MIDO Ocean Star Worldtimer โฉมใหม่ เรือนเวลาของคนจริงที่รักการผจญภัย

Date:

MIDO Ocean Star Worldtimer เรโทรดีไซน์ที่ผสานฟังก์ชันนักเดินทาง

นับเป็นนาฬิกาอีกหนึ่งเรือนที่สะดุดตาเอามากๆ จาก มิโด (MIDO) แบรนด์ที่อยู่ในวงการมานานกว่าศตวรรษ การกลับมาครั้งนี้เป็นการปลุกสไตล์เรโทรสุดคลาสสิกให้ฟื้นคืนชีพ ผสมผสานความเท่แบบวินเทจเข้ากับฟังก์ชันล้ำสมัยได้อย่างลงตัว ใครที่เป็นนักเดินทางตัวจริง หรือหลงใหลการผจญภัย และกำลังมองหานาฬิกาที่มีเรื่องราว ต้องฟังทางนี้เลย

NettetÈ 8x
NettetÈ 7x

เมื่อตำนานกลับมาโลดแล่นอย่าง Ocean Star Worldtimer กับสไตล์ที่ไม่มีวันตาย

สำหรับนักสะสมและคนรักนาฬิกาอย่างเราๆ คงรู้ดีว่าคอลเลกชัน Ocean Star ของ MIDO นั้นมีที่มายาวนานแค่ไหน ครั้งนี้แบรนด์เลือกที่จะนำเสนอรุ่น Ocean Star Worldtimer ในโฉมใหม่ ที่เห็นปุ๊บก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายเรโทรสุดเท่ จุดเด่นที่สะกดตาตั้งแต่แรกเห็นคือ หน้าปัดลายตารางหมากรุกสีดำสลับแดง ที่บ่งบอกถึงความกล้าที่จะแตกต่าง

นาฬิกาเรือนนี้แค่หน้าตาก็กินขาด และยังคงหัวใจหลักของ Ocean Star เอาไว้อย่างครบถ้วน นั่นก็คือความสามารถในการกันน้ำลึกที่เชื่อถือได้ และที่สำคัญคือ ฟังก์ชัน Worldtimer ที่แสดงเวลาได้ทั่วโลก ออกแบบมาเพื่อเป็นคู่หูที่สมบูรณ์แบบสำหรับคนที่ไม่เคยหยุดนิ่ง เป็นเรือนเวลาที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์แห่งการผจญภัยอย่างแท้จริง และแน่นอนว่ามันควรค่าแก่การเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชันสำหรับผู้ที่มองหาความพิเศษบนข้อมือ

NettetÈ 4x position 2 (moins de bracelet en haut)
Date et cadran pas dÈformÈ avec le verre

เรื่องราวเบื้องหลัง MIDO กับปรัชญาที่เหนือกาลเวลา

ย้อนกลับไปเมื่อปี 1918 Georges Schaeren ได้ก่อตั้ง MIDO ที่เมืองโซโลธูร์น สวิตเซอร์แลนด์ ด้วยปรัชญาที่ชัดเจน นั่นคือการสร้างสรรค์นาฬิกาที่อยู่เหนือกาลเวลา ด้วยแนวคิดการออกแบบที่ร่วมสมัย เลือกใช้วัสดุระดับพรีเมียมที่ให้ทั้งความหรูหรา ความทนทาน และยังคงฟังก์ชันการใช้งานที่ครบถ้วน จนกลายเป็น DNA ที่ MIDO ยึดมั่นมาตลอด 100 กว่าปี

คอลเลกชันนี้เองก็เป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นดีของความเชี่ยวชาญด้านนาฬิกากันน้ำของ MIDO ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน และความสำเร็จนี้ยิ่งถูกตอกย้ำด้วย Ocean Star Worldtimer โฉมใหม่ ที่ไม่เพียงคงคุณสมบัติกันน้ำอันเป็นเอกลักษณ์ ยังมาพร้อมฟังก์ชันที่ครอบคลุมเมืองสำคัญในโซนเวลา GMT ได้อย่างแม่นยำ จะดำดิ่งใต้ทะเลหรือท่องโลกกว้าง ก็หายห่วง

