สุดยอดนาฬิกาหรูจาก Frederique Constant สำหรับตลาดสหรัฐฯ รุ่น Pave ของ Classics Carrée Small Seconds

Date:

Frederique Constant เปิดตัวนาฬิกา Classics Carrée Small Seconds รุ่น Pave สุดหรูเฉพาะสำหรับตลาดสหรัฐฯ โดยเป็นการผสมผสานระหว่างดีไซน์ Art Deco ที่คุ้นเคยกับขอบตัวเรือนที่ฝังเพชรและสายสร้อยข้อมือที่ใส่สบายสุด ๆ

ในช่วงท้ายของฤดูร้อนที่งาน Geneva Watch Days ณ เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์, Frederique Constant ได้นำเสนอการเพิ่มเวอร์ชั่นใหม่ในคอลเล็กชั่น Classics Carrée จำนวน 3 รุ่น โดยคอลเลกชั่นนี้ได้รับการเปิดตัวครั้งแรกเป็นเวลามากว่า 20 ปีแล้ว โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2003 ด้วยรูปลักษณ์ที่มีลักษณะโดดเด่นเป็นทรงสี่เหลี่ยมในแบบ อาร์ต เดโค ซึ่งให้ความรู้สึกย้อนยุคจากยุค 1920s ที่เป็นยุคทองของนาฬิกา การเปลี่ยนแปลงจากการใช้รูปทรงกลมแบบเดิม ๆ มาเป็นการออกแบบรูปทรงที่มีมุมเหลี่ยมมากขึ้น ซึ่งแม้จะผ่านไปกว่าหนึ่งศตวรรษแล้ว ความคลาสสิกนี้ก็ยังคงถูกยกย่องและมีเสน่ห์อยู่เสมอ

ในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมาหลังจากการเปิดตัวครั้งแรก Frederique Constant ได้นำเสนอนาฬิกาที่พัฒนาจากแนวคิดเดิมหลายรูปแบบ รวมทั้งรุ่น XL ที่ใหญ่ขึ้น นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงของหน้าปัดที่หลากหลาย ไปจนถึงการใช้เลขโรมันและพื้นผิวหน้าปัดแบบซันเรย์ที่ดูละเอียดอ่อนกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น การมีหน้าต่างแสดงวันที่ และการเปิดให้เห็นบาลานซ์วีลที่ทางแบรนด์เรียกว่า ฮาร์ท บีท อันเป็นหนึ่งในลักษณะเฉพาะตัวที่ทางแบรนด์มีการนำมาใช้อยู่บ่อย ๆ

รุ่นล่าสุดในคอลเล็กชั่น Classics Carrée ที่เปิดตัวมาใหม่นี้ มีเข็มวินาทีขนาดเล็กอยู่ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ซึ่งไม่ได้ทำให้ความสมดุลของหน้าปัดหายไปเลย หน้าปัดนี้ยังคงอ่านง่าย และดูสวยงาม โดยวงและเข็มวินาทีนี้ได้รับการออกอย่างประณีต พร้อมทั้งปรับลักษณะตัวเลขโรมันที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกาให้เหมาะสม

นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอลักษณะการใช้ลักษณะหน้าปัดแบบเซกเตอร์ ที่มีลักษณะเหมือนกรอบหน้าปัดโดยเป็นรูปสี่เหลี่ยมและวงกลมซึ่งช่วยเสริมให้นาฬิกาดูมีความเป็นวินเทจ และเพิ่มความเท่ให้กับนาฬิกาโดยไม่ต้องพึ่งลวดลายหรือการตกแต่งอะไรมากนัก

ในงาน Geneva Watch Days ทาง Frederique Constant ได้นำเสนอ Classics Carrée Small Seconds มาใหม่อีก 3 เวอร์ชั่น โดยแต่ละเวอร์ชั่นใช้ตัวเรือนเป็นสเตนเลสสตีลผิวขัดเงา ขนาด 36 มม. หนา 25.2 มม. เป็นฐาน และบรรจุด้วยกลไกควอตซ์ Cal.FC-235 ที่แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานนานกว่า 2 ปี อย่างไรก็ตาม แต่ละเวอร์ชั่นต่างก็มีองค์ประกอบด้านสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว 

