เผยโฉม 3 เรือนเวลาทรงคุณค่า ต้อนรับเทศกาลวันแม่
เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลวันแม่ แฟรงค์ มุลเลอร์ (Franck Muller) แบรนด์ได้ส่งมอบตัวเลือกของขวัญอันทรงคุณค่าผ่าน 3 เรือนเวลาเอกลักษณ์ ที่ผสานงานหัตถศิลป์เชิงจักรกล นวัตกรรมล้ำสมัย และคุณค่าทางศิลปะอย่างลงตัว เพื่อถ่ายทอดความรักและความซาบซึ้งใจแด่คุณแม่คนสำคัญ
Cintrée Curvex Gatsby: เมื่อความคลาสสิกถูกตีความใหม่ผ่านรูปทรงตัวเรือน 3 มิติ
ความน่าสนใจของ Cintrée Curvex ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็นนาฬิกาทรงตอนโน (Tonneau) ทั่วไป แต่ Franck Muller ได้สร้างความต่างด้วยสถาปัตยกรรมตัวเรือนที่โค้งมนรับกับข้อมือแบบ 3 มิติ ทั้งแนวตั้ง แนวนอน และความลึก ตัวเรือนที่มีให้เลือกทั้ง Rose Gold 18K และ Stainless Steel ถูกออกแบบให้ทุกสัดส่วนโค้งรับกันอย่างสมบูรณ์แบบ แผ่นหน้าปัดผ่านการสลักลาย Guilloché ด้วยมืออย่างพิถีพิถัน ก่อนเคลือบด้วยแลกเกอร์ซ้อนกันหลายชั้นเพื่อให้เกิดมิติการเล่นแสงแบบ Sunburst ยามกระทบไฟ


เข็มนาฬิกาทำจากเหล็กชุบแข็งและดัดโค้งด้วยมือเพื่อให้รับกับหน้าปัดและกระจกแซฟไฟร์สั่งตัดพิเศษ เมื่อพลิกกลับมาด้านหลังผ่านฝาหลังกระจกแซฟไฟร์ จะพบกับกลไกขึ้นลานอัตโนมัติที่ตกแต่งแท่นเครื่องด้วยลาย Câtes de Genève ขอบสะพานจักรถูกลบมุมและปัดเงาด้วยมือ (Hand-chamfering) พร้อมสกรูเหล็กรมฟ้า ซึ่งเป็นเทคนิคการทำนาฬิกาชั้นสูงตามแบบฉบับสวิสอย่างแท้จริง
Crazy Hours x JISBAR: ความซับซ้อนของกลไกชั่วโมงกระโดด บนผืนผ้าใบป๊อปอาร์ต
หากพูดถึงกลไกที่สร้างชื่อและแสดงถึงความกวนของ Franck Muller มากที่สุด คงหนีไม่พ้น Crazy Hours ที่ท้าทายการอ่านเวลาแบบเดิมๆ ด้วยการวางตัวเลขชั่วโมงบนหน้าปัดสลับตำแหน่งกันอย่างไม่เป็นลำดับ ความจริงแล้วเบื้องหลังการเดินอันฉวัดเฉวียนนี้ คือกลไก Jumping Hour Module ที่ซับซ้อนและได้รับการจดสิทธิบัตร ตัวเข็มชั่วโมงจะไม่ค่อยๆ ขยับเหมือนนาฬิกาทั่วไป แต่จะ “กระโดด” ข้ามไปยังตัวเลขชั่วโมงที่ถูกต้องทันทีในเสี้ยววินาทีเมื่อเข็มนาทีหมุนครบหนึ่งรอบ 360 องศา ซึ่งต้องอาศัยการคำนวณแรงดันสปริงและการควบคุมแรงสะเทือนอย่างแม่นยำเพื่อไม่ให้กลไกเสียหาย


