การกลับมาของเรือนเวลาเสียงตีระฆังผสานฟลายอิ้งทูร์บิญองจาก Jacob & Co. ในตัวเรือนโรสโกลด์และหน้าปัดแร่ธรรมชาติสีแดงสด ผลิตจำกัดเพียง 12 เรือนทั่วโลก
แสงสีแดงฉานจากแร่ธรรมชาติที่สะท้อนผ่านหน้าปัดโปร่งแสงของ Jacob & Co. มักสร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในวงสังสรรค์ของคนรักนาฬิกาได้เสมอ ระหว่างกลุ่มคนที่มองว่านี่คือความกล้าหาญในการฉีกกฎเกณฑ์ความหรูหราแบบเดิมๆ กับกลุ่มคนที่มองว่ามันตะโกนความร่ำรวยดังเกินไปจนไร้ความนุ่มนวล แต่ไม่ว่าใครจะคิดอย่างไร การกลับมาของตระกูลนาฬิกาเสียงตีระฆังผสานกลไกฟลายอิ้งทูร์บิญองในรุ่น Palatial Flying Tourbillon Minute Repeater ประจำปี 2026 นี้ ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าแบรนด์ไม่ได้มีดีแค่เพชรระยิบระยับบนตัวเรือนอลังการอย่างที่หลายคนเคยสบประมาท


ความน่าสนใจของเรือนเวลานี้ไม่ได้อยู่ที่ป้ายราคาเกือบสี่แสนดอลลาร์สหรัฐ หรือการจำกัดจำนวนการผลิตเพียง 12 เรือนทั่วโลกเท่านั้น แต่ความน่าสนใจกลับอยู่ที่มิติทางสายตาที่สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น ทั้งหน้าปัดทำจากแร่ธรรมชาติสีแดงสดใสที่ถูกฝานบางเฉียบจนแสงสามารถลอดผ่านเข้าไปมองเห็นชิ้นส่วนกลไกภายใน มาร์กเกอร์บอกเวลาและเข็มนาฬิกาทรงสเกเลตันสีโรสโกลด์ถูกจัดวางอย่างเรียบง่าย ปล่อยให้พื้นที่ส่วนใหญ่ตกเป็นของช่องหน้าต่างเปิดโล่งที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา เพื่ออวดกรงฟลายอิ้งทูร์บิญองกำลังหมุนวนอย่างเที่ยงตรง ยิ่งมีรายละเอียดเล็กๆ อย่างตัวโน้ตตัวจีคลีฟ (G Clef) สีทองแดงปัดลายวางเคียงอยู่ใกล้ตำแหน่ง 9 นาฬิกา ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าเรือนนี้ถูกสร้างมาเพื่อขับเน้นสุนทรียภาพแห่งเสียงดนตรีอย่างแท้จริง
เรามาดูเรื่องกลไกกันบ้าง แทนที่ทางแบรนด์จะยกเครื่องเดิมมาจากปี 2014 มาใส่ซ้ำ แต่กลับเลือกที่จะปัดฝุ่นพัฒนาใหม่หมดจดจนกลายมาเป็นคาลิเบอร์ JCCM04 แบบไขลานด้วยมือ ประกอบด้วยชิ้นส่วนรวมกันถึง 308 ชิ้น หนาเพียง 6.10 มิลลิเมตร และให้พลังงานสำรองยาวนานถึง 90 ชั่วโมงที่ความถี่ 21,600 ครั้งต่อชั่วโมง สะพานจักรทั้งหมดถูกขัดแต่งลวดลาย Côtes de Genève ลบมุมขอบด้วยมืออย่างประณีต และเมื่อกลไกการตีระฆังบอกเวลาแบบมินิตรีพีทเตอร์ทำงานตามคำสั่งผ่านการเลื่อนกลไกข้างตัวเรือน เสียงกังวานของชั่วโมง สลัก และนาทีจะถูกขับเคลื่อนด้วยความนุ่มนวลผ่านระบบตัวปรับความเร็วแบบเงียบ (silent repeater governor) ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ เพื่อลดเสียงรบกวนกลไกขณะทำงานลงได้อย่างหมดจด


ส่วนตัวเรือนไวท์โกลด์หรือโรสโกลด์ 18K ขนาด 43 มิลลิเมตร จะมีความหนา 12.3 มิลลิเมตร สวมคู่มากับสายหนังจระเข้และหัวเข็มขัดพินบักเคิลโรสโกลด์ 18K แม้ตัวเลขขนาดจะดูหนาตามประสาคอมพลิเคชันซับซ้อน แต่การเลือกใช้สัดส่วนที่สมดุลก็ทำให้เวลาทาบลงบนข้อมือแล้วมันให้ความรู้สึกเต็มข้อแบบมีน้ำหนัก การเทียบชั้นกับนาฬิกาสายคอมพลิเคชันเสียงตีระฆังจากสำนักสวิสเก่าแก่อาจเป็นเรื่องถกเถียงกันในแง่รสนิยม แต่นาฬิกาเรือนนี้ไม่ได้สร้างมาเพื่อซ่อนตัวอยู่ใต้ชายเสื้อเชิ้ต มันคือเครื่องประบอกสถานะที่พร้อมดึงดูดสายตาทุกคู่ในห้องรับรองวีไอพีให้หันมามองความจัดจ้านที่ผสมผสานระหว่างงานศิลปะและวิศวกรรมชั้นสูงได้อย่างลงตัว
ข้อมูลทางเทคนิค
- ตัวเรือน: โรสโกลด์ 18K ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 43 มิลลิเมตร ความหนา 12.3 มิลลิเมตร กระจกแซฟเฟอร์ และกันน้ำ 30 เมตร
- หน้าปัด: แร่ธรรมชาติสีแดงโปร่งแสง มาร์กเกอร์และเข็มบอกเวลาทรงสเกเลตันทําจากโรสโกลด์ 18K พร้อมประดับตัวโน้ต G Clef โรสโกลด์ปัดลาย และช่องหน้าต่างเปิดโล่งแสดงกรงฟลายอิ้งทูร์บิญองที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา
- ฟังก์ชั่น: แสดงเวลา (ชั่วโมง, นาที) และระบบตีระฆังบอกเวลาแบบมินิตรีพีทเตอร์ (Minute Repeater)
- กลไก: กลไกไขลานด้วยมือ Jacob & Co. Caliber JCCM04 (พัฒนาจาก JCBM03) ความหนา 6.10 มิลลิเมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 30 มิลลิเมตร ทับทิม 29 เม็ด ชิ้นส่วนรวม 308 ชิ้น ความถี่ 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง (3 Hz) สำรองพลังงาน 90 ชั่วโมง พร้อมระบบตัวปรับความเร็วแบบเงียบ (silent repeater governor) และสะพานจักรขัดแต่งลาย Côtes de Genève ลบมุมขอบด้วยมือ
- สาย: สายหนังจระเข้ จับคู่กับหัวเข็มขัดพินบักเคิลโรสโกลด์ 18K (ผลิตจำกัด 12 เรือนทั่วโลก)
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:
Audemars Piguet เปิดคอนเซ็ปต์บูติกแห่งใหม่ ณ เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่
รวมไฮไลต์ผลงานเด่นจาก Audemars Piguet ที่เปิดตัวในปี 2026
Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph สลัดลุคนาฬิกาสปอร์ตสายลุย ลดขนาดลงมา 37 มม. จับคู่กับเฉดสีชมพูและขอบหน้าปัดเพชร

