BREGUET ฉลองครบรอบ 250 ปี ด้วยรุ่น CLASSIQUE SOUSCRIPTION 250TH ANNIVERSARY  

Date:

Brequet Classique Souscription เรือนเวลาล้ำเลิศเหนือระดับสำหรับการเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปี Breguet

WORDS: Sheng Lee

แปลและเรียบเรียง: Pisuthinee Buasup

หนึ่งในแบรนด์ของช่างนาฬิกาที่เก่าแก่และยอดเยี่ยมที่สุดอย่าง Breguet มาถึงวาระครบรอบ 250 ปีภายในปีนี้ นับเป็นหมุดหมายที่ไม่กี่แบรนด์สามารถอวดอ้างได้ สำคัญยิ่งไปกว่านั้น มันยังได้เปิดโอกาสให้แบรนด์ได้นำโมเดลประวัติศาสตร์ที่อยู่ในคลังมาร่วมเฉลิมฉลองในวาระนี้ แต่องก์เปิดของวาระครบรอบครั้งนี้มาในรูปแบบการเซอร์ไพรส์ ด้วย Breguet Classique Souscription โฉมใหม่ ซึ่งอาจจะไม่ใช่นาฬิกากลไกซับซ้อนสูงถึงขั้นลือลั่นสะเทือนวงการ แต่เป็นนาฬิกา time-only ที่มีเพียงฟังก์ชันบอกเวลาเท่านั้น อันที่จริงแล้วมันเรียบง่ายมาก เพราะมาพร้อมเข็มนาฬิกาเพียงเข็มเดียวเท่านั้น และความเรียบง่ายอย่างเที่ยงตรงนั่นเองที่เปิดโอกาสให้แก่นแท้แห่งปรัชญาในการผลิตนาฬิกาของ Breguet ได้ฉายแสง ผลลัพธ์คือนาฬิกาข้อมือยุคใหม่ที่น่าดึงดูดใจที่สุดเท่าที่เคยมีมาอย่างไร้ข้อกังขา ดีไซน์อ้างอิงจากนาฬิกาพกระบบ souscription ที่รังสรรค์ขึ้นเมื่อกว่าสองศตวรรษก่อน Classique Souscription ลดขนาดตัวเรือนจาก 60 มม. ลงมาสู่ขนาด 40 มม. อย่างรอบคอบ โดยยังคงไว้ซึ่งองค์ประกอบที่สำคัญสูงสุด อย่างหน้าปัดลงอีนาเมลด้วยเทคนิค grand feu ในขณะเดียวกันเข็มนาฬิกาเดี่ยวที่ทำหน้าที่บอกเวลาทั้งค่าชั่วโมงและนาที และโครงสร้างเชิงกลไกที่สะท้อนถึงรูปแบบที่ใช้ในนาฬิกาพกรุ่นดั้งเดิม แต่ยกระดับให้เหนือชั้นขึ้นด้วยผิวสัมผัสและงานแกะสลักสุดประณีต 

นาฬิการะบบ SOUSCRIPTION รุ่นดั้งเดิม

เป็นที่ทราบทั่วกันดีว่า Abraham-Louis Breguet เป็นอัจฉริยะตัวจริงแห่งวงการนาฬิกา เขาได้สร้างตำนานอันยิ่งใหญ่ที่รวมถึงการคิดค้นกลไกทูร์บิญอง การทดลองใช้การสั่นพ้องและ natural escapement และแน่นอนว่า ยังมีนาฬิกากลไกซับซ้อนสูงและดีไซน์งดงามอีกมากมาย อาทิ นาฬิกาปฏิทินถาวร (perpetual calendar) และนาฬิกากลไกตีบอกเวลาอัตโนมัติ (sonnerie)     

แต่ Breguet ยังเป็นนักธุรกิจที่รอบคอบและเฉลียวฉลาด ในฐานะช่างนาฬิกาอิสระ เขาพัฒนาระบบสมาชิก — โมเดลทางธุรกิจที่ใช้งานได้จริง ตั้งแต่นั้นมาระบบนี้ได้เป็นแรงบันดาลใจให้กับช่างนาฬิกาอิสระยุคใหม่หลายต่อหลายแบรนด์ด้วยกัน รวมถึง F.P. Journe นาฬิการะบบ souscription ยุคแรกๆ ที่เป็นรู้จักกัน คือ นาฬิการหัส No. 3424 ปี 1797 ของ Breguet ซึ่งเป็นโมเดลที่ถูกเลือกให้นำไปตีความใหม่ในวาระครบรอบอันสำคัญนี้ 

