ย้อนกลับไปในห้วงเวลาที่มนุษย์ค้นพบสีม่วง… สีที่เคยเป็นของสูงส่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสีม่วงเข้มหรือสีม่วงไทเรียน (Tyrian Purple) เป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจ ความมั่งคั่ง และความลึกลับของชนชั้นกษัตริย์และชนชั้นสูงเท่านั้น เพราะเม็ดสีม่วงนั้นหายากแสนยาก ต้องสกัดจากหอยทากทะเลกว่าหมื่นตัว
มาถึงวันนี้ Blancpain ได้นำเอามนต์เสน่ห์อันน่าหลงใหลของ “สีม่วงรอยัล” นี้ มาบรรจุลงในคอลเลกชัน Ladybird Colors อย่างวิจิตรบรรจง ทำให้สีม่วงที่เคยเป็นของสูงส่งกลับมาผงาดอีกครั้งในโลกแห่งเรือนเวลา

เสน่ห์สีม่วงแห่งราชัน เมื่อ Ladybird โอบรับความสง่างามเหนือกาลเวลา
แต่เดิม Ladybird Colors ก็มีพาเล็ตต์สีสันสดใสที่ชวนใจละลายอยู่แล้ว ทั้ง สีชมพูราสเบอร์รี่ ม่วงไลแลค น้ำเงินเที่ยงคืน ฟ้าคอรัล เขียวแอปเปิล เขียวพีค็อก เขียวฟอเรสต์ เทอร์ควอยซ์ เหลืองเลมอนซอร์เบต์ และ ขาวบริสุทธิ์
แต่การมาของคอลเลกชันแคปซูล Ladybird Colors Royal Purple นี้ ถือเป็นการผสานศาสตร์แห่งการประดิษฐ์นาฬิกาเข้ากับศิลปะเครื่องประดับได้อย่างไร้ที่ติ ดุจการจับเอาแสงแดดยามเช้าอันอบอุ่นมาบรรจุไว้บนข้อมือ
เพราะ สีม่วง ในวันนี้ไม่ได้เป็นแค่สี แต่เป็นเทรนด์! มันสะกดทุกสายตาด้วยความซับซ้อนที่ลงตัว มีมิติที่น่าค้นหา และที่สำคัญคือ เข้ากันได้อย่างไร้ที่ติกับความนุ่มนวลเหลือบมุกของ “Nacre Perlée” หรือเปลือกหอยมุกอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่สะท้อนแสงระยิบระยับยามต้องแสง ราวกับมีชีวิตบนหน้าปัดเรือนเวลา
ตำนานแห่งเรือนเวลาสตรีที่สืบทอดเกือบศตวรรษ
Blancpain มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและน่าสนใจในโลกของนาฬิกาสำหรับสุภาพสตรี ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้ผลิต แต่ยังเป็นผู้บุกเบิกและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ลองนึกภาพย้อนไปในปี 1933 เบ็ตตี้ ฟีชเตอร์ ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำของเมซงแห่งนี้ และยังคงกุมบังเหียนยาวนานไปจนถึงปี 1967 เธอไม่เพียงเป็นผู้หญิงคนแรกที่เป็นเจ้าของและบริหารแบรนด์นาฬิกาสวิส แต่ภายใต้การนำของเธอนี่แหละที่ Blancpain ได้ปฏิวัติวงการนาฬิกาในยุค 1930s ด้วยการสานต่อการพัฒนานาฬิกา “Rolls” ซึ่งเป็นนาฬิกาข้อมืออัตโนมัติเรือนแรกสำหรับผู้หญิง
การถือกำเนิดของ Ladybird ในปี 1956 ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ มันไม่ใช่แค่เพียงนาฬิกา แต่คือความกล้าหาญที่สวนกระแสในยุคที่นาฬิกาผู้หญิงมักจะถูกซ่อนเร้นไว้ในเครื่องประดับอันวิจิตรซับซ้อน Ladybird ได้รับการออกแบบให้รวมเอาเครื่องกลไกแบบกลมที่เล็กที่สุดในยุคนั้น (กลไก R-52 ขนาดเพียง 11.85 มม.) ไว้ในตัวเรือนที่เรียบง่ายที่สุด โดยย้ายเม็ดมะยมไปอยู่ด้านหลัง ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่โดดเด่นและไม่เหมือนใคร
Ladybird ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา ดังเช่นในปี 1995 ที่มีการนำเสนอ Calibre 615 กลไกอัตโนมัติบางเฉียบ ซึ่งยังคงเป็นหัวใจสำคัญของ Ladybird Ultraplate ในปัจจุบัน ความเชี่ยวชาญในการผสมผสานระหว่างการย่อส่วน
การออกแบบ และประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมนี้เองที่หล่อหลอมรวมกันเป็น DNA ของคอลเลกชัน Ladybird Colors ทุกวันนี้ ทำให้ทุกเรือนเวลาจากคอลเลกชันนี้เป็นดั่งเครื่องบ่งบอกถึงมรดกอันล้ำค่าและความเป็นเลิศที่ Blancpain มอบให้กับสุภาพสตรีมาเกือบหนึ่งศตวรรษ

