เผยโฉม Helix โดย Hautlence ปฏิวัติเวลา สถาปัตยกรรมแห่งอนาคตบนข้อมือ

Date:

พลิกโฉมเรือนเวลา เมื่อนวัตกรรมและสุนทรียะหลอมรวมเป็น “Helix” การเดินทางสู่มิติใหม่แห่งการบอกเวลาที่ Hautlence กล้าบุกเบิก

ไหนๆ จะคุยเรื่องนาฬิกาแล้ว ขอเปิดด้วยเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์สักหน่อยก็แล้วกัน เพราะโลกของเวลาไม่ได้เพิ่งถือกำเนิดขึ้นเมื่อวาน แต่ผูกพันกับมนุษย์มาตั้งแต่ไหนแต่ไร

ลองจินตนาการย้อนกลับไปในยุคที่ยังไม่มีนาฬิกาข้อมือเก๋ๆ ไม่มีสมาร์ทวอทช์ล้ำๆ แต่ผู้คนก็ยังคงรับรู้และเข้าใจถึง “เวลา” ได้อย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะจากการเฝ้ามองพระอาทิตย์ขึ้นลง การสังเกตเงาของต้นไม้ หรือแม้กระทั่งการตีระฆังบอกเวลาในวิหารโบราณ สิ่งเหล่านี้ล้วนหล่อหลอมให้เราตระหนักถึงความสำคัญของทุกวินาที และยิ่งไปกว่านั้นคือการค้นหาวิธีที่จะ “จับเวลา” ให้แม่นยำที่สุด

จากยุคที่ต้องพึ่งพิงธรรมชาติ สู่ยุคที่มนุษย์เริ่มประดิษฐ์กลไกซับซ้อนอย่างนาฬิกาแขวนผนัง นาฬิกาพก จนมาถึงนาฬิกาข้อมือที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน กระบวนการเหล่านี้ไม่ใช่แค่การพัฒนาทางเทคนิค แต่มันคือการเดินทางทางปรัชญาที่สะท้อนความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์ การท้าทายขีดจำกัด และการค้นหาความหมายของการมีอยู่

และในโลกของนาฬิกาที่เต็มไปด้วยเรื่องราวอันน่าทึ่ง วันนี้ขอทุกคนไปเปิดประสบการณ์กับนาฬิกาที่เป็นเสมือน “งานศิลปะบนข้อมือ” ที่จะนำพาเข้าสู่ห้วงเวลาแห่งอนาคต นั่นคือ HELIX BY HAUTLENCE

เกี่ยวกับ HAUTLENCE ศิลปะการสร้างสรรค์เวลาที่ก้าวข้ามทุกขีดจำกัด

ก่อนจะไปทำความรู้จักกับเรือนเวลาเรือนใหม่ ขอพาไปทำความรู้จักกับความเป็นมากันซักหน่อย Hautlence นั้นก่อตั้งขึ้นในปี 2004 ชื่อของแบรนด์นี้คือการสลับตัวอักษรของคำว่า Neuchâtel ซึ่งเป็นการยกย่องบ้านเกิดแห่งศิลปะการผลิตนาฬิกา แบรนด์นี้ได้รับการยกย่องจากนักสะสมและผู้ที่ชื่นชอบนาฬิกาทั่วโลก ในฐานะผู้ที่นำพลวัตใหม่มาสู่งานศิลปะการผลิตนาฬิกาชั้นสูง

ในปี 2022 แบรนด์ได้เริ่มต้นบทใหม่ในประวัติศาสตร์ โดยยังคงปรับปรุงและพัฒนารหัสที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ไปพร้อมกับการนำเสนอแนวทางใหม่ที่ร่วมสมัยและสปอร์ตมากขึ้น ด้วยโครงสร้างใหม่ เครือข่ายการจัดจำหน่ายที่พิเศษยิ่งขึ้น และอัตลักษณ์ทางภาพที่สอดคล้องกับตำแหน่งของแบรนด์ Hautlence จึงมีทรัพยากรที่พร้อมจะยืนยันสถานะของตัวเองในฐานะแบรนด์อิสระชั้นนำ

