Chopard Zagato Lab One Concept ความเร้าใจระดับไฮเปอร์คาร์บนเรือนเวลาที่เบาที่สุดในประวัติศาสตร์

Date:

เมื่อโครงสร้างแชสซีรถแข่งถูกย่อส่วนลงบนตัวเรือนไทเทเนียมที่เบาที่สุดของ Chopard

เมื่อความหลงใหลในโลกแห่งความเร็วของ Karl-Friedrich Scheufele แห่ง Chopard มาบรรจบกับวิสัยทัศน์ที่ล้ำสมัยของ Andrea Michele Zagato ผลลัพธ์ที่ได้คือการฉีกทุกกฎเกณฑ์เดิมๆ ของโลกนาฬิกาผ่านโปรเจกต์ Zagato Lab One Concept เรือนเวลาที่ถูกสร้างขึ้นด้วยจิตวิญญาณของ Concept Car อย่างแท้จริง โดยเน้นการผลักดันขีดจำกัดด้านวิศวกรรมไปสู่จุดสูงสุดใหม่ที่โลกต้องจับตา

หัวใจของดีไซน์ในรุ่นนี้คือโครงสร้างแบบ Tubular Architecture ที่ถอดแบบมาจากแชสซีของรถแข่งสมรรถนะสูง ซึ่งเน้นความแข็งแกร่งแต่ยังคงความโปร่งเบาอย่างน่าเหลือเชื่อ ตัวเรือนผลิตจากวัสดุแห่งอนาคตอย่างเซรามิกไทเทเนียม (Ceramicised Titanium) ผ่านกระบวนการออกซิเดชั่นแบบอิเล็กโทร-พลาสม่า จนได้พื้นผิวที่แข็งแกร่งถึง 1,000 Vickers เทียบเท่ากับเซรามิกแต่ยังคงความเบาหวิวของไทเทเนียมไว้ได้ ส่งผลให้นาฬิกาเรือนนี้มีน้ำหนักรวมสายเพียง 43.20 กรัมเท่านั้น ถือเป็นนาฬิกาไทเทเนียมที่เบาที่สุดเท่าที่ Chopard เคยรังสรรค์มาในประวัติศาสตร์ 30 ปีของโรงงานที่ Fleurier

พรมแดนระหว่างห้องโดยสารและหน้าปัดนาฬิกาถูกทำให้เลือนลางลงด้วยลูกเล่นการออกแบบที่ชาญฉลาด เม็ดมะยมของรุ่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากชุดเฟืองท้าย (Differential Gears) พร้อมสลักลายพวงมาลัยอันเป็นเอกลักษณ์ ขณะที่เข็มชั่วโมงและนาทีถูกเจาะโปร่งให้ความรู้สึกเหมือนก้านพวงมาลัยรถแข่งรุ่นคลาสสิก บนหน้าปัดมีการประดับลวดลายตัวอักษร Z ของ Zagato แบบนูนต่ำที่ดูสุขุมนุ่มลึกภายใต้กระจกแซฟไฟร์ทรงโดมแบบ Glass Box ที่เปิดเผยความงามของกลไกได้ครบทุกองศา

ภายในตัวเรือนคือเครื่องยนต์นาฬิการหัส L.U.C 04.04-L ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดจาก Calibre Engine One ในตำนาน โดยมีการติดตั้งระบบ Silent Blocks หรือวัสดุยืดหยุ่นพิเศษเพื่อช่วยดูดซับแรงกระแทกและลดการสั่นสะเทือนของกลไกเฉกเช่นเดียวกับระบบรองรับแรงกระแทกในรถยนต์ระดับซูเปอร์คาร์ ฟังก์ชันการบอกพลังงานสำรองถูกดีไซน์ให้เหมือนกับมาตรวัดน้ำมันเชื้อเพลิงตอกย้ำความเป็น Racing DNA ได้อย่างสมบูรณ์แบบ Chopard Zagato Lab One Concept จึงเป็นของสะสมระดับแรร์ไอเทมที่ผลิตขึ้นเพียง 19 เรือนทั่วโลก เพื่อเป็นการสดุดีแก่ปีที่ก่อตั้ง Zagato ในปี 1919 และเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จที่รวมเอาศิลปะการประกอบรถยนต์และศิลปะแห่งเวลาเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

