Introducing: พาชมความประณีตบนตัวเรือนเหล็กของ Speake-Marin Ripples Portobello จิตวิญญาณลอนดอนในเฉดสีลาเวนเดอร์ 

Date:

สถาปัตยกรรมตัวเรือน “La City” และกลไกไมโครโรเตอร์อันเพรียวบาง

หากพูดถึงคอลเลกชัน Ripples ของแบรนด์อิสระจากเจนีวาอย่าง Speake-Marin นักสะสมมักจะนึกถึงพื้นที่แห่งการทดลองทางสีสันที่กล้าหาญ และสำหรับผลงานล่าสุดอย่าง Ripples Portobello แบรนด์ได้พาเราเดินทางไปซึมซับบรรยากาศของย่าน Notting Hill ในลอนดอน โดยหยิบเอาเสน่ห์ของตลาดนัดบนถนน Portobello Road ที่เต็มไปด้วยตึกรามบ้านช่องสีพาสเทลและส่วนผสมอันลงตัวระหว่างความเก่าและใหม่ มาตีความประทับลงบนเรือนเวลา

ผลลัพธ์ที่ได้คือการจับคู่กันระหว่าง หน้าปัดสีม่วงลาเวนเดอร์อ่อน (Soft Lavender) และตัวเรือนเหล็กทรงดีไซน์เฉพาะตัว เพื่อเป็นคำตอบของแบรนด์ต่อกระแสนาฬิกาสปอร์ตสายเหล็กแบบร่วมสมัย

มิติระลอกคลื่นสีลาเวนเดอร์และการจัดวางที่แตกต่าง

พระเอกของรุ่นนี้คือตัวหน้าปัดที่ทำจากฐานทองเหลืองชุบโรเดียม นำมาแกะสลักอย่างประณีตด้วยมือเป็นลวดลายระลอกคลื่นแนวนอนแบบสามมิติจำนวน 12 ร่องคลื่นอันเป็นลายเซ็นของตระกูล Ripples พร้อมแต่งผิวสัมผัสแบบซาติน (Satin-finished) ก่อนจะเคลือบด้วยแลกเกอร์สีม่วงลาเวนเดอร์โปร่งแสง (Translucent Lavender Lacquer) ทับลงบนพื้นรองสีเงิน กระบวนการนี้ทำให้สีม่วงบนหน้าปัดสามารถเปลี่ยนระดับความเข้มและสะท้อนมิติของแสงเงาได้อย่างลุ่มลึกยามข้อมือขยับ

รายละเอียดบนหน้าปัดสะท้อนเอกลักษณ์ของ Maison นับตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์ในปี 2002 ไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น

  • Small Seconds at 1:30: หน้าปัดย่อยบอกวินาทีถูกจัดวางแบบอสมมาตรไว้ที่ตำแหน่ง 1:30 นาฬิกา ตกแต่งด้วยลาย Sunray และล้อมกรอบด้วยวงแหวนไดมอนด์คัทชุบโรเดียมอย่างคมชัด
  • Signature Hands: เข็มชั่วโมงและนาทีขัดเงา โดยที่ปลายเข็มชั่วโมงยังคงรักษารูปทรง “หัวใจ” (Heart-shaped) อันเป็นเครื่องหมายการค้าสำคัญของแบรนด์เอาไว้
  • Indices & Track: หลักชั่วโมงทำจากโรเดียมเหลี่ยมเพชร ควบคู่ไปกับสเกลนาทีรอบนอกสีลาเวนเดอร์ตัดด้วยจุดกลมสีขาวประกายเงา

สถาปัตยกรรมตัวเรือน “La City” และกลไกไมโครโรเตอร์อันเพรียวบาง

ในส่วนของตัวเรือนของ Ripples Portobello นั้นจะมาในรูปทรงที่เรียกว่า “La City” ซึ่งออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง Stéphane Lacroix โดยใช้ชิ้นส่วนประกอบกันถึง 40 ชิ้น ซึ่งโครงสร้างเป็นการผสมผสานระหว่างรูปทรงเรขาคณิต โดยนำขอบตัวเรือนทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่ลบมุมให้โค้งมน (Square-rounded bezel) ปัดเงาสลับด้าน มาวางซ้อนอยู่บนโครงตัวเรือนทรงกลม ผลิตจากสเตนเลสสตีล มีขนาดหน้าตัก 40.3 มิลลิเมตร และมีความบางเฉียบเพียง 9.20 มิลลิเมตร เท่านั้น สามารถกันน้ำได้ระดับ 5 ATM (50 เมตร) ด้วยเม็ดมะยมแบบขันเกลียว

ความบางระดับต่ำกว่า 10 มิลลิเมตรนี้เกิดขึ้นได้จากการเลือกใช้กลไกอินเฮ้าส์อัตโนมัติรหัส Calibre SMA03-T ซึ่งคิดค้นและประกอบขึ้นโดย Le Cercle des Horlogers โรงงานผลิตกลไกของแบรนด์ในเมือง La Chaux-de-Fonds