นาฬิการุ่นใหม่นี้มาพร้อมระบบบอกเวลาสไตล์มินิมัล ที่ใช้เพียงแค่เข็มบอกชั่วโมงเพียงเข็มเดียว เพื่อเป็นการเสริมความเที่ยงตรง เครื่องหมายแทนค่าเวลา 5 นาที ถูกจัดวางระหว่างแต่ละหลักชั่วโมง ในโลกที่แออัดไปด้วยนาฬิกา time-only ที่เอนเอียงไปทางการตกแต่งสุดอลังการ นาฬิการุ่นนี้โดดเด่นโดยไม่ต้องพยายามเลยแม้แต่น้อย ด้วยลูกเล่นอันแสนเรียบง่ายแต่ฉลาดเหลือเชื่อ 

Cr: Breguet

สิ่งที่ทำให้นาฬิการุ่นนี้แตกต่างอยู่ที่กระบวนการผลิตหน้าปัด พื้นผิวอีนาเมลสีขาว เครื่องหมายบอกเวลาสุดประณีต และข้อความที่สลักลงบนตัวเรือนอย่างแนบเนียน เมื่อผสานเข้าด้วยกันแล้วแสดงถึงนาฬิกาที่เปี่ยมรสนิยมตามแบบแผนของการผลิตนาฬิกาแบบดั้งเดิม รังสรรค์ขึ้นด้วนเทคนิการลงอีนาเมลแบบ grand feu หน้าปัดสะท้อนถึงนาฬิกาพกวินเทจรุ่นดั้งเดิมเพื่อเป็นการน้อมรำลึก และสืบสานความงามสง่าของนาฬิการุ่นก่อนหน้าด้วยความมั่นใจอย่างเงียบเชียบ

ตัวเลขหลักชั่วโมงสไตล์คลาสสิกตามแบบฉบับ Breguet และรางนาทีถ่ายทอดด้วยการลงอีนาเมลสีดำ องค์ประกอบเหล่านี้ต้องอาศัยการเผาขั้นที่สอง ซึ่งต้องทำด้วยอุณหภูมิที่ต่ำกว่าอยู่ที่ประมาณ 600 องศาเซลเซียส หลังจากฐานอีนาเมลสีขาวเสร็จสมบูรณ์ ตามมาด้วยกระบวนการลงอีนาเมลที่รู้จักกันในนามว่า petite feu อันงดงามวิจิตรกว่าการพิมพ์ด้วยหมึกสีดำ ซึ่งไม่ต้องทำการเผาซ้ำอีกขั้นตอนแต่อย่างใด   

แต่นี่ไม่ใช่เพียงแค่การทดลองเทคนิคการตกแต่ง หรือเป็นวิธีการคิดคำนวณราคานาฬิกาบนแผ่นกระดาษแต่อย่างใด เพราะเมื่อทุกสิ่งถูกสร้างขึ้นอย่างดีอย่างที่เป็นอยู่ เอฟเฟ็กซ์ที่ได้นั้นช่างน่าตื่นตะลึง อีนาเมลสีดำแลดูชุ่มฉ่ำและเงางาม ด้วยหลักชั่วโมงล่องลอยอย่างแผ่วเบาอยู่เหนือหน้าปัดโทนสีลุ่มลึก รังสรรค์ภาพอันมีชีวิตชีวาปรากฎสู่สายตา   

เพื่อเป็นการดำรงไว้ซึ่งธรรมเนียมของ Breguet นาฬิกาแต่ละเรือนล้วนถูกกำหนดหมายเลขเฉพาะตัว และหน้าปัดยังเผยลายเซ็นต์ของแบรนด์อย่างลับๆ เพื่อแสดงออกถึงมาตรการต่อต้านสินค้าลอกเลียนแบบอันเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์แห่ง Breguet มานับหลายศตวรรษ รายละเอียดเหล่านี้ถูกนำเสนอให้เห็นบนนาฬิการุ่นนี้ เฉกเช่นเดียวกับที่ปรากฎบนนาฬิกา Breguet ยุคใหม่ แต่คราวนี้มีบางสิ่งที่แตกต่างไปจากเดิม  

