เปิดโหมดซัมเมอร์! ชวนสัมผัส HUBLOT BIG BANG UNICO SUMMER 2025 ที่มิโคนอส

Date:

สัมผัสประสบการณ์ซัมเมอร์สุดหรูและนวัตกรรมไร้ขีดจำกัดจาก Hublot พร้อมเปิดตัว Big Bang Unico Summer 2025 รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น ที่มิโคนอส

ถ้าให้ชี้เป้าว่าอะไรคือสิ่งที่พลาดไม่ได้ในฤดูกาลนี้ ขอบอกเลยว่าคุณมาถูกทางแล้ว เพราะนี่ไม่ใช่แค่การเปิดตัวนาฬิกาเรือนใหม่ Big Bang Unico Summer 2025 หากแต่เป็นการเปิดประตูสู่ประสบการณ์ซัมเมอร์สุดพิเศษที่ Hublot ตั้งใจมอบให้

Hublot Big Bang Unico Summer 2025

ย้อนไปตั้งแต่ปี 2017 Hublot ได้สร้างสีสันให้กับชายหาดเมดิเตอร์เรเนียนสุดเอ็กซ์คลูซีฟมาแล้วหลายแห่ง การเลือกพื้นที่ที่แสงอาทิตย์สาดส่องตลอดคืน จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นหัวใจสำคัญที่ Hublot ต้องการส่งมอบพลังงานแห่งความสนุกที่ไม่รู้จบ

และปีนี้ การเฉลิมฉลองก็ยิ่งใหญ่กว่าเคย เมื่อ Hublot ยกทัพมายังใจกลางมิโคนอส พร้อมการรวมตัวของเหล่าคนดังอย่าง Usain Bolt แอมบาสเดอร์ของ Hublot และนักวิ่งที่เร็วที่สุดในโลก รวมถึง Mattia Vitale หนึ่งในดีเจทริโอ Meduza ที่มาร่วมสร้างบรรยากาศแห่งความรื่นเริง ให้กับสื่อมวลชน ลูกค้าคนสำคัญ KOLs และครอบครัว Hublot ทุกคน

นับว่างานนี้เต็มไปด้วยสีสันสดใสของสีส้มที่ตัดกับสีน้ำเงินเมดิเตอร์เรเนียนอย่างลงตัว ซึ่งทั้งหมดได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Big Bang Unico Summer 2025 ที่สะท้อนถึงความสุขของวันวานใต้แสงอาทิตย์อุ่นๆ ทรายนุ่มๆ ที่ซุกอยู่ใต้เท้า และเสียงคลื่นที่ซัดสาดเบาๆ ราวกับดึงเอาความรู้สึกดีๆ ทั้งหมดนั้นมาไว้บนข้อมือ

“ฤดูร้อนและจิตวิญญาณแห่งการเฉลิมฉลองเป็นสิ่งที่แบรนด์ ให้ความสำคัญมาตลอด 8 ปีที่ผ่านมา” Julien Tornare ซีอีโอ เล่าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสุข “Big Bang Unico Summer 2025 เป็นเหมือนตัวแทนของสิ่งที่ Hublot เชื่อมั่น ความกล้าหาญ ความมีชีวิตชีวา และช่วงเวลาที่น่าจดจำ

นี่ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปิดตัวนาฬิกาหรือจัดปาร์ตี้ แต่คือ ‘ความรู้สึก’ ที่เราอยากแบ่งปัน เป็นการเฉลิมฉลองฤดูร้อน ความสุข มิตรภาพ พลังในการทำงานร่วมกัน และที่สำคัญที่สุดคือผู้คนอันแสนวิเศษทุกคนที่เป็นส่วนหนึ่งของ Hublot”

นวัตกรรมที่ไม่ใช่แค่สีสัน แต่เป็นหัวใจของการสร้างสรรค์

มาสัมผัสหัวใจของนาฬิกาเรือนนี้กันบ้าง Big Bang Unico Summer 2025 ที่รังสรรค์จาก เซรามิกไฮเทค อันเป็นเอกลักษณ์ของ Hublot ตัวเรือนสีส้ม Micro-blasted เปล่งประกายดุจแสงอาทิตย์ยามโพล้เพล้