ด้วยกำลังการผลิตประมาณ 200 เรือนต่อปี Hautlence มีกลไกที่ออกแบบและพัฒนาขึ้นเองภายในโรงงานถึง 9 แบบ ในขณะเดียวกันก็ยังคงพึ่งพาพันธมิตรภายนอกสำหรับกลไกที่ใช้ในบางคอลเลกชัน

ในเชิงกลยุทธ์ Hautlence ได้รับการสนับสนุนจาก MELB Holding ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทนาฬิกาอิสระของครอบครัวที่ได้นำเสนอประสบการณ์และเครือข่ายมาตั้งแต่ปี 2012 โดยจะมีการทำงานร่วมกันระหว่าง Hautlence และกลุ่มบริษัทมากขึ้นในอนาคต

Hautlence กำลังผลักดันขอบเขตของรหัสการผลิตนาฬิกาแบบดั้งเดิม โดยการรวมเข้ากับนวัตกรรมกลไกและจักรวาลอันไร้ขีดจำกัดที่ยืมมาจากศิลปะแขนงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ สถาปัตยกรรม และการเคลื่อนไหว แบรนด์ได้รับแรงบันดาลใจจากสิ่งเหล่านี้เพื่อสร้างแนวทางใหม่ในการแสดงเวลา ซึ่งนำไปสู่การยกระดับมิติสำคัญสองประการ คือ มิติของพื้นที่และเวลา Hautlence ตระหนักถึงความสัมพันธ์เชิงหน้าที่กับความงามเสมอ และได้ประดิษฐ์นาฬิกาที่มีรูปทรงและความลึกที่แปลกใหม่ โดยเคารพทุกขั้นตอนและทุกคนที่เกี่ยวข้องในการผลิต

HELIX SERIES 1

HELIX BY HAUTLENCE นิยามใหม่แห่งกาลเวลา

มีบางช่วงเวลาอันแสนหายากที่วงการนาฬิกาดูจะสั่นสะเทือนด้วยกระแสไฟฟ้าแรงสูง เมื่อวิศวกรรมเข้ามาผสานกับปรัชญาอย่างแนบเนียน และเมื่อการออกแบบหยุดเลียนแบบอดีตเพื่อเริ่มต้นบิดเบือนอนาคต นั่นคือจังหวะที่ Helix โดย Hautlence ปรากฏตัว

นี่ไม่ใช่เพียงเรือนเวลาอิสระที่ถือกำเนิดขึ้นใน Schaffhausen หากแต่ได้รับการรังสรรค์ด้วยความหาญกล้าของผู้ที่ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์สิ่งใด นอกจาก “อิสรภาพ” ของตนเอง นี่เป็นการประกาศกร้าวถึงสุนทรียภาพ นั่นคือสถาปัตยกรรมในห้วงการเคลื่อนไหว

รูปทรงที่เฉียบคมบนข้อมือ

เริ่มต้นที่รูปทรง Hautlence นำเสนอตัวเรือนทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบใหม่ล่าสุด ที่มีขนาดเล็กลงแต่คมชัดยิ่งขึ้น ตัวเรือนที่ผ่านการตัดแต่งจาก ไทเทเนียมน้ำหนักเบา สะท้อนภาษาแห่งการออกแบบที่เรียกว่า “Brutalism ที่ประณีต” ซึ่งเป็นความลงตัวระหว่างความแข็งกร้าว ความเด็ดขาด และความยิ่งใหญ่ดุจอนุสาวรีย์ มันคือแท่งหินขนาดมหึมาที่บรรจุอยู่ในกรอบของข้อมือคุณ