โดยปกติแล้วนาฬิกา Breguet ร่วมสมัย แม้กระทั่งรุ่นที่มีหน้าปัดลงอีนาเมล ลายเซ็นต์ลับจะถูกสลักด้วยเลเซอร์ ในกรณีนี้กลับเลือกใช้วิธีโบราณ โดยใช้การสลักด้วยแพนโทกราฟหัวเพชรแบบควบคุมด้วยมือ นี่จึงไม่ใช่แค่การแสดงความเคารพต่อมรดกเชิงประวัติศาสตร์ แต่ยังเป็นการหวนคืนสู่ขนบดั้งเดิมอันเปี่ยมไปด้วยความหมาย 

น่าทึ่งไปกว่านั้นนี่ยังเป็นต้นกำเนิดของแพนโทกราฟอีดด้วย อ้างอิงจาก Emmanuel Breguet ผู้จัดการมรดกและทายาทเจเนอเรชันที่เจ็ดของ Abraham-Louis Breguet เครื่องมือชนิดนี้ได้รับตกทอดมาจาก George Daniels ช่างนาฬิกาชื่อดังผู้ล่วงลับ ผู้ซึ่งนิยมชมชอบใน Breguet มาโดยตลอด ด้วยแรงดึงดูดอันเกินต้านทานจากปรัชญาของ Breguet และเทคนิคที่เขาใช้ในผลงานของเขาเอง การเชื่อมโยงนี้จึงเป็นการเติมเต็มชิ้นงานครบรอบอย่างเหมาะสมและเปี่ยมด้วยความงดงามในเชิงกวี 

สไตล์ของนาฬิกาพก

ในขณะที่ด้านหน้าของนาฬิกาดูสุภาพและเรียบง่าย ด้านหลังบอกเล่าเรื่องราวที่แตกต่างไปโดยสิ้นเชิง กลไก VS00 ถูกออกแบบด้วยการจัดวางแบบเปิดโล่ง เผยให้เห็นกระปุกลานและระบบเฟืองเกียร์ทั้งหมด นำเสนอมุมมองอันน่าพึงพอใจให้กับผู้ครอบครอง นี่ไม่ใช่เพียงแค่การตีความที่ทันสมัยขึ้นเพื่อหวังผลลัพธ์ในเชิงภาพเท่านั้น โครงสร้างของมันยังได้แรงบันดาลใจโดยตรงจากกลไกนาฬิกาพกรุ่นดั้งเดิม ดีไซน์วินเทจในแบบดังกล่าวนำเสนอการจัดวางองค์ประกอบแบบสมมาตรอันชาญฉลาด มาพร้อมกระปุกลานใจกลางตัวเรือน และบาลานซ์วีลและวงล้อวินาทีขนาบทั้งสองข้างเกิดรูปทรงที่แลดูคล้ายสมอเรือ 

กลไกชนิดนี้และกลไกชนิดที่พบในคอลเลกชัน Tradition เผยโฉมครั้งแรกในปี 2005 คอลเลกชัน Tradition นั้นเป็นไลน์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดของ Breguet อย่างไม่ต้องสงสัยทั้งในแง่ของดีไซน์และแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์ ความแตกต่างอยู่ที่การนำเสนอ ในคอลเลกชัน Tradition กลไกถูกเผยโฉมด้านหน้าของนาฬิกา ส่วนใน Classique Souscription กลับถูกเผยให้เห็นจากด้านหลัง นอกเหนือจากความขัดแย้งที่แสดงให้เห็น ทั้งสองรุ่นมีรูปแบบและการจัดวางชิ้นส่วนกลไกที่คล้ายคลึงกัน 

ความแตกต่างอีกอย่างระหว่างกลไกของ Tradition และกลไกของ Souscription คือ พลังงานสำรอง รุ่นก่อนหน้าสามารถสำรองพลังงานได้ 50 ชั่วโมง รุ่นหลังถูกเพิ่มเป็น 96 ชั่วโมงอย่างมีนัยสำคัญ นั่นเท่ากับสามารถสำรองพลังงานได้ถึง 4 วันเลยทีเดียว 

