ROLEX 24 AT DAYTONA ปี 2025 เปิดฉากฤดูกาลแข่งรถที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นด้วย “ศึกประลองความเร็วแรงสุดเร้าใจ”
ในวันเสาร์ที่ 25 มกราคม เวลา 13.40 น. ตามเวลาท้องถิ่นรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา บรรยากาศธงเขียวโบกสะบัด และเสียงคำรามของเครื่องยนต์จากรถแข่งทุกคันเป็นสัญญาณเริ่มต้นการแข่งขัน Rolex 24 At DAYTONA ในปีนี้ การแข่งขันสุดคลาสสิกนี้ไม่เพียงแต่เป็นสนามทดสอบกำลังใจอันแข็งแกร่งและทักษะอันเฉียบขาดแม่นยำของนักแข่งเท่านั้น
แต่ยังเป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและการไล่ล่าความเป็นเลิศ Rolex เป็นพันธมิตรของสนามประชันความเร็ว Daytona International Speedway® และยกย่องความมุ่งมั่นทุ่มเทของนักแข่งและทีมงาน
เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของสมรรถนะมาอย่างต่อเนื่องกว่า 6 ทศวรรษ และได้ประกาศความร่วมมือในฐานะผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ ในปี 1992 และตอกย้ำความเป็นพันธมิตรอันแน่นแฟ้นและความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนกีฬาแห่งความเร็วของ Rolex
ในฐานะส่วนหนึ่งของพันธสัญญาระยะยาวกับวงการมอเตอร์สปอร์ต Rolexได้ให้การสนับสนุนนักแข่งผู้มากความสามารถมาตลอดจากรุ่นสู่รุ่น โดยมี Jamie Chadwick ซึ่งเป็น Rolex Testimonee เข้ารับตำแหน่ง Grand Marshal และทำหน้าที่ประกาศคำสั่งเตรียมออกสตาร์ทที่คอกีฬาผู้รักในความเร็วแรงต่างคุ้นเคยที่ว่า “Drivers, start your engines”
ในการแข่งขันชิงตำแหน่งจ้าวแห่งความเร็วอันทรงเกียรติ ที่ผู้เข้าแข่งขันต้องประลองความทรหดภายในสนามแข่งอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง” โดย Chadwick ซึ่งจะเข้าร่วมการแข่งขันในรายการ European Le Mans Series 2025 กล่าวว่า

“ฉันติดตามการแข่งขัน Rolex 24 มาหลายปี การได้เป็น Grand Marshal และได้ชมการแข่งขันด้วยตัวเอง จะเป็นสิ่งที่ฉันจะจดจำไปตลอดชีวิต มันน่าประทับใจมากที่ได้เห็นว่า การแข่งขันนี้ยากลำบากขนาดไหน ทั้งเส้นทางที่ท้าทาย ทางโค้งที่ลาดชัน และจำนวนชั่วโมงที่ต้องขับในความมืด ฉันอยากกลับมาที่นี่ในฐานะนักแข่ง และมีโอกาสคว้านาฬิกา Daytona ในฐานะ Rolex Testimonee ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดที่สมควรได้รับอย่างแท้จริง”
Frank Kelleher ประธานของ Daytona International Speedway® ได้แชร์ความชื่นชมในตัวนักแข่งชาวอังกฤษเมื่อเธอเริ่มบทบาท Grand Marshal โดยกล่าวว่า
“Jamie Chadwick คือผู้แทนที่แท้จริงของมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก และเป็นตัวแทนที่สมบูรณ์แบบในการดำรงตำแหน่ง Grand Marshal Jamie เป็นแชมป์ในสนามแข่งตั้งแต่วันแรกของการเริ่มต้นเส้นทาง และเธอยังเป็นผู้นำในการส่งเสริมความเสมอภาคในการแข่งรถตลอดอาชีพการงานของเธอ”