ไม่ใช่แค่การปรากฏตัว แต่คือสมรรถนะอันเหนือชั้น

และมันไม่ได้เป็นเพียงการปรากฏตัวอันโดดเด่น หากแต่ยังเป็นเรื่องของสมรรถนะอีกด้วย ตัวเรือนสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่กันน้ำได้ลึกถึง 10 ATM นี้ ถูกปกคลุมด้วย กระจกแซฟไฟร์ทรงโดม ที่เพิ่มสัมผัสแห่งความนุ่มนวล ความโค้งมนอันบริสุทธิ์และแม่นยำนี้สามารถหักเหแสงได้ตามต้องการ การสร้างกระจกเช่นนี้คือความบ้าคลั่งทางเทคนิคอย่างแท้จริง แต่ผลตอบแทนที่ได้รับนั้นคุ้มค่ามหาศาล มันดึงดูดทุกสายตาให้พุ่งตรงสู่ใจกลางของนาฬิกา ราวกับเลนส์ที่กำลังโฟกัสไปยังการปฏิวัติครั้งสำคัญ นั่นคือ Cylindrical Tourbillon ที่อยู่ตรงกลาง

Helix เป็นมากกว่านาฬิกา เพราะนี่คือวิสัยทัศน์ เป็นเสมือนแถลงการณ์ที่กำลังเคลื่อนไหว Cylindrical Tourbillon ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์กลางทางกายภาพ หากแต่ มันคือแก่นแท้ คือแกนหลักทางแนวคิดของเรือนเวลานี้ มันหมุนวนเป็นเกลียวดุจ DNA กลายเป็นประติมากรรมจลน์ที่เพิ่มมิติที่สามให้กับ Tourbillon ในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

ขนาบข้าง Tourbillon นี้คือหน้าปัดแสดงผลแบบ Retrograde สองตำแหน่ง สำหรับชั่วโมงและนาที ซึ่งดำเนินจังหวะการเคลื่อนไหวได้อย่างแม่นยำและเด็ดขาด

HELIX SERIES 1

หัวใจแห่งกลไก Calibre D51 อัตโนมัติ

หัวใจสำคัญของ Helix Series 1 คือกลไกอัตโนมัติ Calibre D51 ซึ่งได้รับการออกแบบ พัฒนา และผลิตขึ้นเองทั้งหมดภายในโรงงาน (in-house) โดยมี Micro-rotor ที่ช่วยให้ได้สัดส่วนที่สมดุลและกะทัดรัด โดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพ กลไกนี้ประกอบด้วยชิ้นส่วน 235 ชิ้น ทำงานที่ความถี่ 3 เฮิรตซ์ และมอบพลังงานสำรองได้นานถึง 65 ชั่วโมง

HELIX SERIES 1

Hautlence ไม่เคยชื่นชอบความซ้ำซากจำเจเลยนับตั้งแต่ก่อตั้ง แบรนด์ที่ถือกำเนิดใน Neuchâtel และปัจจุบันตั้งอยู่ใน Schaffhausen แห่งนี้ มักจะก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างความหลงใหลในกลไกกับพลังแห่งสุนทรียภาพอันบริสุทธิ์ Helix ดำเนินรอยตามเส้นทางนี้ มันไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือวัดเวลา หากแต่ มันนิยามเวลาใหม่สำหรับนักสะสม รวมไปถึงผู้ที่มองว่าเวลาไม่ใช่แค่ วงกลม หากแต่เป็น เกลียว เพราะทุกช่วงเวลาล้วนผุดขึ้นมา พัฒนา และไม่เคยซ้ำรอยเดิม

สรุปข้อมูลทางเทคนิค
HELIX SERIES 1 (REFERENCE: CD51-TI00)

ตัวเรือน ส่วนกลางตัวเรือนและขอบหน้าปัดทำจากไทเทเนียมเกรด 5 ขัดด้านและขัดเงา เม็ดมะยมเป็นไทเทเนียมเกรด 5 ขัดเงา พร้อมวงแหวนยางสีดำและสลักโลโก้ HAUTLENCE กระจกหน้าปัดเป็นคริสตัลแซฟไฟร์ทรงโดมแข็งพิเศษ เคลือบสารป้องกันแสงสะท้อน ส่วนฝาหลังเป็นคริสตัลแซฟไฟร์ สลักข้อความ “HAUTLENCE” ตัวเรือนมีขนาด 37.0 x 45.10 x 11.8 มม. (10.5 มม. หากไม่รวมคริสตัลแซฟไฟร์) และกันน้ำได้ลึก 10 ATM