หน้าปัดเปลือกหอยมุก Nacre Perlée ความงามอันวิจิตรจากธรรมชาติ
หน้าปัด Nacre Perlée ที่เปล่งประกายและมีมิติ คือหัวใจสำคัญของ Ladybird Colors รุ่นใหม่นี้ ความพิเศษของเปลือกหอยมุกชนิดนี้คือคุณภาพที่เหนือกว่า เพราะมันถูกค้นพบในปริมาณที่จำกัดมาก และต้องผ่านการสกัดอย่างประณีตจากหอยเลี้ยงพิเศษ ซึ่งแต่ละตัวสามารถให้เปลือกหอยมุกเพื่อทำหน้าปัดได้เพียงหนึ่งถึงสองชิ้นเท่านั้น
การแกะสลักหน้าปัดต้องทำจากส่วนที่โค้งที่สุดของเปลือกหอย ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ได้ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของ Nacre Perlée ที่สามารถใช้งานได้ไม่เกิน 28 มม. และคิดเป็นสัดส่วนเพียง น้อยกว่า 2% ของเปลือกหอยมุกทั้งหมดที่ใช้งานได้ ส่วนที่เหลือมักจะถูกนำไปใช้ในวัตถุประสงค์ที่คัดเลือกน้อยกว่า
Nacre Perlée โดดเด่นด้วยพื้นผิวที่มีลายเส้นละเอียดอ่อน ซึ่งก่อตัวขึ้นตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป ด้วยคอลเลกชันแคปซูล Ladybird Colors รุ่นใหม่นี้ Blancpain ตอกย้ำถึงความสามารถอันเป็นเลิศในการผสานรวมวัสดุชั้นเลิศ งานฝีมืออันประณีต แรงบันดาลใจจากเครื่องประดับ และความเป็นเลิศด้านการผลิตนาฬิกาเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

ความประณีตที่ส่องประกายในทุกอณู เมื่ออัญมณีและกลไกหลอมรวมเป็นหนึ่ง
Ladybird สีม่วงรอยัลไม่ได้เพียงแค่สวยงามจับตาจากภายนอก แต่ยังซ่อนความประณีตไว้ในทุกรายละเอียด ตั้งแต่ตัวเรือนที่เปล่งประกายไปจนถึงกลไกภายในอันซับซ้อน ตัวเรือนทองคำแดงหรือทองคำขาว 18 กะรัตถูกประดับประดาด้วยเพชรกว่า 2 กะรัตที่จัดวางอย่างวิจิตรบรรจงทั่วทั้งหน้าปัด ขอบตัวเรือน เม็ดมะยม ขาตัวเรือน และแม้กระทั่งหัวเข็มขัด ทำให้ Ladybird Colors เปรียบเสมือนผลงานศิลปะเครื่องประดับชั้นสูงที่สวมใส่ได้จริง

