MB&F HM8 Mark 2 Purple: เมื่อซูเปอร์คาร์โลดแล่นบนข้อมือ

Date:

นาฬิกา MB&F ซูเปอร์คาร์ บทใหม่แห่งความหลงใหลในกลไกและแรงบันดาลใจจากยานยนต์

เปิดฉากสีสันใหม่แห่งจักรกลเวลา

ย้อนกลับไปในปี 2023 ที่ผ่านมา MB&F ได้สร้างปรากฏการณ์อีกครั้งในมหากาพย์แห่งแรงบันดาลใจจากยานยนต์ ด้วยการเปิดตัว HM8 Mark 2 เรือนเวลาที่สะท้อนความงามบริสุทธิ์ของสีขาวดุจหิมะ ซึ่งยังคงโลดแล่นในสายการผลิตจนถึงปัจจุบัน

เรือนเวลานี้ออกเดินทางเคียงคู่กับรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันประจำปี 2023 ในเฉดสีเขียว British Racing Green อันสุขุม ตามมาด้วยรุ่นสีน้ำเงินเข้มเงาวับในปี 2024 ซึ่งทั้งสองรุ่นผลิตจำกัดเพียง 33 เรือนเท่านั้น

MB&F HM8 Mark 2 Purple: เมื่อซูเปอร์คาร์โลดแล่นบนข้อมือ

วันนี้…ถึงเวลาที่เราจะเปิดม่านต้อนรับ HM8 Mark 2 Purple Limited Edition ประจำปี 2025 ที่จะมาสร้างความตื่นตาตื่นใจอีกครั้งด้วยจำนวนจำกัดเพียง 33 เรือนเช่นกัน โดดเด่นด้วยตัวเรือนสีม่วงเจิดจรัสที่ชวนให้นึกถึงความหรูหราของซูเปอร์คาร์ระดับไฮเอนด์

สีสันอันเป็นเอกลักษณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความงดงามที่สะกดสายตา แต่ยังเปล่งประกายด้วยความแวววาวอันเป็นเอกลักษณ์ จากเม็ดสีเมทัลลิกที่ได้จากแร่ธรรมชาติ คล้ายคลึงกับที่ใช้ในสีรถยนต์ระดับไฮเอนด์ เม็ดสีเหล่านี้ถูกผสานเข้ากับเรซินโปร่งแสงด้วยกระบวนการอันซับซ้อนและเป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะ ที่ต้องควบคุมทั้งเวลา อุณหภูมิ ความเร็ว และระยะเวลาอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้ทั้งความลึกซึ้งทางสุนทรียะและความเป็นเลิศทางวิศวกรรม

MB&F HM8 Mark 2 Purple: เมื่อซูเปอร์คาร์โลดแล่นบนข้อมือ
MB&F HM8 Mark 2 Purple: เมื่อซูเปอร์คาร์โลดแล่นบนข้อมือ

เส้นทางแรงบันดาลใจ จากความฝันสู่เรือนเวลาแห่งนักขับ

เรื่องราวความผูกพันของ MB&F กับดีไซน์ยานยนต์นั้นหยั่งรากลึกมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ความฝันในวัยเด็กของ Maximilian Büsser ผู้ก่อตั้ง ที่ครั้งหนึ่งเคยจินตนาการถึงอนาคตในการเป็นนักออกแบบรถยนต์ แม้ว่าเส้นทางของเขาจะนำไปสู่การประดิษฐ์นาฬิกาในท้ายที่สุด แต่ความฝันดั้งเดิมนั้นยังคงมีชีวิตอยู่ในเรือนเวลาหลายต่อหลายรุ่นของ MB&F

ย้อนกลับไปที่ HM5 (2012) ซึ่งถือกำเนิดขึ้นเพื่อคารวะซูเปอร์คาร์ระดับตำนานแห่งยุค 70s ตามมาด้วย HMX (2015) ที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 10 ปีของแบรนด์ และ HM8 “Can-Am” (2016) ซึ่งเฉลิมฉลองพลังดิบของ Canadian-American Racing Championship เรือนเวลาเหล่านี้ล้วนเชื่อมโยงกันด้วยหน้าปัดสไตล์มาตรวัดความเร็วที่โดดเด่นสะดุดตาบริเวณด้านข้างตัวเรือน ชวนให้นึกถึงดีไซน์ที่กล้าหาญและล้ำสมัยของทศวรรษ 1970

สำหรับ HM8 Mark 2 นี้ ถือเป็นสุดยอดแห่งสายเลือดนักแข่ง เรือนเวลานี้หลอมรวมสไตล์ตัวถังรถยนต์อันเป็นเอกลักษณ์ของ HM5 รูปทรงกะทัดรัดที่คำนึงถึงการยศาสตร์จาก HMX และกลไกที่เผยให้เห็นภายในอัน “มีชีวิตชีวา” ของ HM8 ซึ่งมาพร้อมโรเตอร์ขึ้นลานอัตโนมัติบนหน้าปัด

