BLAST [SPARKLING RAINBOW] เมื่อ Ulysse Nardin เนรมิตแสงรุ้งบนข้อมือ

Date:

สัมผัสความงดงามระดับ Haute Joaillerie จาก Ulysse Nardin Blast [Sparkling Rainbow] ลิมิเต็ดเอดิชั่นเพียง 8 เรือนทั่วโลก ที่ผสานแซฟไฟร์หลากสี 211 เม็ดเข้ากับนวัตกรรมกลไกสุดล้ำได้อย่างไร้ที่ติ

ปรากฏการณ์ใหม่ที่โลกต้องจารึก

ถ้าจะย้อนเวลาหาจุดเริ่มต้น ต้องบอกว่า Ulysse Nardin ไม่เคยหยุดนิ่ง เกือบสองศตวรรษที่ผ่านมา แบรนด์นาฬิกาสวิสอิสระแห่งนี้ พลิกโฉมวงการนาฬิกากลไกมาโดยตลอด พวกเขาไม่เคยหยุดขับเคลื่อน ไม่หยุดสร้างสรรค์ และหาหนทางใหม่ๆ ที่น่าตื่นตาตื่นใจ เพื่อเปลี่ยน “เวลา” ให้กลายเป็นวัตถุชิ้นเล็กๆ ที่ตราตรึงใจ บอกเลยว่าเป้าหมายของพวกเขาชัดเจนมาก จะทำให้เห็นว่าไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ ถ้าเรากล้าที่จะลองทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

BLAST [SPARKLING RAINBOW]

และ Blast คือผลงานที่ตอกย้ำปรัชญาของแบรนด์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ มันคือการหลอมรวมดีไซน์สุดล้ำเข้ากับวิศวกรรมที่เฉียบคมจนน่าทึ่ง ตอกย้ำชื่อเสียงของ Ulysse Nardin ในฐานะผู้สร้างสรรค์สิ่งที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเลียนแบบได้ Blast คืออีกหนึ่งผลงานนาฬิกาสุดแหวกแนวที่ผสมผสานนวัตกรรมการผลิตนาฬิกาหลายร้อยปีเข้ากับการออกแบบเชิงทดลองได้อย่างลงตัว โครงสร้างของมันชวนให้นึกถึงเครื่องบินรบ Stealth และกลไก Skeleton สุดขีด ที่ผสานฟังก์ชันการทำงานขั้นสูงเข้ากับสุนทรียภาพที่ท้าทายทุกสายตา

ระเบิดความปัง Blast Collection จุดกระแสใหม่ในปี 2020

ตั้งแต่ Blast Collection ระเบิดความดังเมื่อปี 2020 มันก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของ Ulysse Nardin ในเรื่องของแนวคิดที่แปลกใหม่ แหวกทุกกรอบ และสร้างความเปลี่ยนแปลงไม่รู้จบในการออกแบบนาฬิกากลไกและการสร้างสรรค์กลไกสุดล้ำ

ด้วยความมุ่งมั่นในการบุกเบิกสิ่งใหม่ๆ ของ Ulysse Nardin กลไกภายในของ Blast จึงถูกสร้างขึ้นโดยใช้หลักการผลิตนาฬิกาขั้นสูงจากเทคโนโลยีซิลิคอน ซึ่ง Ulysse Nardin เป็นผู้ริเริ่มนำมาใช้ในอุตสาหกรรมนี้ตั้งแต่ปี 2001 กับนาฬิการุ่น Freak ที่สร้างปรากฏการณ์ไปทั่วโลก

Blast โฉมใหม่มาพร้อมความสมมาตรที่ดึงดูดสายตา Micro-rotor แบบเปลือยโชว์กลไกอยู่ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา Tourbillon สุดอลังการที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา และกลไกการขึ้นลานและการตั้งค่าอยู่ที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา ด้วยการผสานดีไซน์ของกลไกเข้ากับการออกแบบตัวเรือนได้อย่างลงตัว ทำให้ Blast ถ่ายทอดความลึกลับและความน่าตื่นตาตื่นใจที่เป็นเอกลักษณ์ของ Ulysse Nardin ได้อย่างสมบูรณ์แบบ มันคือนวัตกรรมที่ผู้สร้าง Freak ผู้แหวกทุกขนบเท่านั้นที่กล้าจะจินตนาการและรังสรรค์ขึ้นมาได้

และตอนนี้ Ulysse Nardin ก็กลับมาอีกครั้ง ด้วยรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นสุดพิเศษเพียง 8 เรือน ที่ประดับประดาด้วยแซฟไฟร์สีรุ้งแบบ “ไร้รอยต่อ” หรือที่เรียกว่า Invisible Setting เรียกได้ว่า Blast [Sparkling Rainbow] คือการออกแบบสุดห้าวหาญที่ดึงเอาความเชี่ยวชาญด้านการผลิตนาฬิกาภายในองค์กร รวมถึงความสัมพันธ์อันดีกับช่างฝีมือชั้นครู (Métiers d’Art) และงานหัตถศิลป์หายากมารวมไว้ในเรือนเดียว