ด้วยขนาดตัวเรือน 34.9 มม. ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างเชี่ยวชาญ เรือนเวลานี้จึงมอบสมดุลอันน่าทึ่งระหว่างความหรูหราสง่างามและความสะดวกสบายในการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นโอกาสพิเศษหรือวันสบายๆ Ladybird ก็พร้อมเป็นเพื่อนคู่กายของคุณ
ขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติ Calibre 1163L อันทรงพลัง ซึ่งสามารถสำรองพลังงานได้ยาวนานกว่าสี่วันเต็ม ไม่เพียงเท่านั้น ยังโดดเด่นด้วยฟังก์ชันข้างขึ้นข้างแรม (moon phase) ที่เพิ่มเสน่ห์ชวนฝัน และเข็มวินาทีขนาดเล็กที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ทางเทคนิคอันเป็นที่จดจำของไลน์การผลิตนี้
บนหน้าปัดอันวิจิตรบรรจง คุณจะพบกับเลขโรมัน 12 ตัวสีม่วงรอยัลที่ถูกทำมุมลาดเอียงเล็กน้อย วางลงบนหน้าปัดเปลือกหอยมุกโดยตรงอย่างประณีต รายล้อมด้วยวงกลมเพชร 70 เม็ดสองวงที่เชื่อมโยงกันอย่างลงตัว สร้างมิติและประกายระยิบระยับยามต้องแสง และตามแบบฉบับของ Blancpain เข็มนาฬิกาทรงใบเสจแบบโปร่งก็ถูกนำมาใช้เพื่อบ่งบอกชั่วโมงและนาทีได้อย่างสง่างาม
ปิดท้ายด้วยสายหนังจระเข้สีม่วงอันน่าหลงใหล ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเทรนด์ล่าสุดจากโรงฟอกหนังชั้นนำ สะท้อนถึงงานฝีมืออันประณีตที่ไม่อาจมองข้าม คุณจะสังเกตเห็นถึงการไล่ระดับสีที่ละเอียดอ่อน สีม่วงรอยัลอ่อนๆ บนเกล็ดหนังตัดกับสีที่เข้มข้นยิ่งขึ้นในระหว่างเกล็ด
เมื่อผสานรวมกัน คุณสมบัติเหล่านี้สร้างสรรค์ผลลัพธ์ทางสายตาที่เต็มไปด้วยพลังและสมดุลอย่างเหนือชั้น ไร้ที่ติในทุกมุมมอง ทำให้ Ladybird สีม่วงรอยัลเป็นมากกว่านาฬิกา แต่คือเครื่องประดับที่สะท้อนรสนิยมและความเป็นคุณได้อย่างแท้จริง





ข้อมูลทางเทคนิค
Ladybird Colors Royal Purple
- หน้าปัด: รังสรรค์จาก Nacre Perlée เปลือกหอยมุกหายากที่สุดในวงการนาฬิกา พร้อมเข็มทรงใบเสจอันเป็นเอกลักษณ์ และดัชนีเลขโรมันสีม่วงรอยัลแบบทูโทน
- กลไก: ขับเคลื่อนด้วย Calibre 1163L ของ Blancpain เอง มีฟังก์ชันชั่วโมง นาที วินาทีเล็ก และข้างขึ้นข้างแรม เป็นระบบไขลานอัตโนมัติ สำรองพลังงานได้ยาวนาน 4 วันเต็ม ขนาด 26.20 มม. หนา 4.58 มม. ความถี่ 3 Hz (21,600 ครั้ง/ชั่วโมง) ประกอบด้วยทับทิม 30 เม็ด และ 243 ชิ้นส่วน
- ตัวเรือน: ผลิตจากทองคำ 18 กะรัต (ไวท์โกลด์หรือเร้ดโกลด์) มาพร้อมกระจกหน้าปัดและฝาหลังแซฟไฟร์ กันน้ำลึก 3 ATM (30 เมตร) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 34.90 มม. หนา 10.43 มม. และระยะห่างระหว่างขาตัวเรือน 18.00 มม.
- สาย: เป็นหนังจระเข้สีม่วงรอยัลสุดหรูหรา เลือกได้ทั้งหัวเข็มขัดแบบเข็มหรือแบบบานพับ
“ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง”
ภาพ | ที่มา: Blancpain

