Bernhard Lederer ผู้ต่อยอดความฝันของ George Daniels ผ่านเรือนเวลา CIC


ช่างนาฬิกาผู้หลงใหลในเสียงของกลไก
ก่อนที่จะทำความรู้จักแบรนด์ เราขอพาไปทำความรู้จัก Bernhard Lederer ช่างนาฬิกาผู้ก่อตั้งแบรนด์นาฬิกาภายใต้ชื่อของเขาเอง Bernhard Lederer เกิดใกล้เมืองสตุตการ์ต ประเทศเยอรมนี เขามีความหลงใหลในกลไกนาฬิกามาตั้งแต่วัยเยาว์ ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาของช่างนาฬิการะดับมาสเตอร์หลายคน แต่แพสชั่นในเรื่องเครื่องบอกเวลาของเขานั้นออกจะมีจุดเริ่มต้นที่แตกต่างออกไปพอสมควร เพราะเขาเริ่มจากความคลั่งไคล้ในเสียง “ติ๊กต็อก” ที่สื่อถึงการเคลื่อนไหวของเข็มวินาที และเสียงการเคลื่อนไหวของกลไกภายในนาฬิกาพกของคุณปู่ จากการเฝ้าศึกษาผ่านการเงี่ยหูฟังเสียงการเดินของกลไก นำไปสู่ความใฝ่รู้อย่างจริงจัง ถึงขั้นเข้าไปฝึกงานใน Wuppertal Clock and Watch Museum โมเมนต์สำคัญเกิดขึ้นเมื่อเขาอายุได้ 17 ปี และได้ค้นพบชิ้นส่วนกลไกที่เปลี่ยนชีวิตเขาไปอย่างสิ้นเชิง นั่นก็คือ ‘escapement’ ชิ้นส่วนที่เขาสนใจศึกษาจนกระทั่งเชี่ยวชาญ
ความสนใจในเชิงกลไกที่ดำดิ่งลึกซึ้งยิ่งขึ้นต่อยอดไปยังการฝึกงานอย่างเข้มข้นกับช่างนาฬิการะดับปรมาจารย์ Pforzheim จนกระทั่งเขาได้ชื่อว่า เป็นช่างนาฬิการะดับมาสเตอร์ ชื่อชั้นของ Bernhard Lederer ถูกยกระดับไปอีกขั้นเมื่อเขาได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก Académie Horlogère des Créateurs Indépendants ศูนย์รวมช่างนาฬิกาอิสระฝีมือล้ำเลิศอย่าง George Daniels เป็นต้น

หนึ่งในผลงานที่แสดงถึงความเชี่ยวชาญขั้นสูงในการผลิตเครื่องบอกเวลาของ Lederer คือนาฬิกาตั้งโต๊ะที่มาพร้อม gravity escapement ขับเคลื่อนฟังก์ชันปฏิทินถาวรที่ต้องปรับตั้งค่าใหม่เพียงหนึ่งครั้งภายใน 3,200 ปี และฟังก์ชันมูนเฟสที่ต้องอาศัยการปรับตั้งใหม่เพียงหนึ่งครั้งภายใน 800 ปี


จนกระทั่งปี 2000 ช่างนาฬิกามากฝีมือผู้นี้จึงได้ย้ายมาลงหลักปักฐานอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ และได้ก่อตั้ง BLU Source du Temps SA โรงงานผลิตนาฬิกาจักรกลชั้นสูงขึ้นในเมืองเนอชาแตล นับแต่นั้นมา Lederer ได้สร้างสรรค์ผลงานเรือนเวลาอันน่าทึ่งมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Gagarin Tourbillon นาฬิกากลไกทูร์บิญองที่รังสรรค์มาเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีแห่งการออกเดินทางท่องอวกาศ หรือนาฬิกาดำน้ำที่มีแรงต้านทานสนามแม่เหล็กที่มีความเข้มข้นในระดับ 100,000 เกาส์ แต่สิ่งประดิษฐ์ที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของ Lederer ย่อมหนีไม่พ้นนาฬิการุ่น Central Impulse Chronometer (CIC) นาฬิกาข้อมือรุ่นแรกที่มี double impulse escapement และกลไก constant force สองชุด ซึ่งได้รับรางวัล Innovation Prize จากเวที Grand Prix d’Horlogerie de Geneve
