พร้อมแขกรับเชิญสุดพิเศษ อาเล็ก-ธีรเดช และ โบว์-เมลดา เข้าร่วมเสวนาและสาธิตบนเวที

เรือนเวลาของ Franck Muller นั้นขึ้นชื่อเรื่องความคิดสร้างสรรค์อันบรรเจิดถ่ายทอดผ่านหน้าปัดที่ทำหน้าที่ดุจผืนผ้าใบชั้นดี ทางแบรนด์ยังให้ความสำคัญกับ ‘หน้าปัด’ ชิ้นส่วนที่เป็นดั่งโฉมหน้าของเรือนเวลา ถึงขั้นมีโรงงานผลิตหน้าปัดของตัวเองตั้งอยู่ ณ เลส์ บัวส์ เลยทีเดียว ภายในงาน Bangkok Watch Week 2026 นี้ Nicolas Rudaz ซีอีโอของแบรนด์พาช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญในการลงสีบนหน้าปัดมาให้เหล่าคนรักนาฬิกาได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์จริง และได้เห็นว่า แต่ละสีสันบนหลักตัวเลขหลากสีที่แฟนๆ Franck Muller คุ้นตากันดีนั้น ต้องอาศัยความชำนาญและเป็นงานฝีมืออันแสนละเอียดอ่อน
ดีเอ็นเอของ Franck Muller

การเสวนาเริ่มต้นด้วยการบอกเล่าถึงตัวตนของแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นอิสระ กระบวนการผลิตแบบครบวงจรภายในโรงงานของตัวเอง นวัตกรรมอันเหนือชั้น และความใส่ใจในรายละเอียด
โดยความเป็นอิสระที่กล่าวถึงเป็นลำดับแรกนั้นไม่ได้หมายถึง อิสระในเชิงความคิดสร้างสรรค์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงความจริงที่ว่า Franck Muller เป็นแบรนด์ที่มีความเป็นอิสระสูง โดยมีผู้ถือหุ้นเพียงรายเดียว ซึ่งช่วยให้แบรนด์มีอิสระในการสร้างสรรค์อย่างไร้ขีดจำกัด ไม่ต้องรอวัสดุในการผลิตเป็นเวลานาน และสามารถตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของตลาดได้อย่างรวดเร็ว
ส่วนกระบวนการผลิตแบบครบวงจรของ Franck Muller นั้นเป็นไปในรูปแบบที่เรียกว่า Vertical Integration โดยชิ้นส่วนส่วนใหญ่ภายในโรงงานของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นสายนาฬิกา ชิ้นส่วนโลหะที่ผ่านกระบวนการปั๊มขึ้นรูป (Stampings) และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหน้าปัดนาฬิกา ซึ่งแนวทางดังกล่าวช่วยให้แบรนด์สามารถควบคุมคุณภาพ เพิ่มความรวดเร็วในการผลิต และขยายขอบเขตของความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่
Franck Muller ยังขึ้นชื่อในการผลิตนวัตกรรมเรือนเวลาที่ล้ำสมัยและเปี่ยมประสิทธิภาพ โดยเป็นแบรนด์แรกที่นำกลไกทูร์บิญองมาแสดงไว้บนหน้าปัดนาฬิกา รวมถึงการพัฒนากลไกทูร์บิญองแบบสองแกนและสามแกน และยังเป็นผู้ผลิตกลไกทูร์บิญงที่หมุนเร็วที่สุดในโลกอีกด้วย รวมถึงการนำสีสันมาตกแต่งบนหน้าปัดซึ่งถือเป็นนวัตกรรมเชิงความคิดสร้างสรรค์ที่บ่งบอกตัวตนของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี
ความคิดสร้างสรรค์คือดีเอ็นเอของ Franck Muller เราอาจไม่ใช่แบรนด์เก่าแก่ เพราะเรามีอายุเพียง 35 ปีเท่านั้น แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ เราเป็นแบรนด์ที่มีความคิดสร้างสรรค์อันโดดเด่นและเปี่ยมด้วยจินตนาการ
Nicolas Rudaz – CEO Franck Muller
และสิ่งที่ละเลยไม่ได้ก็คือ ความใส่ใจในรายละเอียด ภายใน Watch Land อันเป็นที่ตั้งของบริษัทและฐานการผลิต ทำหน้าที่ผลิตแม้กระทั่งชิ้นส่วนที่มีขนาดเล็กที่สุด เช่น น็อตและสลักเกลียวที่มีขนาดเทียบเท่าเมล็ดน้ำตาล และเฟืองพินเนียนที่มีขนาดเทียบเท่าเมล็ดน้ำตาลสองเมล็ด โดยยึดมั่นในขนบธรรมเนียมการผลิตนาฬิกาสวิสอย่างเคร่งครัด
ศิลปะอันซับซ้อนในการผลิตหน้าปัดนาฬิกา

อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นว่า Franck Muller ใส่ใจในการผลิตชิ้นส่วนหน้าปัดนาฬิกาอย่างยิ่ง ถึงขั้นมีโรงงานผลิตหน้าปัดโดยเฉพาะ เดิมทีโรงงานดังกล่าวเป็นโรงงานที่ขึ้นชื่อเรื่องการผลิตหน้าปัดให้แบรนด์นาฬิกาชั้นนำหลายแบรนด์ด้วยกัน โดย Franck Muller ได้เข้าซื้อกิจการเมื่อกว่า 25 ปีที่แล้ว ทุกวันนี้โรงงานแห่งนี้มีพนักงานมากกว่า 120 คน ซึ่งทำงานเฉพาะด้านการสร้างสรรค์หน้าปัดสำหรับ Franck Muller เท่านั้น
หน้าปัดของเรือนเวลา Franck Muller ยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงและใช้ความประณีตในกระบวนการผลิตทุกขั้นตอน โดยเฉพาะหน้าปัดของรุ่น Cintrée Curvex ที่เป็นซิกเนเจอร์อันโดดเด่นของแบรนด์ที่มีรูปทรงโค้งเว้า ทำให้กระบวนการผลิตชิ้นส่วนทุกองค์ประกอบมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่ตัวเรือน หน้าปัด ไปจนถึงกลไกนาฬิกาหน้าปัดแต่ละเรือนยังต้องผ่านกระบวนการและการเคลือบแล็กเกอร์มากกว่า 23 ชั้น โดยแต่ละชั้นจำเป็นต้องใช้เวลาในการทำให้แห้งก่อนที่จะดำเนินการในขั้นตอนถัดไป
การเพ้นต์ตัวเลขด้วยมือยังเป็นเทคนิคที่ทางแบรนด์ยึดมั่นมาโดยตลอด ตัวเลขอันเป็นเอกลักษณ์ของ Franck Muller ทุกตัวได้รับการลงสีด้วยมือ สำหรับนาฬิการุ่น Cintrée Curvex ตัวเลข 1 แต่ละตำแหน่ง เช่น ในเลข 1, 10, 11 และ 12 จะมีรูปแบบที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน จึงจำเป็นต้องมีบุคลากรเฉพาะที่ทำหน้าที่คัดแยกและจัดวางตัวเลขแต่ละตัวลงบนหน้าปัดในตำแหน่งที่ถูกต้อง แตกต่างจากแบรนด์อื่นที่อาจใช้หลักชั่วโมงที่มีรูปแบบเหมือนกัน หรือใช้ตัวเลขรูปแบบเดิมแต่นำมากลับด้าน เช่น เลข 6 และ 9 แต่ Franck Muller ให้ความสำคัญกับการออกแบบตัวเลขแต่ละตัวให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแม้กระทั่งตัวเลขที่มีรูปทรงใกล้เคียงกัน
แน่นอนว่า ทุกกระบวนการผลิตดังกล่าวต้องผ่านการฝึกฝนทักษะอย่างเข้มข้นจนกระทั่งชำนาญ โดยช่างหนึ่งคนต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งปีจึงจะสามารถพัฒนาฝีมือจนสร้างสรรค์ผลงานที่พร้อมออกสู่ตลาดได้ ในการเพ้นต์สีลงบนชิ้นส่วนเล็กจิ๋วต้องอาศัยความแม่นยำและการควบคุม กระบวนการนี้ต้องอาศัยความอดทน สมาธิ มือที่นิ่ง และการประสานงานของร่างกายอย่างแม่นยำ โดยช่างลงสีหน้าปัดจะต้องควบคุมเครื่องจักรด้วยแป้นเหยียบเพื่อปรับแรงดันของสี ขณะเดียวกันก็ยังต้องใช้มือประคองพู่กัน และต้องรักษาสมาธิในการเพ่งมองรายละเอียดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากเกิดข้อผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อยระหว่างการลงสี หน้าปัดทั้งชิ้นจะต้องถูกคัดทิ้ง และเริ่มต้นกระบวนการผลิตใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ต้น
มุมมองของแขกรับเชิญและการสาธิตสด

