Zenith Shines Bright at LVMH Watch Week

Date:

เผยโฉม El Primero สองรุ่นใหม่ ที่ผสานเอกลักษณ์กับความล้ำสมัยได้อย่างลงตัว

ปีนี้ Zenith ขนทัพเรือนเวลาซิกเนเจอร์มาเฉิดฉายในงาน LVMH Watch Week พร้อมเปิดตัว El Primero Chronograph รุ่นใหม่ล่าสุดถึงสองรุ่น ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ตลาดยุคใหม่ได้อย่างเหนือชั้น ไม่ว่าจะเป็น steel integrated sports model สไตล์สปอร์ตสุดทันสมัย หรือเวอร์ชัน gold case สุดหรูที่มาพร้อม rainbow

Written by Lee Sheng | Jan 22, 2025

Defy Skyline Chronograph Skeleton

เริ่มต้นด้วยตัวเต็งขวัญใจแฟน ๆ อย่าง Defy Skyline Chronograph Skeleton เรือนเวลาที่หลายคนรอคอยมานานจนต้องบอกว่า “สมการรอคอย” ด้วยดีไซน์สุดเท่ที่มาพร้อม integrated bracelet, angular bezel, หน้าปัด skeletonized, และ chronograph ทุกองค์ประกอบถูกหลอมรวมอย่างลงตัว สื่อถึงนิยามแห่งความดุดันที่บ่งบอกความเป็นชายได้อย่างไร้ที่ติ

Zenith Shines Bright at LVMH Watch Week

หากรู้สึกคุ้นกับดีไซน์นี้ ก็ไม่แปลกเลย!

เพราะตระกูล Defy ของ Zenith มีความหลากหลาย และหลายรุ่นก็แชร์ DNA การออกแบบหรือองค์ประกอบที่คล้ายกันไว้ด้วยกัน แต่แทนที่จะเป็นข้อเสีย กลับสร้างความต่อเนื่องและเอกลักษณ์ให้กับตระกูลนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม แค่ต้องแน่ใจว่าคุณเลือกสมาชิกในครอบครัว Defy ได้ถูกใจที่สุด สำหรับคนที่ชอบ Skeletonized Chronographs คุณจะเจอความโดดเด่นในรุ่น Defy 21 กับขอบหน้าปัดทรงกลมอันเป็นเอกลักษณ์ หรือ Defy Extreme ที่มาพร้อมดีไซน์ตัวเรือนดุดันสมชื่อ และล่าสุดคือการมาถึงของนาฬิกาที่สร้างสมดุลระหว่างความสปอร์ตและความสง่างามได้อย่างสมบูรณ์แบบ นั่นก็คือ Defy Skyline Chronograph Skeleton

สิ่งสำคัญที่สุดคือ Defy Skyline Chronograph Skeleton โดดเด่นไม่เหมือนใคร แม้จะมีจุดร่วมกับนาฬิกาสปอร์ตอื่น ๆ เช่น Integrated Bracelet หรือ Angular Bezel Formula แต่รุ่นนี้ไม่ได้พยายามเลียนแบบใคร แรงบันดาลใจของมันมาจากต้นแบบของ Defy ที่สร้างชื่อให้ Zenith ตั้งแต่เมื่อ 60 ปีก่อน ซึ่งถือเป็นการเชื่อมโยงอดีตและอนาคตเข้าด้วยกันได้อย่างน่าทึ่ง

Zenith Shines Bright at LVMH Watch Week

แต่นักแสดงหลักในที่นี้ (ขอโทษที่เล่นคำหน่อย) คือหน้าปัดที่โดดเด่น ด้วยการออกแบบหน้าปัดแบบสเกเลตันและการเจาะส่วนของกลไกบางส่วน ทำให้เรือนเวลานี้ดูเหนือกว่ารุ่นที่มีหน้าปัดทึบอย่างเห็นได้ชัด มันให้ความรู้สึกสปอร์ต, เจ๋ง, และเต็มไปด้วยความสดใหม่