หน้าปัด หน้าปัดมีโครงสร้างแบบ Skeletonized และชุบโรเดียม พร้อมพื้นผิวแบบขัดลายแนวตั้ง หน้าปัดแสดงชั่วโมงและนาทีเป็นทองเหลืองชุบโรเดียม เคลือบ ALD สีน้ำเงิน ตัวเลขชั่วโมงและนาทีใช้เทคโนโลยี Globolight®

รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 28 เรือน

กลไก ขับเคลื่อนด้วยกลไกจักรกลอัตโนมัติ D51 พร้อม Micro-rotor มีฟังก์ชันแสดงชั่วโมงและนาทีแบบ Retrograde และ Cylindrical Tourbillon แบบกลาง สามารถสำรองพลังงานได้ อย่างน้อย 65 ชั่วโมง ทำงานที่ความถี่ 21,600 VPH (การสั่นสะเทือน/ชั่วโมง) ประกอบด้วยชิ้นส่วน 235 ชิ้น และมีทับทิม 36 เม็ด

สาย มาพร้อมสายยางสีเทา พร้อมแถบผ้าสีน้ำเงินเข้ม หัวเข็มขัดทำจากไทเทเนียมเกรด 5 และมีฟังก์ชันถอดเปลี่ยนสายได้รวดเร็ว

“ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง”

ภาพ | HAUTLENCE

Share post:

More like this

Introducing: Brew Retrograph Stone Blend Automatic เมื่อความงามของสายธารกาแฟถูกรังสรรค์ผ่านหินธรรมชาติ Pietersite

Brew เปิดตัว Retrograph Stone Blend Automatic เรือนเวลารุ่นจำกัด 250 เรือน โดดเด่นด้วยหน้าปัดหินธรรมชาติ Pietersite ที่จำลองภาพการเทนมลงในกาแฟสกัดเย็น ขับเคลื่อนด้วยกลไกออโตเมติก Miyota 9015

HYT Conical Tourbillon Midnight Blue เมื่อนวัตกรรมกลศาสตร์ของเหลวผสานความเลอค่าของทองคำ 5N ที่มีเพียง 8 เรือนทั่วโลก

HYT เผยโฉม Conical Tourbillon Midnight Blue นวัตกรรมไฮโดรเมคานิกส์ระดับไฮเอนด์ที่จับคู่ตัวเรือนทองคำ 5N เข้ากับไทเทเนียม DLC สีดำ ขับเน้นระบบของเหลวสีฟ้าและทูร์บิยองทรงกรวย ผลิตจำกัดเพียง 8 เรือนทั่วโลก

LOUIS MOINET MEMORIS DIAMONDS เผยโฉมนาฬิกาโครโนกราฟระดับไฮจิวเวลรี ลิมิเต็ดอิดิชันผลิตเพียงรุ่นละ 12 เรือนทั่วโลก

Louis Moinet เปิดตัว Memoris Diamonds เรือนเวลาโครโนกราฟไอคอนิกในตัวเรือน Red Gold 18K และ Titanium Grade 5 ที่โดดเด่นด้วยการเผยกลไกโครโนกราฟบนหน้าปัด ผสานการประดับเพชร VVS และไพลินสีน้ำเงินสุดประณีต

Franck Muller ถ่ายทอดความรักผ่าน 3 นาฬิกาสุดประณีต ต้อนรับเทศกาลวันแม่

สัมผัสความประณีตของ 3 เรือนเวลาไอคอนิกจาก Franck Muller ทั้ง Cintrée Curvex Gatsby, Crazy Hours x JISBAR และ Curvex CX Silhouette ที่สะท้อนคุณค่า ความตั้งใจ และความรักอันไร้กาลเวลาเนื่องในโอกาสวันแม่