Arnold & Son Globetrotter 42 Steel เมื่อตำนานโครโนมิเตอร์ถูกสลักลงบนหน้าปัดที่กะทัดรัดยิ่งขึ้น

Date:

เรือนเวลาแห่งการสำรวจโลก จากโครโนมิเตอร์เดินเรือสู่ข้อมือ Globetrotter 42 สานต่อตำนาน John Arnold ด้วยขนาดใหม่และกลไก A&S6122

Arnold & Son กำลังพาเราย้อนกลับไปสู่ยุคแห่งความรุ่งโรจน์ของเหล่านักสำรวจผู้ยิ่งใหญ่ พร้อมกับการนำเสนอ Globetrotter 42 Steel Editions ที่ถูกปรับปรุงให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของนักเดินทางในยุคปัจจุบัน เพราะนี่คือการรำลึกถึงมรดกอันยิ่งใหญ่ของ John Arnold ช่างนาฬิกาชาวอังกฤษผู้บุกเบิกการสร้างนาฬิกาโครโนมิเตอร์เพื่อการเดินทางและสำรวจโลกกว้าง

ตำนานแห่งการพิชิตโลกกว้างสู่ข้อมือสมัยใหม่

เรื่องราวของ Arnold & Son นั้นฝังลึกอยู่ในประวัติศาสตร์การเดินเรืออย่างแยกไม่ขาด ผลงานของ John Arnold และบุตรชายเคยเป็นเครื่องมือสำคัญในการคำนวณพิกัดลองจิจูดให้แก่เรือเดินสมุทรของอังกฤษ แม้กระทั่งนักสำรวจผู้โด่งดังอย่าง James Cook ยังได้นำนาฬิกาโครโนมิเตอร์ของ Arnold ไปร่วมในภารกิจการสำรวจครั้งที่สองระหว่างปี 1772 ถึง 1775 ทำให้ Globetrotter ในวันนี้จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือบอกเวลาคู่ใจให้กับนักเดินทางยุคใหม่ ที่ยังคงมีจิตวิญญาณแห่งการสำรวจโลกไม่ต่างจากในอดีต

การปรับโฉมครั้งนี้จึงเป็นการนำคอลเลกชัน Globetrotter มาออกแบบใหม่ให้มีขนาดที่กะทัดรัดลง ด้วยตัวเรือนสตีลมีขนาด 42 มม. ซึ่งเป็นขนาดใหม่ที่สมดุลยิ่งขึ้น ที่สำคัญคือการปรับขนาดใหม่นี้ทำให้ความหนาของตัวเรือนลดลงเหลือเพียง 15.10 มม. เมื่อวัดใต้ความโค้งของโดม ซึ่งมอบความเพรียวบางที่ตอบโจทย์การสวมใส่ในชีวิตประจำวันอย่างร่วมสมัยมากขึ้น

สถาปัตยกรรมหน้าปัดทรงโดมที่บอกเวลาได้ถึง 12 เมืองสำคัญ

โครงสร้างหน้าปัดของ Globetrotter 42 Steel เป็นการผสมผสานงานศิลปะเข้ากับฟังก์ชันการใช้งานขั้นสูงสำหรับนักเดินทางระหว่างประเทศ หัวใจของหน้าปัดคือ สะพานรูปทรงโค้งอันงดงาม ที่ผลิตจากสตีลขัดแต่งอย่างประณีตด้วยมือ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ทำหน้าที่ยึดโดมโลกซึ่งเป็นตัวแทนของซีกโลกเหนือในมุมมองจากขั้วโลกเหนือไว้บนโดมนั้น พื้นผิวโลหะของทวีปต่างๆ ได้รับการขัดแต่งลวดลายซันเรย์เพื่อเสริมมิติ ตัดกับพื้นมหาสมุทรที่ขัดเงาเป็นโทนสีน้ำเงินและเขียว