CIC มรดกแห่งความเที่ยงตรง

กลไกขับเคลื่อนนาฬิการุ่น CIC (Central Impulse Chronometer) เป็นความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของ Lederer ที่มุ่งมั่นพัฒนาชิ้นส่วนกลไกอันแสนสำคัญอย่าง escapement เพื่อให้การถ่ายทอดพลังงานเพื่อขับเคลื่อนชิ้นเฟืองต่างๆ เป็นไปอย่างเสถียรเพื่อความเที่ยงตรงสูงสุด ซึ่ง Bernhard Lederer ได้พัฒนาการทำงานของชิ้นส่วนนี้ด้วยความเคารพในมรดกเชิงกลไกที่ส่งต่อจากช่างนาฬิการะดับตำนานอย่าง Abraham-Louis Breguet และ George Daniels ผู้คิดค้น natural escapement และ double-wheel escapement
อันที่จริงแล้วเอสเคปเมนต์แบบล้อคู่ทำงานอิสระ (double-wheel escapement) นั้นเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ต่อยอดมาจากแนวคิดของ George Daniels ในช่วงกลางทศวรรษ 1970 โดยอาศัยหลักการของ natural escapement ของ Breguet ที่แรงกระตุ้นจะถูกส่งตรงไปยังแกนบาลานซ์โดยเอสเคปวีลแต่ละตัว โดยไม่ต้องพึ่งพาการหล่อลื่นใดๆ อย่างไรก็ตามด้วยข้อจำกัดทางเทคโนโลยีในยุคนั้น ทำให้แนวคิดไม่ได้นำมาประยุกต์ใช้ในนาฬิกาข้อมือ ซึ่ง Bernhard Lederer มีความมุ่งมั่นที่จะนำพาเอสเคปเมนต์ชนิดนี้มาบรรจุไว้ในนาฬิกาข้อมือ ด้วยความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่า เอสเคปเมนต์ชนิดนี้สามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพกว่า Co-axial escapement หรือเอสเคปเมนต์แบบแกนร่วม
โดยเขาได้เดินตามขนบของ George Daniels ผ่านการติดตั้งเอสเคปวีลสองชุดไว้ท้ายรางเฟือง แต่ละชุดมีบาร์เรลกักเก็บพลังงานของตัวเอง และโครงสร้างดังกล่าวยังถูกออกแบบให้ช่วยเสริมแรงกระตุ้นไปยังออสซิลเลเตอร์อีกด้วย เอสเคปวีลแต่ละชุดจะมี remontoir เป็นของตัวเองเช่นกัน โดยกลไกนี้จะทำการหมุนย้อนสปริงขนาดเล็กภายในทุกๆ 10 วินาที เพื่อควบคุมอัตราการจ่ายพลังงานไปยัง escapement ให้คงที่สูงสุด
การทำงานของ remontoir ฟังดูเป็นเรื่องยากในการทำความเข้าใจ แต่เราได้เข้าใจอย่างง่ายดายก็เมื่อได้พบกับ Master of Escapement ภายในงานที่จัดขึ้นอย่างสุดเอ็กซ์คลูซีฟภายในบูติกของ SHH Pendulum ในครั้งนั้น Lederer อธิบายให้ฟังอย่างเรียบง่ายว่า
