ลุคใหม่ที่ซอฟต์กว่าเดิม แต่ยังคงโดดเด่นท้าทายทุกสายตาเช่นเคย

ภายในงาน Geneva Watch Days 2026 Hublot ได้เปิดตัวนาฬิกา Big Bang รุ่นใหม่ Big Bang Original Soft Touch ที่เปลี่ยนจากลุคดุดันมาเป็นสายซอฟต์ ด้วยวัสดุยางสูตรพิเศษที่ได้รับการพัฒนาผ่านกระบวนการขึ้นรูปแบบ Overmoulding นับเป็นอีกหนึ่งความท้าทายครั้งใหญ่ของแบรนด์นาฬิกาที่หมั่นพัฒนานวัตกรรมวัสดุในแล็บของตัวเองอยู่เสมอ
วัสดุใหม่ที่นุ่มกว่าเดิม แต่ไม่ลดทอนความแข็งแกร่ง
เป็นที่ทราบกันดีว่า Hublot คือเจ้าแห่งการผสมผสานวัสดุและการก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ในการเลือกใช้วัสดุใหม่ๆ ในนาฬิกาสปอร์ตหรู สำหรับ Big Bang Original Soft Touch ในคราวนี้ Hublot เลือกเล่นกับนาฬิกาที่มาในลุคเท่ โฉบเฉี่ยว ดึงดูดสายตาเช่นเคย แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือผิวสัมผัสที่ให้ความรู้สึกนุ่มละมุนกว่าผิวสัมผัสเดิมๆ และมอบพื้นผิวที่ดูแตกต่างเป็นมาใช้ในส่วนของตัวเรือน ขอบตัวเรือน หน้าปัด และสาย




ซึ่งที่น่าแปลกใจก็คือ นาฬิการุ่นใหม่ที่ดู ‘แรง’ แต่กลับ ‘ซอฟต์’ นี้สามารถทำให้เรารู้สึกถึงความนุ่มของพื้นผิวได้ตั้งแต่แรกเห็นเท็กซ์เจอร์เนื้อกำมะหยี่บนหน้าปัด สืบทราบในภายหลังว่า เท็กซ์เจอร์ที่ให้ความรู้สึกแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดนี้คือยางสูตรพิเศษที่ได้รับการพัฒนาผ่านกระบวนการ Overmoulding ด้วยแม่พิมพ์ที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษเพื่อผสานพื้นผิวสัมผัสเข้าไปในเนื้อวัสดุโดยตรงตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต ซึ่งกระบวนการดังกล่าวแตกต่างจากการเคลือบหรือการปรับสภาพพื้นผิวทั่วไป เพราะเท็กซ์เจอร์นี้ผสานเข้าเป็นเนื้อเดียวกันโครงสร้างเนื้อวัสดุได้อย่างสมบูรณ์
เมื่อถามว่าแล้วความนุ่มพิเศษนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ก็ต้องบอกว่าเป็นเพราะโครงสร้างพื้นผิวระดับจุลภาคที่ประกอบด้วยองค์ประกอบขนาดเล็กละเอียดนับพันชิ้น ก่อให้เกิดความนุ่มนวลอย่างเหลือเชื่อ แต่ไม่ต้องกังวลเรื่องความทนทาน เพราะถึงแม้จะเน้นคุณสมบัติความนุ่มแต่ความแข็งแกร่งทนทานตามแบบฉบับของวัสดุยางจาก Hublot ก็ไม่ได้ลดประสิทธิภาพลงไปเลยแม้แต่น้อย
คุมโทนสองสีสะท้อนเอกลักษณ์ของรุ่นดั้งเดิม




