Hanhart 417 TI Desert Pilot จิตวิญญาณนาฬิกานักบินในเฉดสีแห่งทะเลทราย

Date:

สำหรับนักสะสมนาฬิกาที่หลงใหลในประวัติศาสตร์ ชื่อของ Hanhart 417 ES คือหนึ่งในนาฬิกาโครโนกราฟที่ถูกจารึกไว้ในฐานะนาฬิกาคู่ใจของ Steve McQueen ล่าสุดแบรนด์นาฬิกาจากเยอรมนีได้หยิบเอาโมเดลไอคอนิกนี้มาตีความใหม่ผ่านโปรเจกต์พิเศษ 417 TI Desert Pilot ซึ่งเป็นการผสมผสานความคลาสสิกดั้งเดิมเข้ากับวัสดุสมัยใหม่และแรงบันดาลใจจากธรรมชาติได้อย่างน่าสนใจ

ความโดดเด่นอย่างแรกของรุ่นนี้คือการเลือกใช้ตัวเรือนที่ทำจากไทเทเนียมเกรด 5 แทนการใช้สเตนเลสสตีลแบบรุ่นทั่วไป ซึ่งวัสดุนี้มีจุดเด่นเรื่องความทนทานต่อการกัดกร่อน มีความแข็งแกร่งสูง แต่กลับมีน้ำหนักที่เบาลงอย่างเห็นได้ชัดช่วยให้สวมใส่สบายขึ้นในทุกสถานการณ์ โดยตัวเรือนผ่านการทำผิวแบบพ่นทราย (Sand-blasted) จนได้สีเทาด้านที่ดูเคร่งขรึมและลดแสงสะท้อนตามแบบฉบับนาฬิกาเครื่องมือ (Tool Watch) อย่างแท้จริง

สิ่งที่ทำให้รุ่นนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือหน้าปัดเฉดสีทรายที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากบรรยากาศของทะเลทรายและการผจญภัยแบบออฟโรด โดยตัวเลขและเข็มนาฬิกาเลือกใช้โทนสีดำเพื่อให้ตัดกับสีพื้นหน้าปัดอย่างชัดเจน แม้ว่าทางแบรนด์จะระบุไว้ว่าการเรืองแสงในที่มืดอาจไม่สว่างเท่าหน้าปัดสีดำแบบดั้งเดิม แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความสวยงามของโทนสีในเวลากลางวันที่มีเสน่ห์ไม่ซ้ำใคร พร้อมด้วยขอบตัวเรือนแบบหยักที่เป็นเอกลักษณ์และแต้มสีแดงที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา

ในด้านกลไก Hanhart ยังคงรักษาจิตวิญญาณเดิมด้วยระบบ Flyback Chronograph ที่ช่วยให้นักบินหรือผู้ใช้งานสามารถกดเริ่มจับเวลาใหม่ได้ทันทีเพียงการกดปุ่มเพียงครั้งเดียว โดยรุ่นนี้ใช้กลไกแบบไขลานที่ให้สัมผัสคลาสสิกทุกครั้งที่ได้หมุนเม็ดมะยม และสามารถชื่นชมการทำงานของกลไกได้ผ่านฝาหลังกระจกแซฟไฟร์ใส ซึ่งถือเป็นรายละเอียดที่นักสะสมชื่นชอบ