เมื่อได้รับฟังเบื้องหลังการผลิตหน้าปัดของ Franck Muller แขกรับเชิญทั้งสอง อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ และโบว์-เมลดา สุศรี คู่รักนักแสดงชื่อดัง ต่างแสดงความประหลาดใจอย่างมากเมื่อได้ตระหนักถึงรายละเอียดอันมหาศาล จำนวนขั้นตอนการผลิต และจำนวนบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสรรค์นาฬิกาเพียงหนึ่งเรือน โดยเฉพาะในส่วนของหน้าปัด ก่อนหน้านี้ทั้งคู่เคยคิดว่ากระบวนการดังกล่าวเป็นเพียงงานด้านเทคนิคที่ไม่ซับซ้อนมากนัก และยังรู้สึกซาบซึ้งในงานฝีมืออันละเอียดอ่อน หลังจากได้สัมผัสกระบวนการผลิตอย่างใกล้ชิด ทั้งคู่มีความเข้าใจและซาบซึ้งในทักษะฝีมือมนุษย์ ความอดทน และความคิดสร้างสรรค์ที่อยู่เบื้องหลังผลงานมากยิ่งขึ้น โดยมองว่า เบื้องหลังขั้นตอนการผลิตหน้าปัดนาฬิกานั้น สามารถเปรียบเทียบได้กับความพยายามและการทำงานเบื้องหลังของนักแสดงที่ผู้ชมมักมองไม่เห็นในอุตสาหกรรมบันเทิง

“โบว์ทำงานด้านการแสดง ซึ่งเป็นเรื่องของดนตรีและศิลปะเช่นกัน ผู้คนมักจะเห็นเพียงผลงานที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่เบื้องหลังนั้น เราต้องทำงานกับรายละเอียดมากมาย ซึ่งโบว์คิดว่าศาสตร์แห่งการผลิตนาฬิกาก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน”
โบว์-เมลดา สุศรี – นักแสดง
ต่อมาแขกรับเชิญทั้งสองได้ลองลงสีบนตัวเลขของหน้าปัด เริ่มจากการชมการสาธิตสดโดย Laurence Delaby ช่างเพ้นต์หน้าปัดระดับมาสเตอร์ผู้มีประสบการณ์ยาวนานถึง 24 ปี แสดงให้เห็นถึงความชำนาญที่ทำให้การลงสีบนตัวเลขแต่ละตัวดูเป็นเรื่องง่ายดายอย่างน่าทึ่ง จากนั้นแขกรับเชิญทั้งสองจึงได้ทดลองลงมือเพ้นต์ด้วยตนเอง ทั้งคู่กลับพบว่ากระบวนการนี้ยากอย่างยิ่ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความแม่นยำระดับสูงและความนิ่งของมือที่จำเป็นต่อการสร้างสรรค์หน้าปัดแต่ละเรือน โดย Mr. Rudaz ยังเสริมว่า โดยปกติแล้วมือของผู้หญิงมักจะนิ่งกว่า ซึ่งเมื่อจบการทดลองสัมผัสประสบการณ์จริงบนเวทีแล้วก็พบว่า มือของคุณโบผู้เป็นสุภาพสตรีนั้นมีความเสถียรมั่นคงมากกว่าจริงๆ
Q&A จากผู้ชม
Q: ทำไม Franck Muller ถึงเลือกใช้กาวแทนยางในการติดตั้งกระจกหน้าปัดนาฬิกา
A: บางครั้งจำเป็นต้องใช้กาวกับกระจกที่มีรูปทรงโค้งซับซ้อน เพื่อเพิ่มการปกป้องและทำให้ระบบกันน้ำมีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น ซึ่งกระบวนการนี้มีความท้าทายมากกว่าการติดตั้งกระจกนาฬิกาทั่วไปที่เป็นกระจกแบน
ปิดท้าย The Symposium ‘The Art of Dial Painting’ ด้วยการเชิญชวนผู้ชมไปสัมผัสประสบการณ์กางลงสีบนหน้าปัดเรือนเวลาได้ที่ Franck Muller บูติก ชั้น M สยามพารากอน ที่เปิดให้ร่วมสัมผัสประสบการณ์จริงถึงวันที่ 26 กันยายนนี้เท่านั้น
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:
ถอดบทเรียนจากการเสวนาของ Vacheron Constantin ในงาน Bangkok Watch Week 2026