สัมผัสแห่งรสนิยม รวมถึงรายละเอียดที่บอกเล่าตัวตน

มาดูกันที่รายละเอียดกันบ้าง สำหรับ Ocean Star Worldtimer เรือนนี้ มีตัวเลือกสายหนังสีดำสไตล์ Bund ซึ่งเป็นสายที่ชวนให้นึกถึงลุคของนักบินในยุคก่อนๆ ดูคลาสสิกและมีเรื่องราว หรือถ้าอยากเปลี่ยนอารมณ์ ก็มีสายยางเรียบสีดำเดินด้ายแดงให้เลือกเปลี่ยนเพื่อลุคที่โฉบเฉี่ยวทันสมัย ตัวเรือนขนาด 40.5 มิลลิเมตร กำลังพอดีข้อมือ ทำจาก สเตนเลสสตีล ที่ผ่านการขัดลายซาตินและขัดเงาสลับกันอย่างประณีต หน้าปัดลายตารางหมากรุกสีดำตัดแดงนั้นสวยงามโดดเด่น พร้อมโลโก้ MIDO สไตล์วินเทจ ที่ดูลงตัวสุดๆ เข็มนาฬิกาหลักชั่วโมง นาที และวินาที ถูกเคลือบด้วยสารเรืองแสง Super-LumiNova® สีขาว ที่อ่านเวลาในที่มืดได้สบายตา ส่วนช่องแสดงวันที่ขนาดใหญ่ที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา ก็ชัดเจน ไม่ต้องเพ่ง

ความพิเศษที่ซ่อนอยู่คือฝาหลังที่สลักลายปลาดาว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของคอลเลกชัน Ocean Star แถมยังเพิ่มกลิ่นอายยุค 70 ด้วยการใช้กระจกแซฟไฟร์ทรง Glassbox ที่มีการเคลือบสารกันแสงสะท้อนทั้งสองด้าน มองเห็นกลไกได้ชัดเจน ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

หัวใจสำคัญของนาฬิการุ่นนี้คือกลไก Caliber 80 ที่ขึ้นชื่อเรื่องความแม่นยำและเที่ยงตรง ไม่ต้องกังวลเรื่องเวลาผิดเพี้ยน แถมยังสำรองพลังงานได้สูงสุดถึง 80 ชั่วโมง คือจะถอดวางไว้ 3 วัน ก็ยังเดินต่อได้สบายๆ นอกจากนี้ยังเสริมความแกร่งด้วยบาลานซ์สปริงที่ผลิตจาก Nivachron™ ซึ่งเป็นวัสดุพิเศษที่ช่วยให้ทนทานต่อแรงกระแทกและสนามแม่เหล็กได้อย่างยอดเยี่ยม และแน่นอนคุณสมบัติที่ขาดไม่ได้สำหรับนาฬิกาตระกูล Ocean Star คือความสามารถในการกันน้ำสูงสุดถึง 200 เมตร ซึ่งเป็นอีกจุดที่ตอกย้ำว่า MIDO มีความเชี่ยวชาญด้านนาฬิกาดำน้ำมานานแค่ไหน

Eclairage structure – NettetÈ 11x
LumiËres diffÈrentes corne en haut ‡ gauche

เลือกนาฬิกาให้มีคุณค่า เคล็ดลับจาก MIDO สำหรับนักสะสม

นอกจากนี้ MIDO ยังให้คำแนะนำดีๆ สำหรับนักสะสมนาฬิกามือใหม่ ในการเลือกเรือนเวลาเพื่อสะสมและใช้งานจริงในระยะยาว ประเด็นแรก ควรเลือกนาฬิกาที่มี ดีไซน์คลาสสิก ไม่ตกยุค เพื่อให้สวมใส่ได้ในหลายโอกาส และยังคงดูดีสง่างามอยู่เสมอ ไม่ต้องกลัวว่าจะล้าสมัย ประการที่สองคือให้ความสำคัญกับ กลไกที่มีความแม่นยำและทนทาน เพื่อการใช้งานที่ยาวนาน ไม่ต้องส่งซ่อมบ่อยๆ และสุดท้าย ควรเลือกเรือนที่ผสาน ฟังก์ชันการใช้งานกับความสวยงามได้อย่างลงตัว

