Wrist Check: บาร์เซโลนาในวันที่ประวัติศาสตร์คูลขึ้นเป็นกอง…เมื่อสองไอคอนระดับโลกแลนดิ้ง!

Date:

Wrist Check: ส่องลุคก่อนแลนดิ้ง! อาโป-จุนโฮ กับเรือนเวลาและจิวเวลรี่คู่ใจ เตรียมสร้างปรากฏการณ์ไฮจิวเวลรี่ที่บาร์เซโลนา

ใครว่าประวัติศาสตร์เป็นเรื่องน่าเบื่อ? ลองดู บาร์เซโลนา ตอนนี้สิ! เมืองที่ปกติก็ปังเรื่องสถาปัตยกรรมชิคๆ ฟีลอาร์ตๆ อยู่แล้ว ตอนนี้กำลังจะทวีคูณความคูลขึ้นไปอีก เพราะนี่ไม่ใช่แค่การมาเที่ยวธรรมดา แต่คือการรวมตัวของความงามไร้กาลเวลา กับสองตัวท็อปแห่งยุค ที่จะมาสาดออร่าให้เมืองร้อนระอุ!

ลองนึกภาพ ถนนเก่าแก่ที่มีกลิ่นอายความขลังของยุคก่อนๆ แต่ทุกซอกทุกมุมก็มีงานอาร์ตสุดล้ำของกาอูดีซ่อนอยู่ นี่แหละบาร์เซโลนา เมืองที่ทุกก้าวเดินคือแรงบันดาลใจ และในวันที่โลกหมุนเร็วแบบติดสปีด ก็ยังมีแบรนด์ที่ยืนหนึ่งเรื่องความละเอียด ความเนี้ยบ และการสร้างสรรค์สิ่งที่คงอยู่เหนือกาลเวลา

นั่นคือปรัชญาของ Piaget (เพียเจต์) แบรนด์จิวเวลรี่และนาฬิกาไฮเอนด์จากสวิตเซอร์แลนด์ ที่เตรียมจะพาเราวาร์ปไปสู่ยุคทองของการออกแบบสุดกล้าหาญ ผ่านคอลเลกชันใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่า “Shapes of Extraleganza”

และบอกเลยว่างานนี้ ไม่ได้มาแค่แบรนด์ แต่มาพร้อมตัวแทนสุดฮอต นั่นคือ อาโป-ณัฐวิญญ์ และ อีจุนโฮ สองโกลบอลแอมบาสเดอร์สุดปัง ที่เพิ่งแลนดิ้งที่บาร์เซโลนา เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโมเมนต์ประวัติศาสตร์นี้ นี่ไม่ใช่แค่ทริปทำงาน แต่คือการพาย้อนไปดูแก่นแท้ของงานฝีมือระดับตำนาน ที่หลอมรวมกับสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของสองหนุ่ม จนเกิดเป็นปรากฏการณ์ที่ต้องปักหมุดรัวๆ

เมื่อไทม์แมชชีนพาความหรูหราสู่ยุคใหม่ ส่องลุคสองไอคอนก่อนลัดฟ้าสู่ใจกลางไฮจิวเวลรี่

ย้อนไทม์ไลน์กลับไปในยุคที่ช่างฝีมือสร้างงานศิลปะด้วยจิตวิญญาณเต็มเปี่ยม นั่นแหละคือต้นกำเนิดของ Piaget เมซงเก่าแก่จากสวิตเซอร์แลนด์ที่ส่งต่อความประณีตและความกล้าในการดีไซน์มานับร้อยปี

การมาบาร์เซโลนาครั้งนี้ เพื่อจัดนิทรรศการและกาล่าดินเนอร์เปิดตัวคอลเลกชัน “Shapes of Extraleganza” จึงไม่ใช่แค่โชว์เครื่องเพชรธรรมดา แต่มันคือการฉลองมรดกแห่งงานฝีมือที่ไม่เคยหยุดพัฒนา และที่พีคกว่าคือการมาของ อาโป-ณัฐวิญญ์ และ อีจุนโฮ สองไอคอนผู้เป็นที่รักจากเอเชีย ที่จะมาเป็นส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์บทใหม่นี้!