BLAST [SPARKLING RAINBOW]

BLAST [ SPARKLING RAINBOW ] รุ้งระยิบระยับบนข้อมือคุณ

นาฬิกาโฉมใหม่ที่เปล่งประกายด้วยแสงสีรุ้งจากแซฟไฟร์ที่ฝังแบบไร้รอยต่อ Blast [Sparkling Rainbow] นับว่าเป็นลิมิเต็ดเอดิชั่นเพียง 8 เรือน ที่นำรูปทรงอันโดดเด่นมายกระดับให้เหนือชั้นไปอีกขั้น ด้วยแซฟไฟร์หลากสีสันที่ระยิบระยับ สร้างสรรค์ให้นาฬิกาเรือนนี้เป็นหนึ่งในผลงานที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดเท่าที่เคยมีมาจากโรงงาน Le Locle ของ Ulysse Nardin

ตัวเรือนใหม่ที่ประดับด้วยแซฟไฟร์หลากสีถึง 211 เม็ด ฝังแบบไร้รอยต่อทั้งบนตัวเรือน ขอบหน้าปัด (Bezel) เม็ดมะยม หน้าปัด และบัคเคิล รวมน้ำหนักทั้งสิ้น 13.33 กะรัต อัญมณีเหล่านี้พลิกโฉมเรือนเวลา ให้กลายเป็นมากกว่าแค่การออกแบบสุดล้ำและงานวิศวกรรมชั้นเลิศ แต่มันยังเป็นผลงานชิ้นเอกด้านเครื่องประดับชั้นสูงอีกด้วย

นาฬิกาเรือนพิเศษนี้มาในตัวเรือนไวท์โกลด์ขนาด 45 มม. ของ Blast พร้อมสายยางสีขาวแบบ Integrated และขับเคลื่อนด้วยกลไก Skeleton ผลิตเองของ Ulysse Nardin รุ่น UN-172 เป็นกลไก Flying Tourbillon แบบไขลานอัตโนมัติ พร้อม Micro-rotor ทำจากแพลทินัม (มองเห็นได้ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา) รวมถึง Escapement และ Hairspring ที่ทำจากซิลิคอน และสำรองพลังงานได้นานถึง 72 ชั่วโมง

Métiers d’Art มนตร์แห่งการฝังอัญมณีแบบ Mystery Setting

เพื่อรักษามาตรฐานความเป็นเลิศที่ Ulysse Nardin ยึดมั่นมาโดยตลอด แซฟไฟร์ที่นำมาใช้ จึงถูกคัดเลือกมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้มั่นใจว่าอัญมณีแต่ละเม็ดจะผสานรวมกันได้อย่างลงตัว ไร้รอยต่อ สร้างสรรค์เอฟเฟกต์สีรุ้งไล่เฉดที่สวยงามน่าทึ่งหมุนวน 360 องศา รอบตัวเรือน ขอบหน้าปัด เม็ดมะยม และหน้าปัด

BLAST [SPARKLING RAINBOW]

ผลลัพธ์ที่ได้นั้นยอดเยี่ยมมาก จนการไล่ระดับสีรุ้งแทบจะแยกไม่ออก สิ่งที่ดูเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติแท้จริงแล้วมาจากการค้นหาอัญมณีที่เหมาะสมอย่างละเอียดอ่อนและมีความเข้มงวดสูง

ตลอดทั้งเรือน อัญมณีดูเหมือนจะถูกจัดวางแบบสุ่ม ซึ่งทำได้โดยใช้การเจียระไนถึง 85 แบบที่แตกต่างกันและเป็นเอกลักษณ์

ยิ่งไปกว่านั้น อัญมณีแต่ละเม็ดถูกฝังด้วยมือแบบไร้รอยต่อลงบนนาฬิกา โดยใช้เทคนิคงานฝีมือหายากที่เรียกว่า “Mystery Setting” ซึ่งต้องใช้การเจียระไนพิเศษเพื่อสร้างความประทับใจราวกับว่าแซฟไฟร์กำลังลอยอยู่! อัญมณีจะถูกยึดไว้จากด้านล่างด้วยโครงสร้างที่ซ่อนอยู่ ทำให้มองไม่เห็นไวท์โกลด์จากด้านบน ในขณะเดียวกัน การฝังแบบนี้ยังช่วยให้แสงส่องผ่านอัญมณีได้มากขึ้น ทำให้นาฬิกาเปล่งประกายระยิบระยับด้วยความงดงามที่ชวนให้หลงใหล

เทคนิคเบื้องหลังการตกแต่งอันน่าทึ่งนี้ต้องใช้ความแม่นยำอย่างยิ่ง และมีเพียงช่างฝีมือผู้มีพรสวรรค์สูงและประสบการณ์มากไม่กี่คนเท่านั้นที่เชี่ยวชาญ แม้กระบวนการจะละเอียดอ่อนมาก แต่การตกแต่งนาฬิกาแต่ละเรือนก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสี่สัปดาห์