ในเมื่อชูเท็กซ์เจอร์รูปแบบใหม่ให้โดดเด่นแล้ว สีสันที่เลือกใช้ใน Big Bang Original Soft Touch ก็เลือกที่จะคงเอกลักษณ์ของนาฬิการุ่นต้นฉบับอย่าง Big Bang Original ไว้ อย่างในเวอร์ชัน All Black ที่เรามักจะเห็นสีคุมโทนดำเท่ขรึมทั่วทั้งตัวเรือนจรดสายอยู่บ่อยครั้งบนโมเดลนี้ คราวนี้สี All Black ที่เท่ตลอดกาลก็ยังคงถูกนำมาใช้ในนาฬิกา Big Bang Original สายซอฟต์รุ่นล่าสุด โดยเลือกคุมโทนดำตั้งแต่ ตัวเรือนไทเทเนียมสีดำสนิท ปุ่มกดเคลือบ DLC สีดำ และโครงสร้างยาง Soft Touch ที่มอบสัมผัสนุ่มนวลที่คอนทราสต์กับสีดำเคร่งขรึม กลายเป็นความขัดแย้งที่แปลกใหม่
ส่วน All Red ที่คุมโทนสีแดงก่ำนั้นได้แรงบันดาลใจจากวัสดุไฮเทคเซรามิกที่ Hublot สร้างสรรค์ขึ้นในปี 2018 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของโลกที่วัสดุเซรามิกสามารถใส่สีสันเจิดจ้าได้ขนาดนี้ ซึ่งต้องบอกว่า สีแดงของ Big Bang Original Soft Touch All Red นั้นไม่ได้แดงสดจัดแบบรถสปอร์ตสีแดงฉานอย่างที่เราคุ้นเคยกันดีกับสี Red Ceramic ของ Hublot แต่มาในสีแดงในโทนเบอร์กันดีที่ไปกันได้ดีกับผิวสัมผัสกำมะหยี่บนหน้าปัดลายตารางที่สร้างความรู้สึก ‘นุ่ม’ ในทันทีที่เห็น
กลไกอินเฮาส์ที่เชื่อถือได้
หัวใจที่ขับเคลื่อน Big Bang Original Soft Touch ยังคงเป็นกลไกที่ได้รับความไว้วางใจในโมเดลนี้มาแล้วหลายเจเนอเรชัน นั่นก็คือกลไกโครโนกราฟ Unico ซึ่งพัฒนาและผลิตขึ้นภายในโรงงานของ Hublot ทั้งหมด มาพร้อมสิทธิบัตรถึง 5 รายการเข้าไว้ด้วยกัน เอกลักษณ์เฉพาะของกลไก Unico ยังอยู่ครบ ไม่ว่าจะเป็น คอลัมน์วีล คลัตช์แบบคู่ โครงสร้างแบบหลายเลเยอร์ ชุดเฟืองที่ได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพ และโรเตอร์ทังสเตนแบบฉลุโปร่งเป็นรูปทรงตัว H โดยมอบพลังงานสำรองได้ยาวนาน 72 ชั่วโมง
นี่จึงเป็นการปรับลุคใหม่ที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะมันสามารถมอบความแตกต่างทางรูปลักษณ์และผิวสัมผัส สามารถพิสูจน์ให้เราเห็นว่า การก้าวข้ามขีดจำกัดทางวัสดุนั้นสามารถทำให้นาฬิกาโมเดลที่คุ้นตาเปลี่ยนแปลงไปอย่างคาดไม่ถึง
ข้อมูลทางเทคนิค


- รหัส: 431.RXR.2770.RX.VEL และ 431.RXN.2740.RX.VEL
- กลไก: โครโรกราฟไขลานอัตโนมัติ HUB1280 Unico สำรองพลังงาน 72 ชั่วโมง
- ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมง นาที วินาที และโครโนกราฟ
- ตัวเรือน: ตัวเรือนไทเทเนียมขึ้นรูปหุ้มด้วยยางสีแดงหรือดำ ผิวสัมผัสแบบกำมะหยี่ ขนาด 43 มม.
- สาย: สายยางสีแดงหรือดำ ผิวสัมผัสกำมะหยี่ พร้อมตัวล็อกบานพับไทเทเนียม
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:
หมาป่าผู้หิวโหยแห่งแดนบูรพา Konstantin Chaykin Hungry Wolf
เผยโฉม Navitimer B09 Chronograph 41 Tribute ลิมิเต็ดเอดิชัน 500 เรือนทั่วโลก ในวาระครบรอบ 100 ปี Miles Davis
เมื่อแมงป่องสีทองอวดโฉมเกราะใหม่ URWERK UR-150 หวนคืนสู่เวทีด้วยตัวเรือนเยลโลว์โกลด์