ส่วนขอบหน้าปัดสีฟ้าครามก็สะท้อนผืนน้ำทะเลที่กว้างใหญ่ไพศาลได้อย่างลงตัว ด้วยน้ำหนักที่ เบาหวิวแต่แฝงด้วยความเฉียบคม นาฬิกาเรือนนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการเชื่อมต่อกับธรรมชาติและท้องทะเลอย่างแท้จริง

ลองจินตนาการถึงความรู้สึกที่นาฬิกาเรือนนี้อยู่บนข้อมือ ด้วยน้ำหนักที่เบาราวกับลมทะเล ด้วยเซรามิก Micro-blasted ที่ละเอียดอ่อน แต่กลับแข็งแกร่งทนทาน พร้อมลุยทุกการผจญภัยด้วยเซรามิกที่มีความทนทานสูง ไม่ว่าจะปาร์ตี้ริมสระน้ำ หรือจะดำดิ่งสู่ห้วงน้ำลึก ก็มั่นใจได้ด้วยคุณสมบัติกันน้ำลึก 100 เมตรนับว่าเป็นนาฬิกาที่ชาญฉลาดและปรับตัวได้ดีเยี่ยม

สามารถสลับจากโหมดชิลริมหาดไปเป็นโหมดพักผ่อนยามชมพระอาทิตย์ตกดิน หรือแม้แต่โหมดปาร์ตี้ได้ในพริบตา ด้วยระบบสายนาฬิกา One-Click ที่จดสิทธิบัตรไว้แล้ว แถมยังอเนกประสงค์อย่างน่าประทับใจ เพราะมาพร้อมสายนาฬิกาที่สามารถเปลี่ยนได้ถึง 3 สี ทั้งสีฟ้าคราม สีน้ำเงินเข้ม หรือสีส้ม โดยทั้งสามเส้นมีขอบยางสีขาว ให้คุณแมตช์ได้ตามอารมณ์และสไตล์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด

Hublot Big Bang Unico Summer 2025

นอกเหนือจากความโดดเด่นที่รูปลักษณ์ภายนอกแล้ว แบรนด์ยังให้ความสำคัญกับนวัตกรรมภายในอย่างแท้จริง ตั้งแต่เทคโนโลยีเซรามิกสีสันสดใสสุดล้ำ ไปจนถึงกลไก Unico manufacture ที่ผลิตขึ้นเองในโรงงาน ตั้งแต่ปี 2018 Hublot ได้สร้างมาตรฐานใหม่ของเซรามิกด้วยสีสันที่โดดเด่นและจดสิทธิบัตร รวมถึงความทนทานขั้นสุด

สูตรไฮเทคของเรือนเวลาที่ถูกสร้างสรรค์มาเพื่อความเข้มข้น แข็งแกร่ง หนาแน่น และทนทานต่อรอยขีดข่วนมากกว่าเซรามิกทั่วไป ทั้งสดใส แตกหักยาก และเป็น Hublot 100% ส่วนกลไก Unico ตั้งแต่ปี 2010 ก็ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับนวัตกรรม ความแม่นยำ และประสิทธิภาพการทำงานของกลไกที่ผลิตขึ้นเอง การออกแบบที่เน้นความหลากหลาย โครงสร้างที่ก้าวล้ำให้ความน่าเชื่อถือและกลไกที่ล้ำสมัย กล้าแกร่ง ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน จนอยากจะลองสัมผัสเรือนจริงดูซักครั้ง

Hublot Big Bang Unico Summer 2025

เมื่อ Art of Fusion ก่อกำเนิดตำนานบทใหม่

ถ้าเราย้อนเวลากลับไปในปี 1980 ซึ่งครั้งหนึ่งเกิดปรากฏการณ์สะเทือนวงการนาฬิกาหรู เมื่อนาฬิกาเรือนหนึ่งกล้าที่จะจับคู่ตัวเรือนทองคำเข้ากับสายยาง นี่คือจุดกำเนิดของ Hublot ที่ตั้งชื่อตามหน้าปัดรูปช่องหน้าต่างเรือที่มีสกรูยึดเปิดเผย และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ “ศิลปะแห่งการผสมผสาน” หรือ Art of Fusion