สำหรับสายแฟที่อินเรื่องเบื้องหลังความงาม การได้เห็น Piaget เคลื่อนไหว พร้อมกับการปรากฏตัวของสองหนุ่มระดับโลก ก็เหมือนได้เปิดตำราประวัติศาสตร์ฉบับพิเศษ ที่เล่าถึงวิวัฒนาการของรสนิยมและความหรูหราจากอดีตสู่ปัจจุบัน และวินาทีที่เห็นภาพทั้งคู่ก่อนออกเดินทางเมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา บอกเลยว่าสะกดทุกสายตา! ลุคของอาโปและอีจุนโฮในชุดจาก Piaget คือนิยามของความสง่างามที่ไม่มีวันเอาต์

Wrist Check: LOOK 1

มาเจาะลึกดีเทลกันหน่อยกับ อาโป มาในลุคสุดชิคกับ นาฬิกา Andy Warhol หน้าปัดมาลาไคท์ ตัวเรือนโรสโกลด์ เรือนนี้คือแรร์ไอเทมที่นักสะสมทั่วโลกตามหา! สะท้อนรสนิยมที่ลึกซึ้งและเข้าใจถึงคุณค่าของศิลปะบนข้อมือได้อย่างไร้ที่ติ

เจาะลึก Andy Warhol Watch (Ref. G0A48239): เมื่อศิลปะ Pop Art บรรจบกับเรือนเวลาสุดหรู

ในลุคของเรือนเวลาสุดพิเศษที่ อาโป-ณัฐวิญญ์ เลือกสวมใส่ นั่นก็คือ Andy Warhol watch (Ref. G0A48239) เรือนนี้บอกเลยว่ามีเรื่องราวที่น่าสนใจและเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ชวนหลงใหล

  • แรงบันดาลใจจากตำนาน Pop Art: Andy Warhol ชื่อของนาฬิกาเรือนนี้ก็บอกอยู่แล้วว่าได้รับแรงบันดาลใจมาจาก แอนดี้ วอร์ฮอล (Andy Warhol) ศิลปิน Pop Art ระดับโลกผู้พลิกโฉมวงการศิลปะในศตวรรษที่ 20 วอร์ฮอลเป็นที่รู้จักจากผลงานที่ฉีกกรอบ ขบถต่อขนบ และนำเอาสิ่งธรรมดาๆ ในชีวิตประจำวันมาสร้างสรรค์เป็นงานศิลปะที่มีคุณค่า การที่ Piaget ตั้งชื่อนาฬิการุ่นนี้ตามชื่อเขา จึงบ่งบอกถึงความกล้าหาญในการออกแบบ ความคิดสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัด และการมองเห็นศิลปะในสิ่งที่ไม่คาดคิด ซึ่งทั้งหมดนี้คือหัวใจสำคัญของ Piaget เช่นกัน
  • ดีไซน์ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร: ขนาด 45 x 43 มม. ตัวเรือนของ Andy Warhol watch มีรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยขนาด 45 x 43 มม. ซึ่งไม่ใช่ทรงกลมหรือสี่เหลี่ยมทั่วไป แต่เป็นรูปทรงที่ดูทันสมัย มีความล้ำสมัย และโดดเด่นสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น เป็นดีไซน์ที่สะท้อนถึงยุคสมัยแห่งความคิดสร้างสรรค์และศิลปะที่กล้าลองอะไรใหม่ๆ ได้เป็นอย่างดี
  • ความหรูหราจากวัสดุชั้นเลิศ: ตัวเรือนโรสโกลด์ 18K แน่นอนว่าความหรูหราจะสมบูรณ์แบบได้ก็ต้องมาพร้อมวัสดุระดับท็อป! ตัวเรือนของนาฬิกาเรือนนี้ทำจาก โรสโกลด์ 18K ซึ่งให้ความรู้สึกอบอุ่น นุ่มนวล แต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราสง่างาม โรสโกลด์เป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะสามารถเข้าได้กับทุกสีผิวและให้ลุคที่ดูทันสมัยไม่เหมือนทองคำทั่วไป
  • หน้าปัดมาลาไคท์ (Malachite Dial) สุดหายากและมีเสน่ห์: นี่คืออีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่ทำให้นาฬิกาเรือนนี้พิเศษสุดๆ! หน้าปัดทำจาก มาลาไคท์ ซึ่งเป็นอัญมณีสีเขียวเข้มที่มีลวดลายตามธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ซ้ำกันในแต่ละเรือน การที่ Piaget เลือกใช้วัสดุธรรมชาติที่มีความเปราะบางและต้องใช้ความประณีตสูงในการตัดแต่งมาเป็นหน้าปัด แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญด้านงานฝีมือที่เหนือระดับ นอกจากความสวยงามแล้ว สีเขียวของมาลาไคท์ยังให้ความรู้สึกสงบ ลึกลับ และดึงดูดสายตาได้อย่างน่าทึ่ง ผสานกับหลักชั่วโมงที่ทำจากโรสโกลด์ 18K ยิ่งเพิ่มความหรูหราและอ่านค่าง่ายขึ้นไปอีก
  • ขุมพลังภายใน: กลไกอัตโนมัติ Manufacture 534P ความงามภายนอกต้องมาพร้อมกับสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมภายใน นาฬิกาเรือนนี้ขับเคลื่อนด้วย กลไกอัตโนมัติ (Automatic Mechanical Movement) Manufacture 534P ซึ่งเป็นกลไกที่ Piaget พัฒนาและผลิตขึ้นเองทั้งหมด (Manufacture) แสดงให้เห็นถึงความสามารถทางเทคนิคและความเป็นเลิศด้านการผลิตนาฬิกาของเมซง กลไกอัตโนมัติหมายความว่านาฬิกาจะทำงานโดยอาศัยการเคลื่อนไหวของข้อมือผู้สวมใส่ ไม่ต้องไขลานบ่อยๆ ซึ่งเป็นความสะดวกสบายที่มาพร้อมความซับซ้อนทางวิศวกรรม

