BVLGARI: Beyond Time พาชมบรรยากาศนิทรรศการแห่งกาลเวลาที่สิงคโปร์

Date:

Bvlgari เนรมิตประสบการณ์เหนือเวลา ‘Beyond Time’ ณ สิงคโปร์ เฉลิมฉลอง SG60 พร้อมเผยโฉมสุดยอดนวัตกรรมเรือนเวลาแห่งยุค

การเฉลิมฉลองวาระสำคัญย่อมคู่ควรกับสิ่งที่ไม่ธรรมดา และเมื่อสิงคโปร์ก้าวสู่ปีที่ 60 แห่งการประกาศอิสรภาพ พร้อมกับการก้าวแรกของ Bvlgari สู่เวที Watches and Wonders Geneva อย่างเป็นทางการ จึงก่อกำเนิดเป็นนิทรรศการ Beyond Time ณ Paragon Mall Atrium สิงคโปร์ การจัดแสดงครั้งนี้นับว่าเป็นการเชื้อเชิญให้เราทุกคนได้ดำดิ่งสู่โลกแห่งการประดิษฐ์นาฬิกาของ Bvlgari ที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและแรงบันดาลใจ

เปิดมิติแห่งศิลปะและกลไก

Bvlgari เป็นที่รู้จักในฐานะเมซงที่หลอมรวมความกล้าหาญในการออกแบบแบบอิตาเลียนเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านกลไกของสวิสได้อย่างไร้รอยต่อ นิทรรศการ Beyond Time จึงสะท้อนแก่นแท้นี้ไว้อย่างครบถ้วน จากประสบการณ์ที่เคยสัมผัสงานจัดแสดงของ Bvlgari ในเจนีวา

ครั้งนี้ที่สิงคโปร์ก็ยังคงรักษามาตรฐานด้านสุนทรียภาพได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยการเนรมิตพื้นที่ให้เป็นแกลเลอรีแบบเปิด ที่แบ่งโซนตามเอกลักษณ์ของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นความพลิ้วไหวของ Serpenti ความเฉียบคมเชิงสถาปัตยกรรมของ Octo ความซับซ้อนของ Grande Complications ไปจนถึงความวิจิตรของนาฬิกา High Jewellery ที่เห็นแล้วอดชื่นชมไม่ได้ถึงความละเอียดอ่อนของงานฝีมือ

จุดเด่นที่สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็นคือประติมากรรมรูปตัว ‘B’ ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นมากกว่าสัญลักษณ์ เรียกได้ว่าเป็นหัวใจของงานที่ออกแบบมาเพื่อขับเน้นความงดงามของนาฬิกาไฮจิวเวลรี่ให้เปล่งประกาย การออกแบบพื้นที่โดยรวมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากปรัชญาแบบมินิมัลลิสต์ของ Ludwig Mies van der Rohe และ Lilly Reich ยิ่งตอกย้ำถึงความแม่นยำและเส้นสายที่เรียบง่าย แต่ทรงพลัง ซึ่งสอดรับกับปรัชญาของ Octo Finissimo ได้อย่างลงตัว นี่คือสิ่งที่บ่งบอกว่า Bvlgari มองไปถึงบริบททางศิลปะและสถาปัตยกรรมที่อยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์แต่ละชิ้น

เส้นทางสู่สถิติโลก ภายใต้จิตวิญญาณแห่งการท้าทาย

ภายในนิทรรศการ เราจะได้พบกับเรือนเวลา 7 รุ่นที่สร้างสถิติโลก ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นอย่างไม่หยุดยั้งของ Bvlgari ในการพัฒนานวัตกรรมและความเชี่ยวชาญด้านการประดิษฐ์นาฬิกาบางเฉียบ ตั้งแต่ Octo Finissimo Automatic (2017) ที่เคยเป็นนาฬิกาไขลานอัตโนมัติที่บางที่สุดในโลก ไปจนถึงรุ่นอื่นๆ อย่าง Tourbillon Automatic และ Minute Repeater (2018), Chronograph GMT (2019), Tourbillon Chronograph (2020) และ Perpetual Calendar (2021) แต่ละเรือนล้วนเป็น “ครั้งแรกของโลก” ในหมวดหมู่ของตัวเอง

และที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือการปิดท้ายด้วย Octo Finissimo Titanium Tourbillon (2025) ซึ่งเป็นผลงานชิ้นเอกล่าสุดที่แสดงให้เห็นถึงความเหนือชั้นของกลไก นับเป็นการเดินทางที่น่าประทับใจในโลกของการทำลายสถิติ ที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของแบรนด์ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

Octo Roma Worldtimer SG60 Edition  

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่เปิดตัวพร้อมกับนิทรรศการนี้คือ Octo Roma Worldtimer SG60 Edition นาฬิการุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระสำคัญของสิงคโปร์โดยเฉพาะ การที่ Bvlgari เลือกที่จะยกย่องสิงคโปร์ผ่านเรือนเวลา แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในจิตวิญญาณของประเทศนั้นๆ ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่ง นวัตกรรม และความหลากหลายทางวัฒนธรรมได้อย่างลงตัว