ในปี 2025 Rolex ได้กระชับความสัมพันธ์กับวงการมอเตอร์สปอร์ตและ Rolex 24 At DAYTONA ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นด้วยการดำรงฐานะเรือนเวลาอย่างเป็นทางการของ International Motor Sports Association (IMSA) โดย Scott Pruett นักแข่งผู้คว้าชัยชนะรวมทั้งหมด 5 ครั้งในรายการนี้และสมาชิก Hall of Fame ของ IMSA ได้แชร์ความรู้สึกของเขาว่า
“ผมรู้สึกตื่นเต้นมากเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่าง Rolex และ IMSA นี่เป็นเรื่องที่มีความหมายสำหรับผมมาก เพราะผมได้ใช้เวลาทั้งหมดในอาชีพการแข่งรถของผมในแชมเปี้ยนชิพของ IMSA รวมถึง Rolex 24 At DAYTONA และการตั้งเป้าหมายที่จะได้ครอบครองนาฬิกา Rolex ที่สนามแข่ง
ทั้ง Rolex และ IMSA ต่างมีพันธสัญญาที่จะสืบทอดความยิ่งใหญ่เกรียงไกรระดับตำนานของกีฬาแข่งรถ และทั้งสององค์กรต่างก็เป็นผู้นำที่มั่นคงในการขับเคลื่อนมอเตอร์สปอร์ตไปข้างหน้า”
ในฐานะองค์กรที่ควบคุมการแข่งขัน ซึ่งมี Rolex 24 At DAYTONA เป็นรายการแข่งขันชิงจ้าวความเร็วที่สำคัญที่สุด IMSA มุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับสังคมในวงกว้าง ซึ่งคลาสสูงสุดของ IMSA อย่าง Grand Touring Prototype (GTP) คือเครื่องพิสูจน์ถึงการพัฒนาเทคโนโลยีที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของสนามแข่ง


Rolex 24 At Daytona 2025 เปิดฤดูกาลประลองความเร็วแรงสุดเร้าใจ
ในปีนี้ เราได้เห็นจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันอันทรหด ของการแข่งรถแบบเอ็นดูแรนซ์ เมื่อบรรดาแบรนด์ผู้ผลิตยานยนต์และทีมนักแข่งชั้นนำ ต่างตบเท้ากลับเข้ามาร่วมแข่งขันกันอย่างคึกคัก ซึ่งเป็นการแสดงถึงความก้าวหน้าที่ไม่หยุดยั้งและการพัฒนานวัตกรรมในระดับสูงสุดของวงการนี้
ท่ามกลางสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงตลอด 24 ชั่วโมง จากค่ำคืนที่หนาวเหน็บและสายลมแรง สู่เช้าวันใหม่ที่แดดจัดจ้า การแข่งขันที่ยาวนานตลอดวันกลายเป็นการวิ่งสปรินท์สุดเดือดในช่วงโค้งสุดท้าย ทักษะและความกล้าหาญถูกกระตุ้นถึงขีดสุด จนในที่สุดรถ Porsche 963 หมายเลข 7 ของทีม Porsche Penske Motorsport ก็สามารถคว้าชัยรับถ้วยเกียรติยศไปครองติดต่อกันเป็นปีที่สอง
ทีม Acura Meyer Shank Racing หมายเลข 60 กับ Acura ARX-06 ทะยานเข้าเส้นชัยในอันดับสอง ตามมาติด ๆ กับ Porsche Penske Motorsport หมายเลข 6 ใน Porsche 963 ที่ปิดเกมในอันดับสาม
ผู้เข้ารอบร่วมกับผู้ชนะวิ่งวนรอบสนามแข่งทรงวงรีสามรอบในสนาม Tri-oval track ครบ 781 รอบ ตีเป็นระยะทาง 5.73 กิโลเมตร (3.56 ไมล์) ทำให้เห็นว่าความอดทนและความแม่นยำคือกุญแจสำคัญในเกมนี้
การเชื่อมโยงที่ยาวนานของ Rolex กับ Daytona ได้เติบโตขึ้นตั้งแต่ทศวรรษ 1930 เกือบหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา เมื่อ Sir Malcolm Campbell ได้ทำลายสถิติโลกในสนามแข่งความเร็วบนบกหลายรายการ ขณะขับรถ Bluebird บนชายหาด Daytona โดยสวม Rolex Oyster อยู่บนข้อมือ
ความร่วมมือทางประวัติศาสตร์นี้ได้วางรากฐานสำหรับความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนของ Rolex กับมอเตอร์สปอร์ต ซึ่งสะท้อนโดยเป็นประเพณีที่ถือปฏิบัติสืบต่อกันมา ที่ผู้คว้าชัยในการแข่งขัน Rolex 24 At DAYTONA จะก้าวขึ้นสู่โพเดียมและรับมอบนาฬิกา Daytona เรือนพิเศษที่สลักข้อความไว้ เพื่อเป็นเกียรติแก่ชัยชนะในบททดสอบแห่งความแข็งแกร่งไม่ย่อท้อของมนุษย์