อย่างที่บอกว่า Andy Warhol watch (G0A48239) เป็นเหมือนชิ้นงานศิลปะบนข้อมือ ที่ผสมผสานประวัติศาสตร์ศิลปะ Pop Art ความหรูหราของทองคำและอัญมณีหายาก และความแม่นยำของกลไกชั้นเลิศเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ไม่แปลกใจเลยที่เรือนนี้กลายเป็นหนึ่งในเรือนเวลาที่ นักสะสม ต่างต้องการครอบครอง และ อาโป ก็เลือกสวมใส่เพื่อสะท้อนรสนิยมอันลึกซึ้งของเขา

Wrist Check: LOOK 2

มาถึงคิวของหนุ่มอีจุนโฮ เลือกความเนี้ยบกับ นาฬิกา Piaget Polo Skeleton ตัวเรือนสตีล ที่เผยให้เห็นกลไกแบบสเกเลตันสุดบางเฉียบอันเป็นซิกเนเจอร์ของเมซง ที่รวมความแข็งแกร่งเข้ากับความประณีตขั้นสุด นี่แหละคือปรัชญาของ Piaget ที่กล้าฉีกกฎและสร้างสรรค์สิ่งที่เหนือความคาดหมาย

เจาะลึก Piaget Polo Skeleton Watch มนต์เสน่ห์แห่งกลไกเปลือยเปล่าบนข้อมือ

ถ้าพูดถึงนาฬิกาที่ผสมผสานความสปอร์ตเข้ากับความหรูหราได้อย่างลงตัว แถมยังมีกิมมิกสุดคูลโชว์เรือนภายใน นาทีนี้ต้องยกให้ Piaget Polo Skeleton watch (Ref. G0A45004) เรือนที่ อีจุนโฮ เลือกสวมใส่ก่อนออกเดินทางสู่บาร์เซโลนา เรือนนี้เป็นงานศิลปะเคลื่อนไหวได้บนข้อมือเราจริงๆ ลองมาดูกันว่าทำไมถึงน่าสนใจขนาดนี้

