Curvex CX คือการตีความใหม่ที่ฉลาดที่สุดในรอบทศวรรษ ด้วยโครงสร้างกระจกแซฟไฟร์ที่ขยายเต็มพื้นที่ ขอบตัวเรือนแบบ ‘Invisible Bezel’ และกลไกไขลานอัตโนมัติสำรองพลังงาน 42 ชั่วโมง
สำหรับคนที่คลุกคลีอยู่ในวงการนาฬิกา ทุกคนจะรู้ดีว่า Cintrée Curvex คือสัญลักษณ์ที่ไม่สามารถแยกออกจาก Franck Muller ได้เลย มันคือตัวเรือนโค้งมนอันเป็นเอกลักษณ์ที่มีชีวิตมาตั้งแต่ปี 1992 พร้อมด้วยตัวเลขอารบิกดีไซน์สนุกๆ ที่เป็นภาพจำอันแข็งแกร่งที่สุดของเมซง ทว่าในปีนี้ Franck Muller ได้ทำสิ่งที่น่าตื่นเต้นกว่าแค่การออกรุ่นใหม่ พวกเขาเปิดตัว Curvex CX ซึ่งเรามองว่ามันคือการ ตีความและพัฒนาโครงสร้าง Curvex เดิมไปสู่อีกระดับหนึ่ง เรียกได้ว่าเป็นการอัปเกรดที่ใช้ความกล้าหาญและวิศวกรรมการออกแบบที่ชาญฉลาดจริงๆ

ถ้ามองผิวเผินอาจจะคิดว่า Curvex ก็คือ Curvex แต่เมื่อได้ลองสัมผัสและพิจารณารายละเอียด จะเห็นความแตกต่างที่สำคัญมาก ซึ่งความว้าวแรกคือการใช้กระจกแซฟไฟร์ที่ถูกขยายออกไปจนครอบคลุมพื้นที่เกือบทั้งหมดของตัวเรือนไปจนถึงจุดเชื่อมต่อของสายนาฬิกาเลยทีเดียว การทำเช่นนี้ทำให้หน้าปัดดูเปิดกว้าง โล่งตา และมองเห็นรายละเอียดได้เต็มพื้นที่มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สร้างความรู้สึกเหมือนหน้าปัดลอยตัวอยู่ภายใต้โดมใสๆ อีกส่วนที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือขอบตัวเรือน หรือ Bezel ซึ่งถูกแยกออกจากตัวเคสหลักอย่างแนบเนียน จนได้ขอบที่บางเฉียบจนเกือบจะมองไม่เห็น หรือที่เรียกว่า “Invisible Bezel”
ซึ่งนอกจากจะช่วยลดวัสดุที่บดบังหน้าปัดแล้ว ยังเปิดโอกาสให้สามารถเล่นสีแบบทูโทนระหว่างขอบกับตัวเคสหลักได้อย่างอิสระ นี่คือความท้าทายทางเทคนิคที่ทำให้นาฬิกาคลาสสิกนี้กลับมามีชีวิตชีวาและร่วมสมัยยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การออกแบบยังปรับปรุงหลักสรีรศาสตร์ (Ergonomics) โดยทำให้สายนาฬิกาถูกรวมเข้ากับตัวเรือนโดยตรง (Integrated Strap) ส่งผลให้ Curvex CX โอบรับรูปข้อมือได้แนบสนิทและใส่สบายขึ้นอย่างมาก

ส่วนบนหน้าปัด พวกเขาได้พัฒนารูปแบบลายกิโยเช่ (Guilloché) ใหม่เป็นพิเศษ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากลาย Clous de Paris ที่ถูก “บิด” (Twisted) เพื่อสร้างมิติและทำให้เกิดภาพลวงตาที่เหมือนหน้าปัดกำลังเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นการเพิ่มความลึกและมิติที่น่าสนใจให้กับตัวเลขอารบิกที่ยังคงถูกเพนต์ด้วยมืออย่างพิถีพิถัน

