึ้นจากพิงค์โกลด์ 18k เป็นหลัก นาฬิการุ่นนี้จึงมีความโดดเด่นไม่แพ้เวอร์ชั่นในตอนที่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว เพียงแต่เวอร์ชั่นนี้มีความแวววาวและความเปล่งประกายยิ่งกว่า อีกทั้งบนแผ่นฐานตัวเรือนยังมีการสลักด้วยรูปแบบประกายแสงอาทิตย์ ซึ่งแสดงถึงแก่นแท้แห่งชัยชนะของนาฬิกาสไตล์อาร์ต เดโค ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ข้อมูลทางเทคนิค: Jaeger-LeCoultre Reverso Tribute Chronograph

  • กลไก: ไขลาน คาลิเบอร์ 860 พลังงานสำรอง 52 ชั่วโมง
  • ฟังก์ชั่น: แสดงชั่วโมงและนาที จับเวลา เคาน์เตอร์จับเวลา 30 นาทีแบบเข็มเรโทรเกรด
  • ตัวเรือน: 49.4 x 29.9 มม. (หนา 11.14 มม.) พิงค์โกลด์ 18K
  • หน้าปัด: พิงค์โกลด์สลักลายแนวขวาง (หน้าปัดด้านหน้า) หน้าปัดแบบโอเพนเวิร์กด์ แสดงให้เห็นบริดจ์พิงค์โกลด์ (หน้าปัดด้านหลัง)
  • สาย: หนังวัวจากคอลเลกชั่น Fagliano และมีสายหนังจระเข้สีดำมาให้สลับใช้
  • จำนวนการผลิต: จำกัดไว้ที่ 250 เรือน

“ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand – แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง”

โดย Troy Barmore

Share post:

More like this

Breguet Tradition 2026 ความงามของกลไกในจังหวะที่ทันสมัยขึ้น

Breguet ปลุกจิตวิญญาณคอลเลกชัน Tradition ให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้ง ด้วยการผสมผสานหน้าปัด Grand Feu Enamel, แก้ว Aventurine และการใช้สีสันบนตัวเครื่องที่กล้าหาญ เพื่อตอบโจทย์นักสะสมยุคศตวรรษที่ 21

Parmigiani Fleurier Tonda PF Sport Chronograph Verzasca นิยามใหม่ของความหรูหราที่เงียบเชียบ

สัมผัสความประณีตของ Parmigiani Fleurier Tonda PF Sport Chronograph "Silver Verzasca" นาฬิกาที่นำเฉดสีเขียวมรกตจากธรรมชาติมาผสานกับหน้าปัด Guilloché โดดเด่นด้วยดีไซน์ No Date ที่มอบความสมมาตรสูงสุด พร้อมกลไก High-beat 5Hz ระดับ Haute Horlogerie

Breva Segreto di Lario ผลงานสร้างสรรค์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความสง่างามแบบอิตาลีของทะเลสาบโคโม

สัมผัสความลุ่มลึกของ Breva Segreto di Lario นาฬิกาที่เปลี่ยนการบอกพลังงานสำรองให้เป็นงานศิลปะด้วยระบบเข็มตีกลับคู่ (Double Retrograde) ผลงานความร่วมมือกับปรมาจารย์ Jean-François Mojon ในตัวเรือนไทเทเนียมทรงคุชชั่นที่สะท้อนกลิ่นอายอุปกรณ์เดินเรือยุคคลาสสิก

Amida Digitrend NASA Edition จากนาฬิกาขับรถยุค 70 สู่อุปกรณ์อวกาศแห่งอนาคต

เมื่อนาฬิกาขับรถทรงลิ่มสุดคลาสสิกจากยุค 70 โคจรมาพบกับหน่วยงานอวกาศระดับโลก Amida Digitrend NASA Edition ถ่ายทอดความเท่ผ่านการแสดงผลเวลาแนวตั้งด้วยปริซึมคริสตัล พร้อมตัวเรือนสเตนเลสสตีลสีเงินด้านและโลโก้ Worm อันเป็นเอกลักษณ์