ยกตัวอย่างเช่น Ocean Star Worldtimer เรือนนี้ ที่ไม่ได้มีดีแค่ดีไซน์ย้อนยุคที่น่าหลงใหล เพราะมาพร้อมฟังก์ชันเวลาโลกที่ตอบโจทย์นักเดินทาง และกลไก Caliber 80 ที่ทั้งแม่นยำและทนทาน ทำให้เหมาะทั้งสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน และการสะสมเพื่อเพิ่มคุณค่าในอนาคต

ข้อมูลทางเทคนิค
  • ชื่อรุ่น: Ocean Star Worldtimer
  • ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล ขนาด 40.5 มม. ขัดลายซาตินสลับขัดเงา กระจกแซฟไฟร์ทรง Glassbox เคลือบสารกันสะท้อนสองด้าน ฝาหลังสลักลายปลาดาว กันน้ำ 20 บาร์ (200 เมตร)
  • หน้าปัด: ลายตารางหมากรุกสีดำตัดแดง โลโก้ MIDO วินเทจ เข็มและหลักชั่วโมงเคลือบ Super-LumiNova® สีขาว หน้าต่างวันที่ขนาดใหญ่ที่ 3 นาฬิกา
  • กลไก: ออโตเมติก Caliber 80 สำรองพลังงาน 80 ชั่วโมง บาลานซ์สปริง Nivachron™ ทนทานต่อแรงกระแทกและสนามแม่เหล็ก
  • ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมง นาที วินาที วันที่ และเวลาโลก (Worldtimer)
  • สาย: สายหนังสีดำสไตล์ Bund หรือสายเรียบสีดำเดินด้ายแดง

อ่านบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่
สืบสานจิตวิญญาณการออกแบบชั้นสูง ผ่าน Gucci High Watchmaking ผลงานสุดล้ำ 7 รุ่นใหม่
A ‘TIME’ WELL-KEPT: ถนอมคุณค่าแห่งเวลา สะท้อนทุกมิติแห่งรสนิยม

Share post:

More like this

Rolex ฉลองตำนานแห่งความเป็นเลิศของตัวเรือน Oyster ด้วยนาฬิกา 8 รุ่นใหม่ ในงาน Watches and Wonders 2026

การตีความใหม่ของตัวเรือน Oyster ในเวอร์ชันต่างๆ เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี และการกำเนิดของวัสดุใหม่ที่ก้าวข้ามความท้าทายไปอีกขั้น เมื่อพิจารณาดูคอลเลกชันล่าสุดของ Rolex ที่เปิดตัวในงาน...

Roger Dubuis ในงาน Watches & Wonders 2026: เมื่อดาราศาสตร์บรรจบกับศิลปะแห่งเรือนเวลาชั้นสูง

เมื่อตำนานเรื่องเล่าอมตะได้ออกสู่ห้วงอวกาศอันไกลโพ้น ในโลกของนาฬิกาหรูที่เต็มไปด้วยความท้าทายในการสร้างสรรค์ Roger Dubuis ยังคงตอกย้ำสถานะความเป็นผู้นำด้าน Hyper Horology™ อีกครั้งในงาน Watches &...

Rado Master of Materials นวัตกรรมไฮเทคเซรามิกและโครงสร้าง Monobloc แห่งอนาคต

Rado ตอกย้ำฉายา Master of Materials ด้วยการยกระดับไฮเทคเซรามิกสู่โครงสร้าง Monobloc ที่บางเบาและทนทาน ผสานงานดีไซน์หน้าปัดแบบเปิดโชว์กลไกที่สะท้อนถึงความล้ำสมัยและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Breitling Navitimer Cosmonaute Artemis II เมื่อจิตวิญญาณแห่งการสำรวจปี 1962 ถูกตีความใหม่ในตัวเรือนทองคำ 18K

Breitling เฉลิมฉลองภารกิจส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์ของ NASA ด้วย Navitimer Cosmonaute รุ่นพิเศษจำกัด 250 เรือน โดดเด่นด้วยหน้าปัด 24 ชั่วโมงสีน้ำเงิน Sunray และกลไกไขลานมือ B02 ที่ออกแบบมาเพื่อความแม่นยำในสภาวะเหนือขอบโลก