2 เวอร์ชั่นที่ใช้ตัวเรือนสแตนเลสสตีลแบบเรียบง่ายนั้น รุ่นหนึ่งดูมีความเป็นแบบสปอร์ตมากกว่าเพราะติดตั้งมากับสายสเตนเลสสตีลขัดเงาแบบ 7 แถวที่ดูเข้ากันกับดีไซน์ของตัวเรือน และอีกเวอร์ชั่นเป็นแบบเรียบหรูด้วยสายหนังวัวสีดำแต่งลายจระเข้และเย็บตะเข็บด้ายสีเดียวกัน ส่วนอีกเวอร์ชั่นหนึ่งนั้นเป็นการนำเสนอรุ่นที่ยกระดับขึ้นอีกขั้นโดยยังคงจับคู่กับสายหนังวัวสีดำลายจระเข้แต่ตัวเรือนทางด้านหน้าได้รับการปูประดับด้วยเพชรมากถึง 158 เม็ด (1.185 กะรัต)

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจาก 3 เวอร์ชั่นนี้แล้ว Frederique Constant ยังนำเสนอเวอร์ชั่นที่สี่ อย่างเงียบ ๆ สำหรับตลาดสหรัฐอเมริกาโดยเฉพาะอีกด้วย โดยใช้ตัวเรือนที่ปูประดับด้วยเพชร 158 เม็ด (1.185 กะรัต) ทางด้านหน้า ร่วมกับสายสเตนเลสสตีลแบบ 7 แถว เพื่อให้ได้มาซึ่งการผสมผสานในสไตล์ที่เก๋ไก๋และดูทันสมัยที่สุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์ 4 เวอร์ชั่นนี้

ในช่วงเวลาที่ได้สวมใส่เวอร์ชั่นพิเศษของสหรัฐฯ ฉันก็รู้สึกได้ถึงความหลงใหลในทันทีอย่างที่ไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน ซึ่งเหมาะสำหรับผู้หญิงที่รักนาฬิกาที่ดูซับซ้อนด้วยดีไซน์ที่หรูหราและตกแต่งด้วยเพชรอย่างเต็มที่ ซึ่งนาฬิกาเวอร์ชั่นนี้ก็ถึงกับทำให้มุมมองของฉันที่มีต่อนาฬิกา Frederique Constant เปลี่ยนไปได้เลยทีเดียว

ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงดำ และรองเท้าหนังไปทำงาน หรือเสื้อยืด กางเกงยีนส์ และรองเท้าบูทไปดื่มกาแฟกับเพื่อน ๆ เพียงแค่สวมใส่นาฬิการุ่นนี้ ก็รู้สึกได้ว่าการแต่งตัวของตัวเองดูเรียบหรูขึ้นมาในทันที และได้เรียนรู้ว่าไม่จำเป็นต้องมีลายดอกไม้ สีชมพู หรือผ้าลูกไม้ เพื่อให้รู้สึกถึงความเป็นผู้หญิง เพียงแค่มีเพชรเรียงรายอยู่บนข้อมือก็พอแล้ว

นอกจากการค้นพบความงดงามของการออกแบบนาฬิกาผู้หญิงที่มีความคลาสสิกแล้ว นาฬิการุ่นนี้ยังเป็นความสุขที่ได้สวมใส่จริง ๆ สำหรับแบรนด์ที่มีราคาคุ้มค่าอย่าง Frederique Constant โดยฉันมักจะพิจารณาความสะดวกสบายและคุณภาพจากการออกแบบของสายข้อมือเป็นสำคัญ และในเวอร์ชั่นพิเศษนี้ ตัวสายสเตนเลสสตีลที่ออกแบบมาเป็นอย่างดีทำให้สวมใส่ได้ง่ายและสบาย โดยที่ยังคงมีความหนักแน่นอยู่พอสมควร

เวอร์ชั่นสำหรับสหรัฐฯ นี้ เป็นเวอร์ชั่นที่ราคาแพงที่สุดในบรรดาทั้งหมด ซึ่งจะวางจำหน่ายทางออนไลน์โดยเข้าไปได้ที่เว็บไซต์ของ Frederique Constant และที่ร้าน Citizen Flagship Store ในเมืองนิวยอร์ก บนถนนฟิฟธ์ อเวนิว ตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 เป็นต้นไป