Tom Kristensen, Rolex Testimonee และเจ้าของสถิติชนะเลิศ 9 ครั้งในรายการ 24 Hours of Le Mans ได้พูดถึงความสัมพันธ์ของแบรนด์กับ Rolex 24 At DAYTONA ว่า
“Rolex เป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันนี้ตั้งแต่เริ่มต้น และความสัมพันธ์นี้เป็นการจับคู่ที่สมบูรณ์แบบ ทั้งสองฝ่ายร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งที่ยิ่งใหญ่ ควรค่าแก่การสืบทอดไว้มากมาย และต่างฝ่ายต่างให้การสนับสนุนซึ่งกันและกันไปตลอดเส้นทางนี้”

77 AO Racing, Porsche 911 GT3 R (992), GTD Pro; Laurin Heinrich (DEU), Klaus Bachler (AUT), Alessio Picariello (BEL)



ROLEX และมอเตอร์สปอร์ต
ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่าง Rolex และมอเตอร์สปอร์ตเริ่มต้นตั้งแต่ความสำเร็จในการทำลายสถิติความเร็วบนบกของ Sir Malcolm Campbell ในทศวรรษ 1930 เมื่อเขากลายเป็นนักขับคนแรกที่ทำลายกำแพงความเร็ว 300 ไมล์ต่อชั่วโมง (483 กิโลเมตร/ชั่วโมง) ขณะขับรถ Bluebird ของเขา
ตั้งแต่นั้นมา การสนับสนุนจากแบรนด์ได้ขยายขอบเขตออกไปและครอบคลุมไปสู่บุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการกีฬา รายการแข่งขันที่ได้ชื่อว่าเป็นบทพิสูจน์ความแข็งแกร่งทรหด รวมทั้งกิจกรรมที่สำคัญๆ ในวงการ
การเชื่อมโยงนี้รวมถึง FIA World Endurance Championship (WEC), International Motor Sports Association (IMSA) และการแข่งขันที่เป็นส่วนหนึ่งของ Triple Crown of Endurance Racing – Rolex 24 At DAYTONA, 12 Hours of Sebring และ 24 Hours of Le Mans ในช่วงเวลาเกือบสามทศวรรษ
Rolex ยังได้ให้การสนับสนุนงานแข่งรถคลาสสิกที่เต็มไปด้วยความมีสง่า งดงาม และเปี่ยมด้วยขนบประเพณี เช่น Pebble Beach Concours d’Elegance®, The Quail, A Motorsports Gathering, Rolex Monterey Motorsports Reunion
และ Goodwood Revival Rolex ได้ต้อนรับตำนานมอเตอร์สปอร์ตอย่าง Sir Jackie Stewart เข้าสู่ครอบครัว Testimonees ในปี 1968 ก่อนที่จ้าวแห่งความเร็วผู้ประสบความสำเร็จอย่างสูงคนอื่น ๆ จะตบเท้าตามรอยเข้าสู่ครอบครัว Rolex Testimomee
ไม่ว่าจะเป็น Tom Kristensen แชมป์ 24 Hours of Le Mans ผู้คว้าชัยชนะถึง 9 สมัย Mark Webber แชมป์ FIA World Endurance 2015 และผู้ชนะ Grand PrixTM หลายครั้ง Jenson Button แชมป์ FIA Formula 1® Drivers’ World Champion ปี 2009 ผู้ที่กำลังแข่งขันในสนามเอ็นดูแรนซ์
และในปี 2022 แบรนด์ Rolex ได้ต้อนรับนักขับหญิงชั้นนำ Jamie Chadwick ผู้ชนะการแข่งขัน Indy NXT และแชมป์ W Series 3 สมัย เข้าสู่ทีม Testimonees ของแบรนด์


ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง
ที่มา: Rolex