เหตุผลที่มันดูเข้ากันได้ดีคือการออกแบบหน้าปัดที่ซับซ้อน ซึ่งประกอบไปด้วยชิ้นส่วนหลายชิ้นที่มีความละเอียดอ่อน ช่วยแบ่งเบาความหนักของเรือนเวลา หากขาดไป หน้าตาของนาฬิกาอาจจะดูเหมือนชิ้นโลหะชิ้นเดียวกันทั้งหมด ตั้งแต่สายจนถึงตัวเรือนและหน้าปัด ดูหนาและหนักไปหมด แต่ในทางกลับกัน หน้าปัดแบบสเกเลตันที่ดูยุ่งยากกลับสร้างความสมดุลในเชิงสายตาได้ดีกว่า ทำให้ทุกอย่างดูน่ามองและกลมกลืนมากขึ้น

Zenith Shines Bright at LVMH Watch Week
หน้าปัดแบบเปิด แผ่นหลัก สะพาน และโรเตอร์แกว่งรูปดาวได้รับการออกแบบด้วยสีเฉดที่เข้ากัน © Image: Revolution
Zenith Shines Bright at LVMH Watch Week
นาฬิกา Zenith Defy Skyline Chronograph Skeleton หน้าปัดแบบเปิดสีดำ © Image: Revolution
Zenith Shines Bright at LVMH Watch Week
นาฬิกา Zenith Defy Skyline Chronograph Skeleton หน้าปัดสีน้ำเงินแบบโปร่ง © Image: Revolution

เปิดตัวสองสีใหม่สุดเท่ กับหน้าปัดสีฟ้าและเทาเข้ม จัดเต็มด้วยกลไกสุดล้ำ ทั้งสองรุ่นมาพร้อมวงแหวนโครโนกราฟและหลักชั่วโมงสีเงินที่อ่านง่ายชัดเจน ในกรณีแบบนี้ เมื่อดีไซน์เด่นอยู่แล้ว การเลือกใช้สีพื้นฐานที่มีโทนสีคลาสสิกคือตัวเลือกที่ถูกต้อง

ภายในเรือนเวลาติดตั้งกลไก El Primero 3600 ซึ่งเป็นโครโนกราฟรุ่นล่าสุดจากแบรนด์ มาพร้อมกับพลังงานสำรอง 60 ชั่วโมง แม้ว่าจะทำงานที่อัตราการเต้นสูงถึง 36,000 ครั้งต่อชั่วโมง (5 Hz) การอัปเกรดที่น่าสนใจที่สุดคือ เข็มวินาทีโครโนกราฟที่ส่องสว่าง ซึ่งหมุนรอบตัวเองในทุก ๆ 10 วินาที แทนที่จะเป็น 60 วินาทีเหมือนเดิม ทำให้สามารถอ่านค่าได้แม่นยำถึง 1/10 ของวินาที

Chronomaster Sport Rainbow

Zenith ขอนำเสนอ Chronomaster Sport Rainbow รุ่นใหม่ในปีนี้ ถึงแม้ว่าการใช้สีรุ้งจะกลายเป็นเทรนด์ที่หลายแบรนด์เลือกใช้จนดูไม่ค่อยแปลกใหม่เท่าไร แต่ทุก ๆ ครั้งที่เรามองนาฬิกาสีรุ้งเหล่านี้ มันก็อดที่จะไม่รู้สึกทึ่งไปกับความงดงามที่ปรากฏขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

Zenith Shines Bright at LVMH Watch Week
© Image: Revolution

พูดถึงเรื่องนี้แล้ว การตีความสีรุ้งของ Zenith ก็มีความแตกต่างเล็กน้อยจากที่เราคุ้นเคยกัน นาฬิกาเรือนนี้ยังคงใช้แซฟไฟร์สีรุ้งแบบบาเกตคัต (Baguette Cut) แต่เพิ่มมิติด้วยการฝังเพชรเข้าไปเพื่อเบรกความไล่สีของรุ้งอย่างลงตัว ที่น่าสนใจคือ เพชรที่ฝังอยู่มีแค่ 10 เม็ดเท่านั้น แทนที่จะเป็น 12 เม็ดตามที่เคยเห็นในตำแหน่งชั่วโมง ซึ่งทำให้เกิดลุคที่แปลกใหม่และโดดเด่นเหนือเรือนเวลารุ่นอื่น ๆ ในตลาด