  • ดีไซน์สุดไอคอนิกและขนาดที่ลงตัว: ด้วยขนาด 42 มม. ถือเป็นไซส์ที่กำลังดีสำหรับข้อมือผู้ชายส่วนใหญ่ ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป คงเอกลักษณ์ความกลมมนผสมผสานทรงคุชชั่น (cushion-shaped) อันเป็นซิกเนเจอร์ของคอลเลกชัน Polo ที่ดูสปอร์ตแต่แฝงความหรูหราไว้เต็มเปี่ยม ทำให้ใส่ได้หลากหลายโอกาส ตั้งแต่ลุคสบายๆ ไปจนถึงลุคทางการ
  • ตัวเรือนสตีล…ที่ไม่ได้ธรรมดา: แม้จะเป็นตัวเรือนสตีล หรือเหล็กกล้า แต่ Piaget ก็ใส่ใจในรายละเอียดอย่างที่สุด ด้วยการขัดแต่งผิวสัมผัสที่แตกต่างกัน ทั้งแบบขัดเงาและขัดด้าน ให้มิติที่สวยงามและซับซ้อนกว่านาฬิกาสตีลทั่วไป ทำให้รู้สึกถึงความพรีเมียมและงานฝีมือที่ประณีต
  • หัวใจหลักที่เปลือยเปล่าแต่สง่างาม: กลไก Skeleton นี่คือจุดเด่นที่สุดของเรือนนี้! คำว่า “Skeleton” หมายถึงการที่ช่างนาฬิกาได้เจาะ สลัก และฉลุชิ้นส่วนกลไกออกไปให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยยังคงความสามารถในการทำงานไว้อย่างสมบูรณ์ ทำให้เราสามารถมองทะลุผ่านหน้าปัดและเห็นการเคลื่อนไหวอันซับซ้อนของเฟือง จักร และชิ้นส่วนเล็กๆ นับร้อยได้อย่างชัดเจน มันเหมือนกับการได้ชมหัวใจของนาฬิกาที่กำลังเต้นอยู่ตรงหน้าเราเลยค่ะ ยิ่งไปกว่านั้น กลไกที่ใช้คือ Manufacture 1200S1 ซึ่งเป็นกลไกอัตโนมัติ (Automatic Movement) ที่ Piaget ผลิตขึ้นเอง (Manufacture) และโดดเด่นด้วยความบางเฉียบเป็นพิเศษ ตัวกลไกยังมีการเคลือบผิวสีน้ำเงิน (blue-hued) ที่ช่วยเพิ่มความสวยงามและมิติให้กับงานศิลปะบนข้อมือนี้อีกด้วย
  • ฝาหลังกระจกแซฟไฟร์ (Sapphire Crystal Case Back): ไม่ได้โชว์แค่ด้านหน้า แต่ด้านหลังก็ยังโชว์ การมีฝาหลังแบบกระจกแซฟไฟร์ช่วยให้เราสามารถชื่นชมความงามของกลไกได้จากอีกมุมหนึ่งด้วย แซฟไฟร์คริสตัลยังขึ้นชื่อเรื่องความทนทานต่อรอยขีดข่วน ทำให้มั่นใจได้ว่าความงามนี้จะคงอยู่ไปนานๆ
  • มาพร้อมสายสำรอง: เปลี่ยนลุคได้ไม่จำเจ: จุดนี้คือความใส่ใจที่หลายคนชื่นชอบ! การที่นาฬิกามาพร้อมกับสายสำรองอีกเส้น ทำให้เจ้าของสามารถปรับเปลี่ยนสไตล์ได้ตามอารมณ์หรือโอกาส จะใส่แบบสปอร์ตเต็มตัว หรือเปลี่ยนเป็นลุคที่ดูสุภาพขึ้นอีกนิดก็ได้หมด นับเป็นการเพิ่มมูลค่าและความหลากหลายในการใช้งานให้กับนาฬิกาเรือนโปรด

และที่ขาดไม่ได้คือเครื่องประดับจากคอลเลกชัน Possession ที่ทั้งอาโปและอีจุนโฮหยิบมาแมตช์ลุคได้อย่างลงตัว ทั้งสร้อยคอ กำไล และแหวน ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์หมุนได้ สัญลักษณ์ของพลังงานดีๆ ความสุข โชค และความรัก การเลือกใส่เครื่องประดับเหล่านี้อย่างมีชั้นเชิง ทำให้ลุคของทั้งคู่คอมพลีทสุดๆ สะท้อนถึงรสนิยมที่ไม่ได้แค่อวดความแพรวพราว แต่คือการเล่าเรื่องผ่านทุกชิ้นที่เลือกสรรมา

เส้นทางสู่ศิลปะ “Shapes of Extraleganza” ในเมืองที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ

การที่ Piaget เลือกบาร์เซโลนาเป็นจุดนัดหมายสำคัญในการเปิดตัวคอลเลกชันสุดพิเศษนี้ ยิ่งเป็นการตอกย้ำความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างงานฝีมือสุดประณีตกับแรงบันดาลใจจากสิ่งสวยงามรอบตัวเรา บาร์เซโลนาขึ้นชื่อเรื่องสถาปัตยกรรมของกาอูดี ที่เต็มไปด้วยเส้นสายอิสระและรูปทรงเรขาคณิตสุดว้าว