“การทำงานของ remontoir ก็เหมือนกับคนคอยเฝ้าประตูเวลาเข้าพบบุคคลสำคัญ โดยคนนี้จะคอยจับเวลาว่า คุณมีเวลาเข้าพบแค่ 10 วินาทีเท่านั้น rementoir ก็ทำงานแบบเดียวกัน”
Bernhard Lederer
คำอธิบายของเขาทำให้เราคลายข้อสงสัย และเข้าใจในความเที่ยงตรงที่ remontoir สามารถมอบให้ในการจ่ายพลังงานได้อย่างเสถียรสูงสุด
ผลงานของ Lederer ไม่เพียงแต่น่าทึ่งในเชิงประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังล้ำเลิศในเชิงสุนทรียะ นั่นเป็นสาเหตุที่นาฬิกาของ Lederer มักจะอวดโฉมกลไกให้ชื่นชมอย่างเต็มตาผ่านฝาหลังกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ ที่เมื่อพลิกดูด้านหลังทีไรกลไกที่จัดวางอย่างมีระเบียบ และตกแต่งด้วยหลากหลายเทคนิคทำให้สามารถเฝ้ามองได้อย่างเพลิดเพลินดังที่ได้เห็นในนาฬิกาตระกูล CIC ของ Lederer ที่เรากำลังจะกล่าวถึงในย่อหน้าถัดไป
สมาชิกตระกูล CIC


จัดว่า เป็นโมเดลต้นแบบของตระกูล CIC สำหรับ CIC 44 Triple Certified Observatory Chronometer ผู้คว้ารางวัลชนะเลิศในสาขา Chronometry Prize จากเวที Grand Prix d’Horlogerie de Geneve ในปี 2024 ทั้งยังผ่านการรับรองด้าน Observatory Chronometer จากสามสถาบันด้วยกัน รวมถึงผ่านมาตรฐานการรับรอง COSC ที่ต้องผ่านบททดสอบความเที่ยงตรงในสภาวะสุดขั้ว ซึ่งความเที่ยงตรงของนาฬิการุ่นนี้นั้นเรียกได้ว่า น่าทึ่งอย่างยิ่ง เพราะมีค่าความคลาดเคลื่อนอยู่ที่เพียง +0.5 วินาทีต่อวัน ใน 5 ตำแหน่ง ความเที่ยงตรงสูงสุดนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยกลไก CIC ที่มาพร้อม rementoir สองชุด บาร์เรลสองชุดติดตั้งไว้อย่างเป็นอิสระจากกัน รางเฟืองสองชุด และ escapement สองชุด และเอกลักษณ์อีกหนึ่งอย่างที่ไม่เหมือนใครคงเป็นเครื่องหมายเข็มทิศกุหลาบที่สลักไว้ด้านหลังกลไกเพื่อแสดงความเชื่อมโยงต่อประวัติศาสตร์การเดินเรือ
นาฬิกาที่แสดงความเคารพสูงสุดต่อจิตวิญญาณนักเดินเรือนี้มาในตัวเรือนสเตนเลสสตีล 904L ขัดเงา ขนาด 44 มม. ที่ทนต่อการกัดกร่อนได้ดี หน้าปัดเงินเหลือบประกายที่ช่วยขับเครื่องหมายแสดงค่าต่างๆ ให้โดดเด่นเป็นชิ้นส่วนที่ผลิตขึ้นในโรงงานของแบรนด์เอง และผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 8 เรือนเท่านั้น
ข้อมูลทางเทคนิค
CIC 44 Triple Certified Observatory Chronometer
รหัส: CIC 9012.10.710
- กลไก:ไขลานด้วยมือ พร้อมเอสเคปวีลสองชุด ติดตั้งพร้อม central impulse (CIC) สำรองพลังงานได้ 38 ชั่วโมง