คุณ Jeffrey Hang, Regional Managing Director ของ Bvlgari ได้กล่าวถึงความสำคัญของการจัดแสดง Beyond Time ในสิงคโปร์ว่า “เป็นการยกย่อง SG60 ของเรา และเป็นการเฉลิมฉลองคุณค่าร่วมกันของการออกแบบ นวัตกรรม และงานฝีมือ” คำกล่าวนี้ตอกย้ำให้เห็นว่า Bvlgari ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงคุณค่าของแบรนด์เข้ากับบริบททางวัฒนธรรมได้อย่างลึกซึ้ง

ประสบการณ์ที่มากกว่าการชม

นิทรรศการ Beyond Time ไม่ได้จบลงแค่การจัดแสดงนาฬิกาเท่านั้น ยังมอบประสบการณ์แบบอินเทอร์แอคทีฟที่น่าสนใจอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านนาฬิกาของ Bvlgari หรือแม้แต่การเข้าร่วมเวิร์กช็อปทำนาฬิกาที่นำโดยช่างฝีมืออย่าง Clément Drobniak ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่จะได้สัมผัสศาสตร์แห่งการประดิษฐ์นาฬิกาอย่างใกล้ชิด และที่พิเศษสุดในช่วงวันชาติสิงคโปร์ คือการมีศิลปินท้องถิ่นวาดภาพโปสการ์ด และการแต่งบทกวีสด ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงเวลาเข้ากับศิลปะ ได้อย่างงดงามและละเมียดละไม

โดยสรุปแล้ว Beyond Time คือการเดินทางที่น่าประทับใจ ที่ Bvlgari ได้พลิกโฉมเวลาให้กลายเป็นสถาปัตยกรรม ศิลปะ และ อารมณ์ ในทุกรายละเอียด เป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเมซงในการแสวงหาความเป็นเลิศอย่างไม่หยุดยั้ง และแสดงให้เห็นว่านาฬิกาคือส่วนหนึ่งของเรื่องราวและจิตวิญญาณของผู้สวมใส่

อ่านบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจเพิ่มเติม
Jaeger-LeCoultre กับการเดินทางครั้งใหม่ พร้อม Global Brand Ambassador “จาง จื่ออี๋” เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวเหนือกาลเวลา
เปิดตำนาน Wimbledon พร้อม Rolex เผยเบื้องหลังทุกก้าวสู่บัลลังก์แห่งแชมป์

Share post:

More like this

The Collector’s Perspective EP. 14 | เจาะลึกความหลงใหลในเรือนเวลา Neo-Vintage ของตุณจนิษฐ์ ประเสริฐบูรณะกุล

ส่องคอลเลกชันนาฬิกาหายากยุค Neo-Vintage กับ คุณจนิษฐ์ ประเสริฐบูรณะกุล ในคู่มือสะสมนาฬิกาในฐานะงานศิลปะระดับมาสเตอร์พีซที่ Revolution Thailand https://youtu.be/t1LDxlVVtyA?si=3E7ShYX7hWqfjz56 The Collector's...

เมื่อฟังก์ชันดาราศาสตร์และงานสลักเสลามาบรรจบกันในเรือนเวลา Arnold & Son Luna Magna Platinum Dragon Verdite

บทวิเคราะห์การออกแบบหน้าปัดหินเวอร์ไดต์และประติมากรรมมังกรทองคำขาวในเรือนเวลากลไกข้างขึ้นข้างแรมสามมิติ Arnold & Son Luna Magna Platinum Dragon Verdite ผลงานลิมิเต็ดที่มีเพียง 8 เรือนทั่วโลก

Orient Star เปิดบูติกแห่งแรกในโลก ณ ชั้น 2 เกษรวิลเลจ พร้อมเปิดตัวนาฬิกาฉลอง 75 ปี รุ่นพิเศษเพื่อแฟนนาฬิกาชาวไทยโดยเฉพาะ 

เอ็กซ์คลูซีฟคอนเซ็ปต์บูติกที่ใช้การตกแต่งด้วยเทคนิคญี่ปุ่นผสานความร่วมสมัย และนาฬิกา Land of Smile ที่ได้แรงบันดาลใจจาก ‘ยิ้มสยาม’ ไม่น่าเชื่อว่า แบรนด์นาฬิกาสัญชาติญี่ปุ่นที่มีอายุกว่าเจ็ดทศวรรษอย่าง Orient...

Changes the Game? เมื่อรางวัลออสการ์ของโลกนาฬิกา ยอมทุบกำแพงเรื่องเพศ รื้อกฎเดิม จะมีอะไรซ่อนอยู่หลังกติกาใหม่ของ GPHG 2026 บ้าง?

ความเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ของเวที GPHG ครั้งที่ 26 กับการประกาศเปิดรับสมัครผลงานปี 2026 ภายใต้เงื่อนไขใหม่ที่ยกเลิกการแบ่งเพศนาฬิกา และการเปิดช่องให้กรรมการล่ารายชื่อแบรนด์นอกประกวดมารับรางวัล