ทั้งหมดนี้ถูกประกอบขึ้นภายใต้โครงสร้างที่เพรียวบางราวกับแซนด์วิช ทำให้ HM8 Mark 2 เป็นเสมือนซูเปอร์คาร์ข้อมืออย่างแท้จริง นอกจากนี้ ยังเปรียบเสมือน นาฬิกาสำหรับนักขับตัวจริง ด้วยหน้าปัดบอกเวลาด้านข้างที่ช่วยให้คุณอ่านเวลาได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย

วิศวกรรมอันล้ำลึก หัวใจแห่ง HM8 Mark 2 Purple

HM8 Mark 2 ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความงามภายนอก แต่ยังอัดแน่นด้วยวิศวกรรมอันซับซ้อนที่บรรจุไว้ในทุกมิติ ตัวเรือน สร้างสรรค์จาก ไทเทเนียมเกรด 5 ผสานแผง CarbonMacrolon® ซึ่งในรุ่น Limited Edition ปี 2025 นี้มาในสีม่วงสด ขนาด 47 x 41.5 x 19 มม. และประกอบขึ้นจากชิ้นส่วน 42 ชิ้น

กระจกแซฟไฟร์ทุกด้านได้รับการเคลือบสารกันแสงสะท้อนทั้งสองด้าน เพื่อความชัดเจนสมบูรณ์แบบ ระบบเม็ดมะยม “Double Disengagement” ยังเป็นนวัตกรรมเฉพาะที่ช่วยให้การปรับตั้งค่าเป็นไปอย่างง่ายดายและปลอดภัย ตัวเรือนออกแบบมาให้กันน้ำได้ลึก 30 เมตร

หัวใจแห่งการบอกเวลาคือ “เครื่องจักรกลแห่งการบอกเวลาแบบสามมิติ” ที่พัฒนาโมดูลหลักโดย MB&F เอง โดยใช้กลไกพื้นฐานจาก Girard-Perregaux กลไกนี้โดดเด่นด้วยการแสดง ชั่วโมงแบบกระโดดสองทิศทาง (Bi-directional jumping hours) และ นาทีแบบลาก (Trailing minutes) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ

การแสดงผลอันน่าทึ่งนี้จะถูกฉายขึ้นในแนวตั้งบริเวณด้านข้างตัวเรือนผ่าน ปริซึมคริสตัลแซฟไฟร์ (Sapphire crystal prisms) สะท้อนแสงคู่พร้อมเลนส์ขยายในตัว ทำให้ผู้ใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักขับ สามารถเหลือบมองเวลาได้อย่างสะดวกสบายโดยไม่ต้องละสายตาจากสิ่งรอบข้าง

MB&F HM8 Mark 2 Purple: เมื่อซูเปอร์คาร์โลดแล่นบนข้อมือ

กลไกนี้ขับเคลื่อนด้วยโรเตอร์ขึ้นลานอัตโนมัติรูปขวานรบอันเป็นเอกลักษณ์ที่ทำจากทอง 22K สำรองพลังงานได้ถึง 42 ชั่วโมง และเดินด้วยความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง (4 Hz) โดยรวมแล้ว กลไกอันซับซ้อนนี้ประกอบด้วยชิ้นส่วน 247 ชิ้น และทับทิม 30 เม็ด

สำหรับการใช้งาน ผู้สวมใส่สามารถขึ้นลานนาฬิกาได้โดยการปลดล็อกเม็ดมะยมด้วยการกดเข้าไปแล้วหมุนทวนเข็มนาฬิกา เมื่อปลดล็อกแล้ว (ตำแหน่ง 1) ให้หมุนเม็ดมะยมตามเข็มนาฬิกาสองสามครั้งเพื่อขึ้นลาน ส่วนการตั้งเวลา เพียงดึงเม็ดมะยมออกมา (ตำแหน่ง 2) แล้วสามารถหมุนเพื่อตั้งเวลาไปข้างหน้าหรือถอยหลังได้ เมื่อเสร็จสิ้นการตั้งค่า ให้ดันเม็ดมะยมกลับเข้าไปจนสุดแล้วหมุนตามเข็มนาฬิกาเพื่อล็อกให้เข้าที่อย่างแน่นหนา

ปิดท้ายด้วย สายยางสีขาว ที่ได้รับการคัดสรรมาเป็นพิเศษ เพื่อมอบทั้งความสบายสูงสุดในการสวมใส่ และเสริมความโดดเด่นของตัวเรือนสีม่วงให้สะดุดตายิ่งขึ้น พร้อมหัวเข็มขัดแบบเข็มที่ทำจากไทเทเนียม เพื่อความแข็งแรงและน้ำหนักเบา

และนี่คือเรื่องราวของ HM8 Mark 2 Purple ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่นาฬิกาบอกเวลา แต่ยังเป็นงานศิลปะที่บอกเล่าความฝัน ความหลงใหล และนวัตกรรมที่ไร้ขีดจำกัด สวมใส่ซูเปอร์คาร์บนข้อมือของคุณ แล้วคุณล่ะ…พร้อมที่จะสัมผัสประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครนี้แล้วหรือยัง?