ถึงแม้ว่า กลไก Souscription จะแตกต่างในเชิงการตกแต่งผิว ด้วยชิ้นส่วนกลไกที่ถูกสลักเสลาอย่างประณีตทั้งบนเมนเพลตและล้อแรทเช็ต โดยเฉพาะข้อความจากผู้ก่อตั้งสลักอยู่ใจกลางล้อแรทเช็ต ที่แสดงถึงรายละเอียดที่ผ่านการคิดมาอย่างพิถีพิถัน ซึ่งช่วยเสริมความประณีตละเอียดลออให้กับนาฬิการุ่นนี้ ว่ากันว่า รายละเอียดดังกล่าวอาจจะทำให้รู้สึกพิเศษยิ่งกว่าหากการสลักทำขึ้นด้วยมือ สอดคล้องกับแสดงงานช่างผีมือบริเวณฐานหลักของนาฬิกา 

Cr: Breguet

นอกจากนี้นาฬิการุ่นนี้ยังแตกต่างด้วยโทนสีที่เฉพาะตัวอย่างยิ่ง แทนที่จะเป็นสีทองโทนอบอุ่นเปล่งปลั่งอย่างที่เห็นในคอลเลกชัน Tradition และกลไกแต่งผิวเคลือบทองรุ่นอื่นๆ Souscription หันไปใช้ทองโทนสีอ่อนลง เปล่งประกายนุ่มนวลขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงความฉูดฉาดของทองเหลืองและความอบอุ่นจัดของพิงค์โกลด์ การตกแต่งเช่นนี้สอดคล้องกับโทนสีตัวเรือนที่ทำจากอัลลอยชนิดใหม่ที่พัฒนาขึ้นโดย Breguet ซึ่งเป็นที่รู้จักภายใต้ชื่อ Breguet Gold 

โดยรวมแล้ว การตกแต่งถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถัน ด้วยชิ้นส่วนแต่ละชิ้นที่สะท้อนถึงความประณีตขั้นสูงสุด นับตั้งแต่การตกแต่งสกรูไปจนถึงรูปทรงของกงล้อต่างๆ จึงอาจกล่าวได้ว่า มันไม่ใช่นาฬิกาที่นิยามตัวตนได้จากการตกแต่งสุดอลังการ หรือเหลี่ยมมุมลาดเอียงอย่างพิสดาร และนั่นตอบโจทย์ตรงประเด็นเลยว่า Souscription ไม่ต้องการเครื่องประดับที่มากเกินความจำเป็นเพื่อเรียกร้องความสนใจ การตกแต่งผิวได้ช่วยส่งเสริมรูปทรงเรขาคณิตอันแสนเรียบง่ายของชิ้นส่วนกลไก และปลุกกระแสนาฬิกาแฮนด์เมดในอดีตกาล และมันเป็นเรื่องดีที่ Breguet ยืนหยัดในวิถีของตัวเอง ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาคุณภาพไว้ในระดับสูง

โลหะชนิดใหม่ในโทนสีละมุนขึ้น

Breguet Gold คือส่วนประกอบของเยลโลว์โกลด์ 18K อัลลอยที่มีส่วนผสมของแพลเลเดียมในวัสดุคอมโพสิต (เยลโลว์โกลด์ 75 เปอร์เซ็นต์ และอีก 25 เปอร์เซ็นต์เป็นส่วนผสมของทองแดง เงิน และแพลเลเดียม) นี่ไม่ใช่เรื่องปกติ ในเมื่อแพลเลเดียมมักจะถูกผสมลงในไวท์โกลด์เพื่อมอบโทนสีเหลือบเงินที่ดูเย็นตา ไอเดียเดียวกันนี้ถูกใช้ใน Audemars Piguet ในวัสดุ ‘Sand Gold’ ซึ่งนำเสนอรูปลักษณ์ที่ซีดจางและดูร่วมสมัยกว่า 