- ความถี่: 21,600 ครั้งต่อชั่วโมง/ 3 เฮิรตซ์
- ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล 904Lขัดเงา ขนาด 44 มม. กันน้ำได้ 30 เมตร
- หน้าปัด: เงินบริสุทธิ์ผลิตอินเฮ้าส์
- ฝาหลัง: กระจกคริสตัลแซฟไฟร์เคลือบสารกันสะท้อน
- จำนวน: จำกัด 8 เรือน
ผลงานชิ้นเด่นล่าสุดในตระกูล CIC ย่อมเป็นรุ่น CIC 39 mm ที่ต่อยอดจากรุ่นเคยคว้ารางวัล Innovation Prize จากเวที Grand Prix d’Horlogerie de Geneve มาครองได้สำเร็จ และล่าสุดยังเข้ารอบ Semi-final ของเวที Louis Vuitton Watch Prize อีกด้วย โดย CIC 39 เป็นการปรับขนาดตัวเรือนให้เล็กลงจากเดิมที่เคยมีขนาด 44 มม. กลายเป็นขนาด 39 มม. เพื่อตอบรับความนิยมในนาฬิกาสไตล์คลาสสิกที่มีขนาดเล็กรับกับข้อมือ ไม่เพียงแต่ปรับขนาดตัวเรือนเท่านั้น เพราะกลไก CIC อันเลื่องชื่อยังถูกปรับขนาดให้มีความบางลงควบคู่กันไปด้วย โดยความหนาของกลไกลดลงถึง 18 % แต่ถึงขนาดจะลดลง แต่ประสิทธิภาพกลับยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น ด้วยการปรับให้มีความเสถียรคงที่ในการส่งพลังงานผ่าน constant-force remontoirs ที่ถูกติดตั้งเพิ่มเติมเข้ามา



รูปลักษณ์อันสง่างามและเนี้ยบในทุกกระเบียดนิ้วของ CIC 39 mm ไม่เพียงแต่แสดงออกผ่านหน้าปัดเท่านั้น แต่เมื่อพลิกดูกลไกด้านหลังจะเห็นได้ว่า ความงดงามของชิ้นส่วนกลไกแต่ละชิ้นคือเสน่ห์ที่แท้จริงของนาฬิการุ่นนี้ ไม่ว่าจะเป็น สะพานจักรฉลุลายเปิดโปร่ง ซี่เฟืองเอกสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์ และโครงสร้างสามมิติ ทุกชิ้นส่วนล้วนผลิตขึ้นในโรงงานของแบรนด์เอง การขัดแต่งผิวของกลไกก็เป็นสิ่งที่ช่วยเสริมความประณีตให้กับชิ้นส่วนต่างๆ แต่ละชิ้นส่วนผ่านการขัดแต่งด้วยมือในหลากหลายเทคนิค ทั้งการขัดมุมด้วยมืออย่างละเอียด การขัดพื้นผิวแบบหยาบ การแกะสลัก การขัดซาตินและการขัดเงา ผสมผสานเข้าด้วยกันอย่างกลมกล่อม
ข้อมูลทางเทคนิค
CIC 39 mm
- กลไก: ไขลานด้วยมือ พร้อม dual impulse escapement สำรองพลังงานได้ 38 ชั่วโมง
- ความถี่: 21,600 ครั้งต่อชั่วโมง/ 3 เฮิรตซ์
- ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมง นาทีและวินาทีบนหน้าปัดย่อย
- ตัวเรือน: สตีลไวท์โกลด์, ไวท์โกลด์,โรสโกลด์
- หน้าปัด:ขัดแซนด์บลาสต์
- ฝาหลัง: กระจกคริสตัลแซฟไฟร์เคลือบสารกันสะท้อน