ถัดมาในปี 2005 Hublot ได้ยกระดับความคิดสร้างสรรค์นี้ไปอีกขั้นด้วย Big Bang ที่มาพร้อมดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ขนาดที่โดดเด่น และตัวเรือนโครงสร้างแบบหลายชั้น ในปีเดียวกันนั้น Hublot ก็ได้รับรางวัล Best Design จาก Grand Prix d’Horlogerie de Genève ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ด้วยแรงผลักดันจากแนวคิดปฏิวัติวงการนี้ Big Bang ก็ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และนั่นทำให้ Big Bang กลายเป็น “ไอคอน” เรือนแรกแห่งศตวรรษที่ 21

แนวคิดของการผสมผสานนั้นมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง เป็นหลักการนำทางสำหรับทุกคอลเลกชั่น Big Bang คือเรือนเวลาที่ปรับเปลี่ยนรูปทรงของเวลา Classic Fusion คือความสมดุลระหว่างความกล้าหาญและความประณีต ในขณะที่ Exceptional Timepieces ท้าทายความคาดหวังเพื่อสร้างสรรค์วัตถุทางนาฬิกาที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยแนวทางที่แหวกแนวในการท้าทายขนบธรรมเนียม DNA ของ Hublot ถูกถอดรหัสออกมาในกลไก Unico, Meca-10 และ Tourbillon ที่ผลิตขึ้นเอง เพื่อเพิ่มความหมายอีกระดับให้กับ Art of Fusion

แบรนด์ไม่ได้สร้างสรรค์เวทมนตร์เพียงแค่ที่โรงงานเท่านั้น เพราะบางครั้งเวทมนตร์ก็เกิดขึ้นในสนามฟุตบอล สร้างสรรค์ความร่วมมือกับอีเวนต์ใหญ่ๆ (FIFA World Cup™ 2010, 2014, 2018, 2022, Premier League, UEFA Champions League และ UEFA Euro™)

บางครั้งก็เกิดขึ้นที่คอนเสิร์ต บาสเกตบอล การแสดงศิลปะ หรือประสบการณ์การกินดื่มสุดพิเศษกับเชฟมิชลินสตาร์ในครอบครัว Hublot และนั่นแหละคือที่มาของ “Hublot Vibes” ที่มีชีวิตขึ้นมาจากการแบ่งปันช่วงเวลาแห่งความสุขร่วมกันในหมู่ Hublotistas หรือกลุ่มเจ้าของ Hublot ผู้ภาคภูมิใจ Art of Fusion นั้นเหนือกว่าสิ่งที่สัมผัสได้ มันคือวิถีชีวิต และนี่คือวิถีของแบรนด์

ครบรอบ 20 ปี การเฉลิมฉลองแนวคิดปฏิวัติวงการของ BIG BANG

ในปี 2005 Big Bang ได้ถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับยุคใหม่แห่งการประดิษฐ์นาฬิกา ที่สอดคล้องกับชื่อของมันอย่างไม่เคยมีมาก่อน มีนาฬิกาไม่กี่เรือนที่พลิกโฉมวงการนาฬิกาในปัจจุบันได้เหมือน Big Bang ยี่สิบปีหลังจากการเปิดตัว มันยังคงเป็นตัวอย่างของโรงงานที่ผลักดันขีดจำกัดของสิ่งที่ไม่รู้จักอยู่เสมอ

ด้วยวัสดุพิเศษและกลไกที่ผลิตขึ้นเอง นำโดย Unico และ Meca-10, Big Bang ได้ฉีกกฎประเพณี ซึ่งเป็นแนวคิดที่มันไม่เคยโอบรับอย่างเต็มที่ โดดเด่นด้วยสุนทรียภาพที่กล้าหาญ มีความหลากหลาย และนั่นคือ Big Bang

สัมผัสวิถีแห่งซัมเมอร์กับ Hublot

และนี่ก้คือหนึ่งในเรือนเวลาไฮไลท์ในสัปดาห์นี้ กับเรือนเวลาที่เป็นสัญลักษณ์ของการใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุข ความสดใส และการผจญภัย ทั้งยังสะท้อนถึงปรัชญาของแบรนด์ที่ไม่หยุดนิ่งในการสร้างสรรค์นวัตกรรม และการหลอมรวมศิลปะเข้ากับเทคโนโลยีอย่างลงตัว