สำหรับ Souscription ผลลัพธ์ยังคงไม่ผิดเพี้ยนไปจากเยลโลว์โกลด์ แต่ให้ลุคที่ดูสงบเสงี่ยมและบริสุทธิ์ยิ่งกว่า ด้วยความอิ่มของสีในอัตราที่ต่ำกว่านำมาซึ่งกลิ่นอายของความทันสมัย แต่มันยังคงความคลาสสิกฝังลึกอยู่ในจิตวิญญาณ แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงให้ความรู้สึกสบาย ๆ ในบริบทร่วมสมัย ต้องขอบคุณ nuance สีขาวอ่อนของอัลลอยชนิดนี้ ที่ผสานความดั้งเดิมเข้ากับวิวัฒนาการที่ซ่อนเร้นอยู่ สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของ Breguet ในการเข้าถึงคนรุ่นใหม่โดยไม่ประนีประนอมในเรื่องมรดกที่สืบทอดกันมา

แนวทางนี้แสดงให้เห็นชัดเจนในการสื่อสารผ่านสื่อของแบรนด์ที่เผยให้เห็นผู้คนหลากหลายสวมใส่นาฬิกา ตั้งแต่ชายหนุ่มไปจนถึงหญิงสาว มันเป็นกลยุทธ์ที่คิดมาอย่างดีว่าจะเผยแพร่เสน่ห์ของแบรนด์ ในขณะเดียวกันก็ยังจริงใจต่อตำนานที่สร้างแบรนด์ขึ้นมา 

ในด้านสัดส่วนของตัวเรือน นาฬิการุ่นนี้มาในขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 มม. ตัวเรือนสูง 10.8 มม. มันดูเรียบง่ายในภาพรวม อย่างไรก็ตามมันอาจจะใหญ่เกินไปสัก 2 หรือ 3 มม. สำหรับคนที่คาดหวังว่า มันจะเป็นนาฬิกาข้อมือสไตล์คลาสสิก แต่ถึงอย่างไรสัดส่วนนี้ก็ใช้งานได้ดีทีเดียว ตัวเรือนรังสรรค์ขึ้นมาอย่างดี และยังมาพร้อมเซอร์ไพรส์ตรงที่ขอบเซาะร่องอันเป็นเอกลักษณ์รอบด้านข้างของตัวเรือน ตราสัญลักษณ์ของแบรนด์ยังคงปรากฎให้เห็น โดยถูกจัดวางไว้บนพื้นหน้าปัดขัดแต่งผิวซาตินในแนวขวางที่ให้ผิวสัมผัสเรียบหรูและไม่เรียกร้องความสนใจจนเกินไป และยังช่วยพรางสายตาให้ดูเหมือนว่า ตัวเรือนดูบางลง  

ความใส่ใจในรายละเอียดเฉกเช่นเดียวกันต่อเนื่องไปจนถึงฝาหลัง แทนที่จะปล่อยว่างไว้เฉยๆ Breguet ได้ตกแต่งด้วยลาย guilloché ที่เพิ่งถูกพัฒนาขึ้นใหม่ชื่อว่า Quai de l’Horloge ตั้งชื่อตามที่อยู่ของแบรนด์ในปารีสอันทรงคุณค่าในเชิงประวัติศาสตร์ ลวดลายใหม่นี้ชวนให้นึกถึงสายน้ำไหล ด้วยเส้นสายที่ถักทอต่อเนื่องกันในจังหวะที่ลื่นไหลและชวนให้เข้าสู่ภวังค์สมาธิ และเป็นไปตามคาดที่ Breguet เลือกใช้เทคนิคการตกแต่งที่รังสรรค์ขึ้นด้วยมือโดยเครื่องมือยุคดั้งเดิม   

Classique Souscription จัดเป็นนาฬิกาอันงดงามของ Breguet และยังเป็นทุกสิ่งทุกอย่างที่โลกของนาฬิกา time-only ต้องการ บางสิ่งที่โฟกัสที่ดีไซน์และหลักการที่ผ่านกระบวนการคิดมาอย่างถี่ถ้วน มากกว่าจะทำเพียงแค่ประโคมการตกแต่งลงไปเพื่อให้ตามกระแสได้ทัน    