ซึ่งไม่ต่างอะไรกับแนวคิดการออกแบบของ Piaget ในยุค 60s และ 70s ที่กล้าบุกเบิกและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ คอลเลกชัน “Shapes of Extraleganza” จึงเป็นการนำมรดกอันสร้างสรรค์เหล่านั้นกลับมาตีความใหม่ในบริบทของยุคปัจจุบัน ให้ดูสดใหม่และน่าตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม

การเดินทางของอาโปและอีจุนโฮครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การไปร่วมอีเวนต์ แต่คือการเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่าที่เชื่อมโยงยุคสมัย ศิลปะ และความงามเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว พวกเขาไม่ใช่แค่ผู้สวมใส่ แต่คือผู้ที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณของ Piaget สู่สายตาคนทั้งโลก ตอกย้ำว่าความงามระดับโลกนั้นสามารถเปล่งประกายผ่านบุคคลที่เป็นตัวแทนได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

พร้อมแล้วหรือยัง? กับบทสรุปแห่งความหรูหราที่กำลังจะเฉิดฉาย

เตรียมตัวให้พร้อม! พบกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของคอลเลกชัน “Shapes of Extraleganza” ในวันที่ 17-18 มิถุนายน นี้ ตามเวลาท้องถิ่น ณ กรุงบาร์เซโลนา บอกเลยว่านี่จะเป็นบทใหม่ที่น่าจดจำในประวัติศาสตร์ของ Piaget และมั่นใจว่าเรื่องราวจากงานนี้จะสร้างแรงบันดาลใจและให้ฟีล “Extraleganza” แบบจัดเต็มให้ทุกคนที่ได้เห็นอย่างแน่นอน

แล้วชาวเราล่ะ…พร้อมจะเปิดโลกความงามนี้ไปพร้อมกันหรือยัง? อย่าพลาดทุกการอัปเดตนะ

Share post:

More like this

BRABUS “BODO” การข้ามสายพันธุ์ครั้งสำคัญระหว่างวิศวกรรมเยอรมันและแชสซีส์อังกฤษ ที่ผลิตจำกัดเพียง 77 คันทั่วโลกเพื่อระลึกถึงผู้ก่อตั้ง

วิเคราะห์เจาะลึก BRABUS “BODO” ยานยนต์ Coachbuilt เครื่องยนต์ V12 1,000 แรงม้า ที่เปลี่ยนโครงสร้าง Aston Martin Vanquish ให้กลายเป็นงานศิลปะคาร์บอนไฟเบอร์ จำกัดเพียง 77 คันทั่วโลก

เมื่อ Audi แอบซุ่มทำซูเปอร์คาร์ 987 แรงม้า ออกมาขิง Lamborghini

เบื้องหลัง Audi Nuvolari ซูเปอร์คาร์ไฮบริด 987 แรงม้าที่เปิดตัวในโมนาโกกับการพลิกกลยุทธ์แบรนด์สี่ห่วงเพื่อขยับขึ้นไปข่มค่ายกระทิงดุ และการนำเทคโนโลยีจากแทร็ก F1 มาสู่รถโปรดักชันจำกัด 499 คัน

Geneva – The Capital of Haute Horlogerie

เดินทางตามจังหวะเข็มนาฬิกา ใต้ขอบฟ้า และเทือกเขาแอลป์ WORDS Aunyawan T. บางเมืองอาจไม่ได้โดดเด่นด้วยตึกสูงหรือแสงสี แต่โดดเด่นด้วย ‘เวลา’ เรากำลังพูดถึง ‘เจนีวา’...

ลิ้มรสอาหารไทยสไตล์โลคัลแท้ๆ จากร้านดัง 4 ภาค ในโปรเจ็กต์ Taste of Thailand 2026ที่ Front Room โรงแรม Waldorf Astoria Bangkok 

พร้อมเสิร์ฟเมนูคอลแล็บระดับ 5 ดาว ที่เชฟของ Front Room ร่วมครีเอทกับเชฟโลคัลร้านดัง ถ้าสวรรค์ของเหล่าฟู้ดดี้คือการได้ชิมอาหารฝีมือเชฟร้านเด็ดทั่วทุกสารทิศโดยไม่ต้องจองตั๋วเครื่องบินไปจับจองโต๊ะ (ซึ่งจองยากอยู่แล้ว) กันถึงถิ่น...