Blast [Sparkling Rainbow] จึงเป็นอีกหนึ่งข้อพิสูจน์ถึงความเชี่ยวชาญอันลึกซึ้งและความหลงใหลในงานหัตถศิลป์ดั้งเดิมของ Ulysse Nardin และเช่นเดียวกับนาฬิกาหลายรุ่นที่ผ่านมา มันยังคงสานต่อเรื่องราวการผลิตนาฬิกาของบริษัท ศิลปะการผลิตนาฬิกาชั้นสูง (Haute Horlogerie) ที่มาพร้อมกลิ่นอายร่วมสมัย

ข้อมูลทางเทคนิค

ลิมิเต็ดเอดิชั่น: 8 เรือน
ตัวเรือน: ทองคำขาว 45 มม. หนา 13.35 มม. กันน้ำ 50 ม. ประดับแซฟไฟร์หลากสีรวม 149 เม็ด (ตัวเรือน 77 / ขอบหน้าปัด 64 / เม็ดมะยม 8) รวม 9.94 กะรัต ฝังแบบ Mystery Setting
หน้าปัด: Skeleton (เปลือยโชว์กลไก) ประดับแซฟไฟร์หลากสี 48 เม็ด รวม 2.46 กะรัต ฝังแบบ Mystery Setting
ฟังก์ชัน: ชั่วโมง / นาที / Flying Tourbillon (ที่ 6 นาฬิกา)
กลไก: Caliber UN-172 Manufacture Skeleton Movement (ผลิตเอง) ไขลานอัตโนมัติ Micro-rotor แพลทินัม (มองเห็นได้ที่ 12 นาฬิกา) ชิ้นส่วนซิลิคอน (Escapement wheel / Anchor / Balance Spring) สำรองพลังงาน 72 ชั่วโมง ความถี่ 18,000 vph
สาย: ยางสีขาวแบบ Integrated พร้อมตัวล็อคบานพับทองคำขาว ประดับแซฟไฟร์หลากสี 14 เม็ด รวม 0.93 กะรัต
อัญมณีรวม: แซฟไฟร์สีรุ้ง 211 เม็ด รวม 13.33 กะรัต (ทั้งหมดฝังแบบ Mystery Setting)

BLAST [SPARKLING RAINBOW]

อย่าลืมติดตามการอัปเดตได้ที่ช่องทางอย่างเป็นทางการของเรา Revolution Thailand เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว และได้สัมผัสกับงานฝีมืออันเป็นเลิศก่อนใคร

ภาพ | Ulysse Nardin

Share post:

More like this

หรูหรา คลาสสิก ยืดหยุ่นกว่าที่เคย กับ Baltic Aquascaphe MK2 เรือนเวลาดำน้ำสายวินเทจที่กลับมาพร้อมฟังก์ชั่นวันที่

Baltic เปิดตัว Aquascaphe MK2 รุ่นอัปเกรด เพิ่มฟังก์ชั่นวันที่ ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกาอย่างลงตัว มาพร้อมตัวเรือน 2 ขนาด (37 มม. และ 39.5 มม.) 4 เฉดสีหน้าปัด และสายที่เลือกแมตช์ได้หลากหลาย ตอบโจทย์นาฬิกาดำน้ำสไตล์วินเทจร่วมสมัยอย่างสมบูรณ์แบบ

ฉลอง 145 ปีแห่งตำนาน สัมผัสความสง่างามของสีม่วงเอโดะ ผ่าน 3 เรือนเวลารุ่นพิเศษจาก Seiko

ฉลองครบรอบ 145 ปีการก่อตั้งแบรนด์ด้วยคอลเลกชันพิเศษ "Edo Purple" นำเฉดสีม่วงเอโดะอันเป็นตำนานแห่งกรุงโตเกียวมารังสรรค์บน 3 เรือนเวลารุ่นยอดนิยม Prospex Alpinist, Presage Cocktail Time GMT และ 5 Sports SKX

คืนชีวิตให้กลไกในตำนาน กับ Singer Reimagined Heritage V72 เรือนเวลาที่หลอมรวมศิลปะการบูรณะและความคลาสสิกระดับไอคอน

Singer Reimagined เผยเรือนเวลารุ่นใหม่ Heritage V72 ชุบชีวิตกลไกโครโนกราฟไขคานในตำนานอย่าง Valjoux 72 แบบ NOS สู่ตัวเรือนขนาด 38.8 มม. ที่ผสานงานตกแต่งสุดประณีตเข้ากับจิตวิญญาณแห่งโลกมอเตอร์สปอร์ตคลาสสิก

สัมผัสความสดชื่นแห่งฤดูร้อน ผ่านประกายแสงตกกระทบบน 3 เรือนเวลาใหม่จาก Seiko Presage Cocktail Time

ต้อนรับฤดูร้อนด้วย 3 เรือนเวลาใหม่ล่าสุดจาก Seiko Presage Cocktail Time ‘Spring & Summer’ ที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากสีสันยามต้องแสงไฟสปอร์ตไลต์ของค็อกเทล สู่หน้าปัด Crushed Ice อันสะกดสายตาบนข้อมือ