ด้วยรูปแบบการนำเสนอที่บริสุทธิ์และทรงเสน่ห์ ทำให้มันเป็นนาฬิกาที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการได้รับเลือกเป็นรุ่นเบิกโรงในการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 250 ปีของแบรนด์ นาฬิการุ่นนี้ดูสงบเสงี่ยมในหลายทาง และความสงบเสงี่ยมนี่แหละที่ทำให้ยิ่งน่าดึงดูดใจขึ้นไปอีก

ข้อมูลทางเทคนิค

รหัส: 2025BH/28/9W6

กลไก: ไขลานด้วยมือ คาลิเบอร์ VS00 สำรองพลังงานได้ 96 ชั่วโมง

ฟังก์ชัน: บอกชั่วโมงเท่านั้น 

ตัวเรือน: 40 มม. × 10.8 มม. วัสดุ 18K Breguet Gold

ระดับการกันน้ำ: 30 เมตร

หน้าปัด: ตกแต่งด้วยเทคนิคอีนาเมล grand feu สีขาว เครื่องหมายตกแต่งด้วยเทคนิคอีนาเมลแบบ petit feu 

สาย: หนังจระเข้สีน้ำเงินมาพร้อมบัคเคิลทำจาก Breguet Gold 

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:

Tradition Chronographe Indépendant 7077: ศิลปะแห่งความสมดุลและนวัตกรรมกลไกสุดล้ำ

Must-Have: รวม 5 นาฬิกาหน้าปัดแผนที่ ผสานงานศิลป์และกลไก World Time ที่จะปลุกจิตวิญญาณนักเดินทางในตัวคุณ

จากกลไกแรร์ไอเทมสู่สปอตไลต์วงการนาฬิกา Tourbillon

Share post:

More like this

Franck Muller ถ่ายทอดความรักผ่าน 3 นาฬิกาสุดประณีต ต้อนรับเทศกาลวันแม่

สัมผัสความประณีตของ 3 เรือนเวลาไอคอนิกจาก Franck Muller ทั้ง Cintrée Curvex Gatsby, Crazy Hours x JISBAR และ Curvex CX Silhouette ที่สะท้อนคุณค่า ความตั้งใจ และความรักอันไร้กาลเวลาเนื่องในโอกาสวันแม่

หรูหรา คลาสสิก ยืดหยุ่นกว่าที่เคย กับ Baltic Aquascaphe MK2 เรือนเวลาดำน้ำสายวินเทจที่กลับมาพร้อมฟังก์ชั่นวันที่

Baltic เปิดตัว Aquascaphe MK2 รุ่นอัปเกรด เพิ่มฟังก์ชั่นวันที่ ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกาอย่างลงตัว มาพร้อมตัวเรือน 2 ขนาด (37 มม. และ 39.5 มม.) 4 เฉดสีหน้าปัด และสายที่เลือกแมตช์ได้หลากหลาย ตอบโจทย์นาฬิกาดำน้ำสไตล์วินเทจร่วมสมัยอย่างสมบูรณ์แบบ

ฉลอง 145 ปีแห่งตำนาน สัมผัสความสง่างามของสีม่วงเอโดะ ผ่าน 3 เรือนเวลารุ่นพิเศษจาก Seiko

ฉลองครบรอบ 145 ปีการก่อตั้งแบรนด์ด้วยคอลเลกชันพิเศษ "Edo Purple" นำเฉดสีม่วงเอโดะอันเป็นตำนานแห่งกรุงโตเกียวมารังสรรค์บน 3 เรือนเวลารุ่นยอดนิยม Prospex Alpinist, Presage Cocktail Time GMT และ 5 Sports SKX

คืนชีวิตให้กลไกในตำนาน กับ Singer Reimagined Heritage V72 เรือนเวลาที่หลอมรวมศิลปะการบูรณะและความคลาสสิกระดับไอคอน

Singer Reimagined เผยเรือนเวลารุ่นใหม่ Heritage V72 ชุบชีวิตกลไกโครโนกราฟไขคานในตำนานอย่าง Valjoux 72 แบบ NOS สู่ตัวเรือนขนาด 38.8 มม. ที่ผสานงานตกแต่งสุดประณีตเข้ากับจิตวิญญาณแห่งโลกมอเตอร์สปอร์ตคลาสสิก