Hanhart 417 TI Desert Pilot ผลิตออกมาให้เลือกสองขนาดตามความต้องการของผู้ใช้งาน คือขนาด 39 มิลลิเมตร และ 42 มิลลิเมตร โดยแต่ละขนาดจะมีการผลิตจำนวนจำกัดเพียงรุ่นละ 200 เรือนทั่วโลกเท่านั้น มาพร้อมกับสายยางลายถักสีทรายที่ได้รับการออกแบบมาให้เข้ากับตัวเรือนและหน้าปัดได้อย่างไร้ที่ติ ถือเป็นการสานต่อตำนานนาฬิกานักบินเยอรมันที่นำเอาเทคโนโลยีของวัสดุสมัยใหม่มาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การผจญภัยในปัจจุบันได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ข้อมูลทางเทคนิค
  • ตัวเรือน: ไทเทเนียมเกรด 5 ทำผิวแบบพ่นทราย (Sand-blasted) มีให้เลือกขนาด 39 มม. และ 42 มม. กระจกหน้าปัดแซฟไฟร์ทรงโดม และฝาหลังใสโชว์กลไก
  • หน้าปัด: สีทราย (Sand-colored) ตัวเลขและเข็มสีดำเคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova ขอบตัวเรือนแบบหยักหมุนได้สองทิศทางพร้อมมาร์กเกอร์สีแดง
  • ฟังก์ชัน: จับเวลาความละเอียดวินาทีและนาที (30 นาที) พร้อมระบบ Flyback สำหรับเริ่มจับเวลาใหม่ได้ทันที
  • กลไก: ไขลาน (Manual-wind) คอลัมน์วีลโครโนกราฟ AMT5100 M สำรองพลังงานได้ 58 ชั่วโมง
  • สาย: สายยางดีไซน์ลายถักสีทราย เข้าชุดกับหน้าปัดและตัวเรือน

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
บันทึกรสชาติฉบับกวางตุ้งที่ Summer Palace เมื่อความคลาสสิกเดินทางมาบรรจบกับความร่วมสมัย
ดื่มด่ำช่วงเวลาอันน่าจดจําเหนือสายน้ำแห่งประวัติศาสตร์ไปกับ Okura Cruise
เฉลิมฉลองช่วงเวลาแห่งความสุขผ่านเรือนเวลา Blancpain รุ่นไอคอนิกที่ Revolution คัดสรรมาเพื่อคนที่คุณรัก

Share post:

More like this

เปิดตำนาน Ulysse Nardin ‘Freak’

นาฬิกาที่สร้างกฎของตัวเอง เพื่อผลักดันวงการนาฬิกาสู่อนาคตที่ยังไม่เคยถูกสำรวจ ตลอดระยะเวลา 180 ปีของ Ulysse Nardin ‘ความเที่ยงตรง’ คือสิ่งที่กำหนดเอกลักษณ์ของแบรนด์มาโดยตลอด แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องการก้าวไปอีกขั้น...

สัมผัส Jaeger-LeCoultre 101 Chain นาฬิกากำไลจิวเวลรีชั้นสูงที่ซ่อนกลไกจักรกลไขลานเล็กที่สุดในโลก

Jaeger-LeCoultre ผสานงานจิวเวลรีเข้ากับวิศวกรรมชั้นสูงด้วย 101 Chain กำไลทองคำชมพูประดับเพชรและ HyCeram สีดำ ที่ซ่อนกลไกไขลานด้วยมือ Calibre 101 กลไกจักรกลขนาดจิ๋วที่เล็กที่สุดในโลกไว้ภายใน

MB&F ปลุกตำนาน LM1 ขึ้นมาฉลองครบรอบ 15 ปีในร่าง LM1 EVO ปรับขนาดตัวเรือนเหลือ 42 มิลลิเมตร

MB&F ปลุกตำนาน LM1 ขึ้นมาฉลองครบรอบ 15 ปีในร่าง LM1 EVO ปรับขนาดตัวเรือนเหลือ 42 มิลลิเมตร เพิ่มระบบซับแรงกระแทก FlexRing กันน้ำ 80 เมตร บาลานซ์สปริงคู่ Straumann® และกลไกไขลานสำรองพลังงาน 60 ชั่วโมง

เปิดตัว TAG Heuer Formula 1 Solargraph x Oracle Red Bull Racing ฉลองครบรอบ 10 ปีแห่งความร่วมมือ

สัมผัสความเร้าใจจากสนามแข่งกับ TAG Heuer Formula 1 Solargraph x Oracle Red Bull Racing นาฬิกาเรือนพิเศษฉลอง 10 ปีพาร์ทเนอร์ชิป ตัวเรือนสเตนเลสสตีล 38 มิลลิเมตร หน้าปัดซันเรย์สีน้ำเงิน-แดง และกลไกโซลาร์กราฟพลังงานแสง