ข้อมูลทางเทคนิค: Classics Carrée Small Seconds Ref. FC-235S2CD6B U.S. Exclusive

  • กลไก: ควอตซ์ Cal.FC-235 อายุการใช้งานแบตเตอรี่ 25 เดือน
  • ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมง นาที ด้วยเข็มกลาง และแสดงวินาทีด้วยเข็มขนาดเล็ก
  • ตัวเรือน: สเตนเลสสตีลขัดเงา ขนาด 36 มม. หนา 25.2 มม. ประดับเพชร 158 เม็ด (1.185 กะรัต) ที่ฝั่งด้านหน้า
  • หน้าปัด: สีเงิน แต่งผิวด้าน
  • สาย: สเตนเลสแบบ 7 แถวขัดเงา ตัวล็อกแบบบานพับ

ข้อมูลทางเทคนิค: Classics Carrée Small Seconds

  • กลไก: ควอตซ์ Cal.FC-235 อายุการใช้งานแบตเตอรี่ 25 เดือน
  • ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมง นาที ด้วยเข็มกลาง และแสดงวินาทีด้วยเข็มขนาดเล็ก
  • ตัวเรือน: ขนาด 36 มม. หนา 25.2 มม. วัสดุสเตนเลสสตีลขัดเงา หรือสเตนเลสสตีลขัดเงา ประดับเพชร 158 เม็ด (1.185 กะรัต) ที่ฝั่งด้านหน้า
  • หน้าปัด: สีเงิน แต่งผิวด้าน
  • สาย: สเตนเลสแบบ 7 แถวขัดเงา ตัวล็อกแบบบานพับ หรือหนังวัวสีดำแต่งลายผิวจระเข้ ตัวล็อกแบบหัวเข็มขัด

“ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand – แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง”

ที่มา:by Cait Bazemore

Share post:

More like this

ตอกย้ำกระแสนาฬิกาพก? เมื่อสิงโตคำรามจากผ้าพันคอไหม ย้ายไปอยู่บนฝา Pocket Watch ด้วยงานต่อไม้ชิ้นเล็กระดับเศษมิลลิเมตรหน้าตาจะเป็นอย่างไร?

เบื้องหลังการรังสรรค์นาฬิกาพกเรือนพิเศษ Slim d’Hermès Pocket Roaaaaar! ประจำปี 2026 ที่ผสานความงามของฝาเปิดงานต่อลายไม้ 10 ชนิดเข้ากับหน้าปัดลงยา Grand Feu และกลไกอัตโนมัติบางพิเศษ H1950 ผลิตจำกัดเพียงสีละ 3 เรือนเท่านั้น

Blancpain Ladybird Colors Diamond Bloom (Ref. 3662) ใครบอกว่านาฬิกาผู้หญิงต้องเน้นแค่เพชร แล้วยอมลดสเปกเรื่องกลไก?

ส่องสถาปัตยกรรมเรือนเวลาสำหรับสุภาพสตรีล่าสุดจาก Blancpain กับรุ่น Ladybird Colors Diamond Bloom (Ref. 3662) ที่หลอมรวมงานฝังเพชรแบบเกล็ดหิมะ 919 เม็ด เข้ากับแผ่นหน้าปัดมุกแรร์เกรด 2% และกลไกอินเฮ้าส์อัจฉริยะที่สำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 4 วันเต็ม

เปลี่ยนอารมณ์หรือจงใจท้าทายกรอบเดิมๆ? พบกับความจัดจ้านครั้งใหม่ในร่าง MB&F Legacy Machine Perpetual Chromatic Editions

เมื่อ MB&F เลือกเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กลุ่มนักสะสมสายลึก ด้วยการตีกรอบจักรกล 581 ชิ้นส่วนของ LM Perpetual ให้อยู่ภายใต้ประกายอัญมณีทรงสี่เหลี่ยมที่คมกริบ ในจำนวนการผลิตที่จำกัดเพียงขั้วสีละ 8 เรือนทั่วโลก

Orient Star เปิดบูติกแห่งแรกในโลก ณ ชั้น 2 เกษรวิลเลจ พร้อมเปิดตัวนาฬิกาฉลอง 75 ปี รุ่นพิเศษเพื่อแฟนนาฬิกาชาวไทยโดยเฉพาะ 

เอ็กซ์คลูซีฟคอนเซ็ปต์บูติกที่ใช้การตกแต่งด้วยเทคนิคญี่ปุ่นผสานความร่วมสมัย และนาฬิกา Land of Smile ที่ได้แรงบันดาลใจจาก ‘ยิ้มสยาม’ ไม่น่าเชื่อว่า แบรนด์นาฬิกาสัญชาติญี่ปุ่นที่มีอายุกว่าเจ็ดทศวรรษอย่าง Orient...