ข้อมูลทางเทคนิค
  • ชื่อรุ่น: Chopard Zagato Lab One Concept (Reference 168636-3001)
  • ตัวเรือน: Ceramicised Titanium สี Anthracite (พ่นทราย) ขนาด 42 มิลลิเมตร หนา 11.15 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก: 43.20 กรัม (รวมสาย) / 36.5 กรัม (เฉพาะตัวเรือน)
  • หน้าปัด: แบบเปิดเผยกลไก (Skeletonised) พร้อมลวดลาย Z และโลโก้ Chopard x Zagato
  • ฟังก์ชัน: บอกเวลา (ชั่วโมง นาที วินาทีจิ๋วที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา) และระบบ Tourbillon 60 วินาที
  • กลไก: ไขลานด้วยมือ L.U.C 04.04-L สำรองพลังงาน 60 ชั่วโมง รับรองความเที่ยงตรงระดับ COSC การกันน้ำ 50 เมตร
  • สาย: ผ้าเทคนิคอล (Technical Fabric) พร้อมตัวล็อก Velcro หรือสายหนังวัวสีดำ
  • จำนวนผลิต: 19 เรือนทั่วโลก (Limited Edition)

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:
Slim d’Hermès Squelette Lune บทกวีแห่งความว่างเปล่าและแสงจันทร์บนเรือนเวลาสเกลเลตัน
Atelier Wen Millésime Perception 漩 (Xuán) นี่คือการยกระดับงานฝีมือจีนสู่มาตรฐานสูงสุดของโลกนาฬิกา
Louis Erard x Monica Bonvicini Not For You เมื่อศิลปะร่วมสมัยท้าทายขนบเรือนเวลา ที่มาพร้อมวลีสุดจี๊ด

Share post:

More like this

HYT Conical Tourbillon Midnight Blue เมื่อนวัตกรรมกลศาสตร์ของเหลวผสานความเลอค่าของทองคำ 5N ที่มีเพียง 8 เรือนทั่วโลก

HYT เผยโฉม Conical Tourbillon Midnight Blue นวัตกรรมไฮโดรเมคานิกส์ระดับไฮเอนด์ที่จับคู่ตัวเรือนทองคำ 5N เข้ากับไทเทเนียม DLC สีดำ ขับเน้นระบบของเหลวสีฟ้าและทูร์บิยองทรงกรวย ผลิตจำกัดเพียง 8 เรือนทั่วโลก

LOUIS MOINET MEMORIS DIAMONDS เผยโฉมนาฬิกาโครโนกราฟระดับไฮจิวเวลรี ลิมิเต็ดอิดิชันผลิตเพียงรุ่นละ 12 เรือนทั่วโลก

Louis Moinet เปิดตัว Memoris Diamonds เรือนเวลาโครโนกราฟไอคอนิกในตัวเรือน Red Gold 18K และ Titanium Grade 5 ที่โดดเด่นด้วยการเผยกลไกโครโนกราฟบนหน้าปัด ผสานการประดับเพชร VVS และไพลินสีน้ำเงินสุดประณีต

Franck Muller ถ่ายทอดความรักผ่าน 3 นาฬิกาสุดประณีต ต้อนรับเทศกาลวันแม่

สัมผัสความประณีตของ 3 เรือนเวลาไอคอนิกจาก Franck Muller ทั้ง Cintrée Curvex Gatsby, Crazy Hours x JISBAR และ Curvex CX Silhouette ที่สะท้อนคุณค่า ความตั้งใจ และความรักอันไร้กาลเวลาเนื่องในโอกาสวันแม่

หรูหรา คลาสสิก ยืดหยุ่นกว่าที่เคย กับ Baltic Aquascaphe MK2 เรือนเวลาดำน้ำสายวินเทจที่กลับมาพร้อมฟังก์ชั่นวันที่

Baltic เปิดตัว Aquascaphe MK2 รุ่นอัปเกรด เพิ่มฟังก์ชั่นวันที่ ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกาอย่างลงตัว มาพร้อมตัวเรือน 2 ขนาด (37 มม. และ 39.5 มม.) 4 เฉดสีหน้าปัด และสายที่เลือกแมตช์ได้หลากหลาย ตอบโจทย์นาฬิกาดำน้ำสไตล์วินเทจร่วมสมัยอย่างสมบูรณ์แบบ