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเดินทางผู้หลงใหลในทะเล หรือนักปาร์ตี้ผู้ชื่นชอบสีสัน Big Bang Unico Summer 2025 พร้อมที่จะเป็นเพื่อนร่วมทางที่เติมเต็มทุกช่วงเวลาพิเศษของคุณ ให้ทุกวันเป็นดั่งการเฉลิมฉลองที่ไม่รู้จบ และตอกย้ำว่าวิถีของ Hublot คือการใช้ชีวิตอย่างมีสไตล์และไม่ธรรมดาอย่างแท้จริง 

Hublot Big Bang Unico Summer 2025
ข้อมูลทางเทคนิค
HUBLOT BIG BANG UNICO SUMMER 2025
  • กลไก: HUB1280 Unico Manufacture (โครโนกราฟ Flyback ไขลานอัตโนมัติ พลังงานสำรอง 72 ชม.)
  • ตัวเรือน: เซรามิกสีส้ม Micro-blasted ขนาด 42 มม. กันน้ำ 100 เมตร
  • ขอบหน้าปัด: เซรามิกสีฟ้าคราม Micro-blasted
  • หน้าปัด: สีฟ้าครามด้านและสีส้ม
  • สายนาฬิกา: สายยาง 3 สี (ฟ้าคราม น้ำเงินเข้ม ส้ม) พร้อมระบบ One-Click เปลี่ยนสายง่าย
  • ความพร้อมการจำหน่าย: รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น 100 เรือน

“ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง”

ภาพ | HUBLOT

Share post:

More like this

เมื่อความขัดแย้งกลายเป็นอัตลักษณ์ นี่คือคู่สีที่จัดจ้านที่สุดบนหน้าปัด H. Moser & Cie.

การโคจรมาพบกันของสีม่วงเบอร์รีลึกและสีเหลืองค็อกเทล บนตัวเรือนสปอร์ตขนาด 40 มิลลิเมตรที่สะท้อนทัศนคติแห่งความขี้เล่น

Arnold & Son HM London Skyline Limited Edition: จากลอนดอนยุควิกตอเรียนสู่มหานครร่วมสมัย ผ่านหน้าปัดที่เปลี่ยนเรื่องราวตามแสงและความมืด

Arnold & Son และ The Limited Edition ถ่ายทอดเรื่องราวของลอนดอนผ่าน HM London Skyline นาฬิกาลิมิเต็ดเอดิชันที่ใช้หน้าปัด Mother-of-Pearl และเทคนิคเรืองแสงเผยเมืองสองยุค พร้อมกลไกไขลานบางเฉียบสำรองพลังงาน 90 ชั่วโมง

Protected: เมื่อ TAG Heuer ประกาศเปิดตัวนาฬิการุ่นพิเศษส่งตรงเพื่อนักสะสมชาวไทยโดยเฉพาะกับ TAG Heuer Carrera Chronograph Thailand Limited Edition

พาไปชมรายละเอียดและวิเคราะห์แนวคิดของ TAG Heuer Carrera Chronograph Thailand Limited Edition นาฬิการุ่นพิเศษที่หยิบยกประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ตของ "พระองค์พีระ" และทีมหนูขาว มาตีความเป็นงานดีไซน์ร่วมสมัยได้อย่างน่าสนใจ

พาชมโปรเจกต์หุ่นยนต์ผู้พิทักษ์เวลา MB&F HM12 The Guardian ผลงานเซ็ตคู่ที่ประกอบด้วยนาฬิกาทูร์บิญอง และหุ่นยนต์ตั้งโต๊ะฟังก์ชันครบ

บทความวิเคราะห์เจาะลึก MB&F HM12 The Guardian ผลงานนาฬิกาข้อมือทูร์บิญองหน้ากากกลไกที่มาพร้อมหุ่นยนต์ตั้งโต๊ะหนัก 15 กิโลกรัม เผยเบื้องหลังแนวคิดจากยุค 80s และข้อมูลอินไซด์ที่แบรนด์ยอมเฉือนกำไรเพื่อสร้างสิ่งสะสมแห่งอนาคต