การปรับโฉมที่สำคัญคือการเพิ่ม วงแหวนรอบขอบโดม ซึ่งสลักชื่อย่อของ 12 เมืองสำคัญที่ใช้อ้างอิงเขตเวลาจากทั้งซีกโลกเหนือและใต้ การจัดวางค่าต่างๆ นี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้สวมใส่สามารถจินตนาการเวลาตามสภาวการณ์จริงในแต่ละภูมิภาคได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยอ้างอิงจากตัวเลขบนวงแหวนเวลาแบบ 24 ชั่วโมงที่ติดอยู่กับหน้าปัดเวลาท้องถิ่น

สีสันคลาสสิก คือสายสัมพันธ์ที่ผูกพันกับกรุงลอนดอน

Arnold & Son ได้นำเอาเฉดสีที่เป็นเอกลักษณ์และคลาสสิกของอังกฤษมาใช้ในการออกแบบรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันนี้ โดยผลิตจำนวนจำกัดเพียงรุ่นละ 88 เรือนเท่านั้น

สำหรับ ‘Strand Blue’ นั้นได้แรงบันดาลใจจากถนน Strand ในกรุงลอนดอน ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของร้านนาฬิกาของ John Arnold ส่วน ‘Greenwich Green’ นั้นถูกเลือกใช้เพื่อสะท้อนความเขียวชอุ่มของเนินเขาที่โอบล้อมหอดูดาว Royal Observatory ในย่านกรีนิช ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญทางภูมิศาสตร์ นาฬิกาทั้งสองรุ่นจับคู่กับสายหนังจระเข้ สีน้ำเงิน ‘Ink’ Blue หรือสีเขียว ‘Cornwall’ ตามรุ่นที่เลือก และมาพร้อมตัวล็อกแบบหัวเข็มขัดสตีล

หัวใจจักรกลชั้นสูง Calibre A&S6122

Globetrotter 42 ทั้งสองเรือนนั้นขับเคลื่อนด้วยกลไกจักรกลขึ้นลานอัตโนมัติ A&S6122 ที่แบรนด์พัฒนาขึ้นเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลไกชุดนี้ได้รับการพัฒนาให้มีพลังงานสำรองเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็น 55 ชั่วโมง

กลไก A&S6122 นั้นมีความสามารถในการปรับเวลาท้องถิ่นและเวลาปลายทางได้อย่างแม่นยำด้วยการปรับเม็ดมะยมสามระดับ และเช่นเดียวกับกลไกทุกชุดของ Arnold & Son ซึ่งกลไกนี้ถูกพัฒนา ผลิต ประกอบ และตกแต่งอย่างครบถ้วนที่โรงงานในลาโชเดอฟองส์

ผู้สวมใส่สามารถชื่นชมความวิจิตรของกลไกได้ผ่านฝาหลังแบบแซฟไฟร์คริสตัลโปร่งใส ซึ่งเผยให้เห็นตุ้มเหวี่ยงขึ้นลานทังสเตนที่ถูกแกะสลักและฉลุโปร่ง รวมถึงการขัดแต่งพื้นผิวกลไกชั้นสูงตามแบบฉบับสวิส ไม่ว่าจะเป็นแท่นเครื่องที่ตกแต่งพื้นผิวแบบ circular graining หรือสะพานจักรที่มีลวดลาย Côtes de Genève ที่แผ่ออกไปในลักษณะรัศมี นอกจากนี้ เทคนิคการเคลือบพื้นผิวกลไกด้วยแพลเลเดียมยังมอบเฉดสีเทาอ่อนที่หรูหรา และเสริมความสง่างามให้กับตัวเรือนสตีลได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ข้อมูลทางเทคนิค
Arnold & Son Globetrotter 42 Steel “Strand Blue” & “Greenwich Green”
  • ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล ขนาด 42 มม. หนา 15.1 มม. กระจกแซฟไฟร์ทรงโดม เคลือบกันสะท้อนสองด้าน หลังเปลือย โชว์กลไก
  • หน้าปัด: โดมแสดงแผนที่โลก (World Time Dome) พร้อมสะพานโค้งสตีลขัดเงา บอกเวลาโลก 24 ชั่วโมง และ 12 เมืองอ้างอิง รุ่น Strand Blue สื่อถึงถนน Strand ในลอนดอน / รุ่น Greenwich Green แรงบันดาลใจจากเนินรอบหอดูดาว Greenwich
  • ฟังก์ชัน: ชั่วโมง นาที เวลาโลก (24 ชั่วโมง / 12 เมือง)
  • กลไก: อัตโนมัติ Calibre A&S6122 (in-house) พลังงานสำรอง 55 ชม. ความถี่ 4 Hz / 28,800 vph
  • สาย: หนังจระเข้ (Ink Blue หรือ Cornwall Green) หัวเข็มขัดพินบัคเคิลสเตนเลสสตีล