พลิกนาฬิกาขึ้นมาดูที่ด้านหลัง และจะพบกับดีไซน์ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากด้านหน้าอันหรูหรา เรือนนี้จะดูเรียบง่ายกว่า เพราะมีโทนสีเงินเย็นตาและสัมผัสทางเทคนิคที่ชัดเจน พร้อมเปิดเผยส่วนประกอบของโครโนกราฟทั้งหมด ผ่านโรเตอร์สเกลเลตันและกลไกที่ถูกออกแบบให้เห็นได้อย่างชัดเจน นี่คือรูปลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบของ El Primero 3600

Zenith Shines Bright at LVMH Watch Week
© Image: Revolution
Zenith Shines Bright at LVMH Watch Week
© Image: Revolution

ข้อมูลทางเทคนิค: Defy Skyline Chronograph Skeleton
กลไก: Self-winding El Primero 3600SK, พร้อมพลังสำรอง 60 ชั่วโมง
ฟังก์ชั่น: ชั่วโมง, นาที, วินาทีย่อย, โครโนกราฟ
ตัวเรือน: ขนาด 42 มม., สเตนเลสสตีล, กันน้ำลึก 100 เมตร
สาย: สายสเตนเลสสตีลพร้อมสายยางเสริม

เรือนนี้ไม่เพียงแค่แสดงความเที่ยงตรง แต่ยังเสริมด้วยดีไซน์ที่ลงตัวและฟังก์ชั่นครบครัน พร้อมรองรับทุกการผจญภัยในชีวิตประจำวัน

ข้อมูลทางเทคนิค: Chronomaster Sport Rainbow
กลไก: El Primero 3600 ระบบออโต้ไวด์ ให้พลังงานสำรอง 60 ชั่วโมง
ฟังก์ชั่น: ชั่วโมงและนาที, วินาทีเล็ก, วันที่, โครโนกราฟ
ตัวเรือน: ขนาด 41mm, ทำจากทองคำขาว 18K, กันน้ำลึกถึง 100m
สาย: สายสแตนเลสพร้อมสายยางเสริมสำหรับลุคที่หลากหลาย

กลไกระดับตำนานที่มาพร้อมฟังก์ชั่นครบครันในเรือนเวลา 18K white gold ที่พร้อมจะพาคุณลุยไปได้ทุกที่ในสไตล์สุดคูล

“ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง”

Share post:

More like this

Hermès Arceau Cavalier en Formes ผลงานชิ้นพิเศษที่ผลิตขึ้นจำกัดเพียง 6 เรือนทั่วโลก

วิเคราะห์วิธีคิดการออกแบบหน้าปัดสามมิติตามแบบศิลปะคิวบิซึมและกลไกชั้นสูง Calibre H1924 ใน Hermès Arceau Cavalier en Formes รุ่นพิเศษตัวเรือนไวท์โกลด์ 43 มิลลิเมตร

Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph สลัดลุคนาฬิกาสปอร์ตสายลุย ลดขนาดลงมา 37 มม. จับคู่กับเฉดสีชมพูและขอบหน้าปัดเพชร

เมื่อนาฬิกาสปอร์ตสายลุยลดขนาดลงมาอยู่ที่ 37 มิลลิเมตร แต่อัดแน่นด้วยวิศวกรรมกลไกจับเวลารุ่นล่าสุด Audemars Piguet นำเสนอ Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph (Ref. 26430IS) ตัวเรือนไทเทเนียมขนาด 37 มิลลิเมตร ที่ปรับสัดส่วนความหนาเหลือเพียง 11.5 มิลลิเมตร

พักความวุ่นวายจากหน้าจอ ปรับเลนส์สายตา แล้วมาโฟกัสที่พื้นผิว และมิติภาพ วิธีเปลี่ยนบุคลิกนาฬิกา Integrated ของ Louis Erard 2340

เจาะลึกงานวิศวกรรมตัวเรือนไฮบริดไทเทเนียมและสเตนเลสสตีลที่หนาเพียง 8.95 มิลลิเมตร ของ Louis Erard 2340 พร้อมบทวิเคราะห์วิธีคิดเบื้องหลังลวดลายหน้าปัดสี Mauve และ Forest

Montblanc Iced Sea Automatic Date 0 Oxygen Limited Edition 300การผจญภัยครั้งใหม่เหนือธารน้ำแข็งสีแดง

หน้าปัดสีแดงคอรัล พร้อมเทคโนโลยี 0 Oxygen สุดล้ำ ที่มาในจำนวนจำกัด 300 เรือน ต้องยอมรับว่า หน้าปัดของคอลเลกชัน...