เจาะลึกดีไซน์ รุ่น CX 36 SC AT
มาดูรายละเอียดของรุ่นนี้กันบ้าง สำหรับ CX 36 SC AT นั้นมีความแม่นยำสูงและมีรายละเอียดที่น่าสนใจ ตัวเรือนทำจากโรสโกลด์ (Rose Gold) ที่ขัดเงาด้วยมือ มีขนาดความกว้าง 36 มิลลิเมตร ความยาว 53.1 มิลลิเมตร และมีความหนา 10 มิลลิเมตร ตัวกระจกเป็นแซฟไฟร์คริสตัล และนาฬิกาสามารถกันน้ำได้ที่ระดับ 30 เมตร
หน้าปัดมีการปั๊มลวดลาย Clous de Paris แบบเกลียว โดยตัวเลขถูกเพนต์ด้วยมืออย่างละเอียด และเคลือบด้วย Zapon Varnish Layer ฟังก์ชันการทำงานพื้นฐานคือการแสดง ชั่วโมง นาที และ วินาที ส่วนสายนาฬิกาเป็นหนังจระเข้ที่เย็บด้วยมือ



กลไก หัวใจสำคัญของเรือนเวลา
นาฬิกาเรือนนี้ขับเคลื่อนด้วยกลไก MVD FM 2536-SC ซึ่งเป็นกลไกจักรกลแบบไขลานอัตโนมัติ (Self-winding) ที่มาพร้อมกับระบบโรเตอร์ขึ้นลานสองทิศทาง กลไกนี้ประกอบด้วยชิ้นส่วนทั้งหมด 191 ชิ้น มีทับทิม 25 เม็ด และมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 25.6 มิลลิเมตร หนา 3.6 มิลลิเมตร สามารถสำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 42 ชั่วโมง โดยถูกตั้งความถี่บาลานซ์วีล (Balance wheel) ไว้ที่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง ในด้านการตกแต่งกลไกนั้นทำอย่างวิจิตรตามมาตรฐานชั้นสูง มีการใช้ลวดลาย Côtes de Genève บนสะพานจักรและแผ่นโรเตอร์ ลาย Perlage บนแผ่นกลไกหลัก การขัดเงาด้วยเพชร (Diamond polishing) บนส่วนเว้าและขอบสะพานจักร การขัดลาย Sunray/Snailing บนสะพานจักร ส่วนโรเตอร์ กรงตลับลูกปืน และฝาครอบบาเรล รวมถึงการขัดลาย Snailing บนวงล้อปรับอัตราการเดิน


โดยสรุปแล้ว Curvex CX เรือนนี้ นอกเหนือจากการนำตำนานมาเล่าซ้ำแล้ว ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงการเคารพรากเหง้าของ Franck Muller ควบคู่ไปกับการใช้ความสามารถทางเทคนิคที่ก้าวหน้าที่สุดเพื่อเติมเต็มจุดแข็งเดิม ให้กลายเป็นตำนานบทใหม่ที่ร่วมสมัยและสมบูรณ์แบบบนข้อมือยิ่งกว่าเดิม
ข้อมูลทางเทคนิค Franck Muller Curvex CX (รุ่น CX 36 SC AT)
- ตัวเรือน: ตัวเรือนโค้งมนทำจากโรสโกลด์ขัดเงาด้วยมือ ขนาด 36 มิลลิเมตร x 53.1 มิลลิเมตร หนา 10 มิลลิเมตร โดดเด่นด้วยกระจกแซฟไฟร์ที่ขยายครอบคลุมไปจนถึงสายนาฬิกา และขอบตัวเรือนแบบ ‘Invisible Bezel’ กันน้ำได้ 30 เมตร
- หน้าปัด: หน้าปัดมีลวดลายกิโยเช่ Clous de Paris แบบเกลียว (Twisted Spiral) ที่ปั๊มขึ้นมา ตัวเลขถูกเพนต์ด้วยมืออย่างละเอียด และเคลือบด้วย Zapon Varnish Layer
- ฟังก์ชัน: แสดง ชั่วโมง นาที และวินาที
- กลไก: กลไก MVD FM 2536-SC ระบบไขลานอัตโนมัติ (Self-winding) พร้อมโรเตอร์ขึ้นลานสองทิศทาง มีชิ้นส่วนกลไก 191 ชิ้น และทับทิม 25 เม็ด สำรองพลังงานได้ 42 ชั่วโมง เดินด้วยความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง
- สาย: สายหนังจระเข้เย็บมือ ซึ่งถูกออกแบบให้ผสานเข้ากับตัวเรือนโดยตรงเพื่อความสบายสูงสุดในการสวมใส่
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:
Past/Present/Future บทสนทนาว่าด้วยอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของ URWERK
Wrist Check: BOUCHERON Winter Wonderland ส่องนาฬิกาของเหล่าแอมบาสเดอร์ ในแคมเปญพิเศษ
Making Time: การสร้างสรรค์เวลาจากโรงงาน La Fabrique du Temps Louis Vuitton