ในรุ่นพิเศษนี้ Franck Muller ได้นำกลไกระดับไอคอนิกมาผสานเข้ากับงานศิลปะร่วมสมัยของ JISBAR ศิลปิน Pop Art ชื่อดัง บนตัวเรือนขนาด 32 มิลลิเมตร หน้าปัดถูกใช้เป็นพื้นที่แสดงลายเส้นและโทนสีอันฉูดฉาดสไตล์ Street Art โดยผ่านเทคนิคการพิมพ์สีซ้อนชั้นอย่างละเอียดยิบ เพื่อไม่ให้ความหนาของชั้นสีไปกีดขวางการเคลื่อนที่ของเข็มนาฬิกาที่มีระยะห่างระดับไมครอน
Curvex CX Silhouette: ศิลปะแห่งความอสมมาตร และเทคนิคการฝังอัญมณีระดับสูง
ปิดท้ายด้วยงานดีไซน์ที่เล่นกับสัดส่วนได้อย่างแปลกตาอย่าง Curvex CX Silhouette ซึ่งนำโครงสร้างตัวเรือน Cintrée Curvex มาตีความใหม่ให้เป็นรูปทรงอสมมาตร (Asymmetric Case) ความยากของการทำตัวเรือนทรงอสมมาตรและลาดเอียงลักษณะนี้ คือการคำนวณบาลานซ์และสมดุลน้ำหนักของกลไกภายใน ไม่ให้อียงไปข้างใดข้างหนึ่งจนส่งผลต่อความแม่นยำ



นอกจากเรือนจะเป็นรูปทรงอสมมาตรอย่างมีศิลปะแล้ว ตัวเรือนและขอบยังถูกประดับด้วยเพชร Brilliant-Cut เกรดพรีเมียมถึง 313 เม็ด น้ำหนักรวม 2.04 กะรัต งานฝังเพชรบนพื้นผิวที่โค้งและอสมมาตรต้องใช้ช่างฝีมือระดับ Master Gem-setter ในการเจาะรังเพชรและฝังด้วยมือทีละเม็ดด้วยเทคนิค Pave Setting เพื่อให้หน้าเพชรเรียงตัวเรียบเนียน สะท้อนแสงได้รอบทิศทางโดยไม่มีขอบโลหะคมขึ้นมารบกวนสัมผัสบนเรือน
ข้อมูลทางเทคนิค
- Cintrée Curvex Gatsby
- ตัวเรือน: Rose Gold 18K / Stainless Steel ทรงตอนโนโค้ง 3 มิติ (Cintrée Curvex) ฝาหลังกระจก Sapphire
- หน้าปัด: ลาย Guilloché เคลือบแลกเกอร์แบบ Sunburst เข็มเหล็กชุบแข็งดัดโค้งด้วยมือ
- ฟังก์ชั่น: แสดงเวลาแบบชั่วโมงและนาที
- กลไก: ออโตเมติก (Automatic) ขัดแต่งลาย Côtes de Genève ลบมุมสะพานจักร และใช้สกรูเหล็กรมฟ้า
- สาย: สายหนังจระเข้ (Leather Strap)
- Crazy Hours x JISBAR
- ตัวเรือน: Stainless Steel ขนาด 32 มม.
- หน้าปัด: งานศิลปะ Pop Art ลาย JISBAR พิมพ์สีซ้อนชั้น ตัวเลขชั่วโมงเรียงสลับตำแหน่ง
- ฟังก์ชั่น: แสดงเวลาแบบ Crazy Hours (Jumping Hour) เข็มชั่วโมงกระโดดข้ามเลข
- กลไก: ออโตเมติก พร้อมโมดูล Jumping Hour สิทธิบัตรเฉพาะ Franck Muller
- สาย: สายหนังจระเข้ / สายสปอร์ต (Leather/Rubber Strap)
- Curvex CX Silhouette
- ตัวเรือน: อสมมาตร (Asymmetric Case) ประดับเพชร Brilliant-Cut 313 เม็ด (2.04 กะรัต) ด้วยเทคนิค Pave Setting
- หน้าปัด: ดีไซน์สอดรับกับตัวเรือนอสมมาตร
- ฟังก์ชั่น: แสดงเวลาแบบชั่วโมงและนาที
- กลไก: ออโตเมติก (Automatic)
- สาย: สายหนังจระเข้
อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
พาชม Vacheron Constantin Métiers d’Art Tribute to Great Civilisations ที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ผ่านหน้าปัดนาฬิกา
Minute Repeater Flying Bridges แกรนด์คอมพลิเคชันที่บอกเล่า 235 ปีแห่งงานช่างของ Girard-Perregaux
สำรวจเบื้องหลังหนึ่งในนาฬิกาไอคอนแห่งศตวรรษที่ 21 ผ่านมุมมองของผู้กำกับการสร้างสรรค์ผู้สานต่อจิตวิญญาณและนวัตกรรมของ Chanel Watchmaking