ข้อมูลทางเทคนิค
HM8 Mark 2 Purple

ตัวเรือน: ไทเทเนียมเกรด 5 ผสาน CarbonMacrolon® สีม่วงสด ขนาด 47 x 41.5 x 19 มม. พร้อมกระจกแซฟไฟร์เคลือบกันสะท้อนทุกด้าน และระบบเม็ดมะยม “Double Disengagement” กันน้ำ 30 เมตร

หน้าปัด: แสดง ชั่วโมงแบบกระโดดสองทิศทาง และ นาทีแบบลาก ในแนวตั้งด้านข้างตัวเรือน ผ่าน ปริซึมคริสตัลแซฟไฟร์ พร้อมเลนส์ขยาย เพื่อการอ่านค่าที่สะดวกสำหรับนักขับ

กลไก: “เครื่องจักรกลแห่งการบอกเวลาแบบสามมิติ” พัฒนาโดย MB&F (ใช้กลไกพื้นฐาน Girard-Perregaux) มาพร้อมโรเตอร์ทอง 22K สำรองพลังงาน 42 ชั่วโมง ความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง (4 Hz) ประกอบด้วย 247 ชิ้นส่วน และ 30 ทับทิม

สาย: มาพร้อม สายยางสีขาว มอบทั้งความสบายในการสวมใส่และเสริมความโดดเด่นของตัวเรือนสีม่วง พร้อมหัวเข็มขัดแบบเข็มทำจากไทเทเนียมเพื่อความแข็งแรง

“ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง”

ภาพ | MB&F

Share post:

More like this

เมื่อความขัดแย้งกลายเป็นอัตลักษณ์ นี่คือคู่สีที่จัดจ้านที่สุดบนหน้าปัด H. Moser & Cie.

การโคจรมาพบกันของสีม่วงเบอร์รีลึกและสีเหลืองค็อกเทล บนตัวเรือนสปอร์ตขนาด 40 มิลลิเมตรที่สะท้อนทัศนคติแห่งความขี้เล่น

Arnold & Son HM London Skyline Limited Edition: จากลอนดอนยุควิกตอเรียนสู่มหานครร่วมสมัย ผ่านหน้าปัดที่เปลี่ยนเรื่องราวตามแสงและความมืด

Arnold & Son และ The Limited Edition ถ่ายทอดเรื่องราวของลอนดอนผ่าน HM London Skyline นาฬิกาลิมิเต็ดเอดิชันที่ใช้หน้าปัด Mother-of-Pearl และเทคนิคเรืองแสงเผยเมืองสองยุค พร้อมกลไกไขลานบางเฉียบสำรองพลังงาน 90 ชั่วโมง

Protected: เมื่อ TAG Heuer ประกาศเปิดตัวนาฬิการุ่นพิเศษส่งตรงเพื่อนักสะสมชาวไทยโดยเฉพาะกับ TAG Heuer Carrera Chronograph Thailand Limited Edition

พาไปชมรายละเอียดและวิเคราะห์แนวคิดของ TAG Heuer Carrera Chronograph Thailand Limited Edition นาฬิการุ่นพิเศษที่หยิบยกประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ตของ "พระองค์พีระ" และทีมหนูขาว มาตีความเป็นงานดีไซน์ร่วมสมัยได้อย่างน่าสนใจ

พาชมโปรเจกต์หุ่นยนต์ผู้พิทักษ์เวลา MB&F HM12 The Guardian ผลงานเซ็ตคู่ที่ประกอบด้วยนาฬิกาทูร์บิญอง และหุ่นยนต์ตั้งโต๊ะฟังก์ชันครบ

บทความวิเคราะห์เจาะลึก MB&F HM12 The Guardian ผลงานนาฬิกาข้อมือทูร์บิญองหน้ากากกลไกที่มาพร้อมหุ่นยนต์ตั้งโต๊ะหนัก 15 กิโลกรัม เผยเบื้องหลังแนวคิดจากยุค 80s และข้อมูลอินไซด์ที่แบรนด์ยอมเฉือนกำไรเพื่อสร้างสิ่งสะสมแห่งอนาคต