นอกจาก CIC 39 โมเดลชูโรงที่ถูกปรับโฉมใหม่ให้มีขนาดกะทัดรัดขึ้น โมเดลอื่นๆ ที่ขับเคลื่อนด้วยกลไก CIC ต่างก็มีความเฉพาะตัวไม่แพ้กัน CIC 39 mm Longitude เป็นอีกหนึ่งโมเดลที่ต้องหยิบยกมาเอ่ยถึง Lederer รังสรรค์นาฬิการุ่นนี้ขึ้นด้วยความเคารพในจิตวิญญาณของนักเดินเรือดั้งเดิม ที่ฝากชีวิตไว้กับเครื่องบอกเวลาที่สามารถเชื่อถือได้ว่าจะพาพวกเขาไปถึงที่หมายตามกำหนดการที่วางไว้ได้โดยสวัสดิภาพ ในส่วนของรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว CIC 39 mm Longitude แลดูเรียบเนี้ยบคล้ายกับ CIC 39 ค่อนข้างมาก ในขณะเดียวกันก็ยังบรรจุไว้ซึ่งความล้ำเลิศในเชิงกลไกของ CIC 44 Triple Certified Observatory Chronometer อันเป็นต้นแบบไว้อย่างเต็มเปี่ยม
ด้วยรูปโฉมที่ดูคล้ายนาฬิกาโครโนมิเตอร์แบบดั้งเดิม แต่ยังคงคาแร็กเตอร์เฉพาะตัวไว้อย่างเด่นชัด สิ่งที่สังเกตเห็นได้ชัดเจนแต่แวบแรกย่อมเป็นการแสดงค่าวินาทีบนหน้าปัดย่อย ณ ตำแหน่งระหว่าง 6 และ 9 นาฬิกา ซึ่งเป็นรูปแบบของหน้าปัดนาฬิกาบนหอสังเกตการณ์ในอดีต และยังเชื่อมโยงได้กับ CIC 44 Triple Certified Observatory Chronometer ด้วยเช่นกัน ชิ้นส่วนต่างๆ กว่า 95% ก็ยังผลิตในโรงงานของแบรนด์เอง และแน่นอนว่า หัวใจของ CIC 39 mm Longitude ขับเคลื่อนด้วยกลไกอินเฮ้าส์ที่เสริมความเที่ยงตรงด้วย detent escapement สองชุด พร้อม remontoirs d’égalité สองชุดมาคอยควบคุมความเสถียรในการจ่ายพลังงาน แม้อยู่ในสภาวะสุดขั้ว
CIC 39 mm Longitude มาในตัวเลือกหน้าปัดสองสีด้วยกัน แต่ละสีล้วนสื่อถึงท้องทะเลอันสงบแต่ทรงพลัง โดยเฉพาะหน้าปัดสีขาวที่สื่อถึงท้องทะเลสงบงามในยามท้องฟ้าปลอดโปร่ง ส่วนสีน้ำเงินโคบอลต์ชวนให้นึกถึงสีสันของท้องทะเลกลางแดดจ้าที่มอบความมั่นใจในการออกเดินทางให้กับเหล่านักเดินเรือ นาฬิกาแฮนด์เมดทั้งเรือนรุ่นนี้ยังผสมผสานการขัดแต่งผิวหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น การขัดซาติน เทคนิค anglage ขัดเงา พื้นผิวเหลือบมุก และการแกะสลักผิวแบบลึก
ข้อมูลทางเทคนิค
CIC 39 mm Longitude
- รหัส: CIC 9016.60.710, CIC 9016.60.210
- กลไก: สิทธิบัตรเฉพาะของ Lederer พร้อม detent escapement 2 ชุด และ remontoir 2 ชุด
- ตัวเรือน: ไวท์โกลด์ขนาด 39 มม. กันน้ำได้ 30 เมตร
- หน้าปัด: ผลิตอินเฮ้าสสีขาว และผลิตอินเฮ้าส์สีน้ำเงินโคบอลต์
- ฝาหลัง: กระจกคริสตัลแซฟไฟร์ทรงโดมเคลือบสารกันสะท้อน
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:
วิถีแห่งเวลา: Baume & Mercier นาฬิกาที่คนจริงจังกับงานฝีมือต้องฟัง
ทำความรู้จัก De Bethune ผ่านเฉดสีน้ำเงินที่บ่งบอกตัวตนของแบรนด์นาฬิกาอิสระจากเมือง L’Auberson
Jean-Pierre Hagmann จิตวิญญาณแห่งช่างทำเรือนนาฬิกาผู้ไร้เทียมทาน