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
เรื่องราวของกลไก BENU Power Reserve บทใหม่แห่งศิลปะช่างเยอรมันจาก Moritz Grossmann
Oris x Cervo Volante เมื่อนาฬิกาพาเรากลับสู่ธรรมชาติแห่งสวิส ชมความหรูหราที่มาพร้อมความรับผิดชอบ
Louis Vuitton Tambour Convergence สไตล์วินเทจมินิมัลที่ดูร่วมสมัย พร้อมลีลาการบอกเวลาที่แตกต่าง

Share post:

More like this

เมื่อความขัดแย้งกลายเป็นอัตลักษณ์ นี่คือคู่สีที่จัดจ้านที่สุดบนหน้าปัด H. Moser & Cie.

การโคจรมาพบกันของสีม่วงเบอร์รีลึกและสีเหลืองค็อกเทล บนตัวเรือนสปอร์ตขนาด 40 มิลลิเมตรที่สะท้อนทัศนคติแห่งความขี้เล่น

Arnold & Son HM London Skyline Limited Edition: จากลอนดอนยุควิกตอเรียนสู่มหานครร่วมสมัย ผ่านหน้าปัดที่เปลี่ยนเรื่องราวตามแสงและความมืด

Arnold & Son และ The Limited Edition ถ่ายทอดเรื่องราวของลอนดอนผ่าน HM London Skyline นาฬิกาลิมิเต็ดเอดิชันที่ใช้หน้าปัด Mother-of-Pearl และเทคนิคเรืองแสงเผยเมืองสองยุค พร้อมกลไกไขลานบางเฉียบสำรองพลังงาน 90 ชั่วโมง

Protected: เมื่อ TAG Heuer ประกาศเปิดตัวนาฬิการุ่นพิเศษส่งตรงเพื่อนักสะสมชาวไทยโดยเฉพาะกับ TAG Heuer Carrera Chronograph Thailand Limited Edition

พาไปชมรายละเอียดและวิเคราะห์แนวคิดของ TAG Heuer Carrera Chronograph Thailand Limited Edition นาฬิการุ่นพิเศษที่หยิบยกประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ตของ "พระองค์พีระ" และทีมหนูขาว มาตีความเป็นงานดีไซน์ร่วมสมัยได้อย่างน่าสนใจ

พาชมโปรเจกต์หุ่นยนต์ผู้พิทักษ์เวลา MB&F HM12 The Guardian ผลงานเซ็ตคู่ที่ประกอบด้วยนาฬิกาทูร์บิญอง และหุ่นยนต์ตั้งโต๊ะฟังก์ชันครบ

บทความวิเคราะห์เจาะลึก MB&F HM12 The Guardian ผลงานนาฬิกาข้อมือทูร์บิญองหน้ากากกลไกที่มาพร้อมหุ่นยนต์ตั้งโต๊ะหนัก 15 กิโลกรัม เผยเบื้องหลังแนวคิดจากยุค 80s และข้อมูลอินไซด์ที่แบรนด์ยอมเฉือนกำไรเพื่อสร้างสิ่งสะสมแห่งอนาคต