ถัดมาทางด้านของตัวกลไกใช้ระบบไมโครโรเตอร์ที่ทำจากทังสเตน (Tungsten Micro-rotor) ฝังรวมเป็นเนื้อเดียวกับแท่นเครื่อง พร้อมแกะสลักลวดลายด้วยเลเซอร์ สามารถสำรองพลังงานได้ราว 52 ชั่วโมง ทำงานด้วยความถี่ 4 Hz (28,800 ครั้งต่อชั่วโมง) งานขัดแต่งหลังบ้านผ่านกระจกแซฟไฟร์เคลือบสารกันสะท้อนทำได้อย่างงดงาม ทั้งการทำลาย Côtes de Genève ขนาด 3 มิลลิเมตรบนสะพานเครื่องชุบโรเดียม และงานลบมุมขัดเงาด้วยมือ (Hand-beveled edges)

สายหนังปั๊มลายเดนิม 

ต้องบอกว่าความเข้ากันได้ดีของธีม Portobello นั้นถูกส่งต่อมายังสายนาฬิกา รุ่นนี้สลัดภาพสายเหล็กแบบผสานเดิมๆ แล้วจับคู่กับ สายหนังสีม่วงลาเวนเดอร์ที่ปั๊มลายผ้าเดนิม (Lavender leather strap with embossed denim motif) เย็บตะเข็บด้วยด้ายสีโทนเดียวกัน และล็อกข้อมือด้วยบานพับล็อกสเตนเลสสตีล ซึ่งตัวสายเดนิมสีลาเวนเดอร์นี้ช่วยขับเน้นอารมณ์ความนุ่มนวลแบบพาสเทลและจิตวิญญาณแห่งแฟชั่นสตรีทของลอนดอนออกมาได้อย่างชัดเจนที่สุด

หลังจากที่ได้เห็นภาพของ Speake-Marin Ripples Portobello แล้ว ถือเป็นหนึ่งในงานดีไซน์ที่ชัดเจนในตัวเอง นี่คือนาฬิกาที่สร้างขึ้นจากคอนเซปต์ของ “เฉดสี” และ “สถานที่” โดยมีงานวิศวกรรมกลไกชั้นสูงระดับอินเฮ้าส์คอยรองรับอยู่เบื้องหลังอย่างแน่นหนา

สำหรับคุณผู้อ่านและแฟนๆ แล้ว คิดเห็นยังไงกับการที่แบรนด์สปอร์ตหรูหันมาใช้หน้าปัดสีม่วงลาเวนเดอร์คู่กับสายหนังลายเดนิมแบบนี้ ถือเป็นความสดใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย หรือคุณคิดว่านาฬิกาทรง La City นี้จะดูลงตัวกว่าเมื่ออยู่บนสายเหล็กแบบดั้งเดิม?

ข้อมูลทางเทคนิคSpeake-Marin Ripples Portobello (Ref. 604015600)
ตัวเรือนสเตนเลสสตีล ทรง La City ขนาด 40.3 มม. หนา 9.20 มม.
หน้าปัดทองเหลืองชุบโรเดียมทำสีม่วงลาเวนเดอร์ แกะลายลอนคลื่น 12 ร่อง
การกันน้ำ5 ATM (50 เมตร) เม็ดมะยมขันเกลียว
กลไกอินเฮ้าส์อัตโนมัติ Calibre SMA03-T (ไมโครโรเตอร์ทังสเตน)
พลังงานสำรองประมาณ 52 ชั่วโมง
สายนาฬิกาสายหนังสีลาเวนเดอร์ปั๊มลายเดนิม พร้อมบานพับล็อกเหล็ก

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Must Have: มัดรวมคอลเลกชัน 5 เรือนเวลาพาสเทลบอกลาซัมเมอร์ 
ชวนดูแนวคิด “ซ่อนวันที่” ของ Armin Strom Orbit
เมื่อสถาปัตยกรรมบอกเล่าความดิบ นี่คือร่องรอยสิ่วบนเรือนเวลา Anoma A1 Prehistoric

Share post:

More like this

Arnold & Son Perpetual Moon 41.5 Platinum “Horse of the Dunes” ศิลปะแห่งเวลาที่ผลิตจำกัด 8 เรือน

เจาะลึก Arnold & Son Perpetual Moon 41.5 Platinum "Horse of the Dunes" ทรงคุณค่าที่ผสานงานแกะสลักม้าทองคำขาวบนหน้าปัดแก้ว Aventurine สีดำ พร้อมกลไกข้างขึ้น-ข้างแรมความแม่นยำสูง ผลิตจำกัดเพียง 8 เรือนทั่วโลก

Hublot จับมือศิลปินชื่อดัง Jeff Koons เปิดตัวนาฬิกาสองรุ่นใหม่ Balloon Dog และ MP-14

เบื้องหลังการร่วมมือกันครั้งแรกระหว่าง Hublot และ Jeff Koons สองเรือนเวลาที่ผสานงานศิลปะสไตล์ Balloon Dog เข้ากับกลไกตองบิยองระดับสูง

เมื่อ Rolex นำกลไก Complete Calendar มาเซอร์ไพรส์ในนาฬิกาลุคคลาสสิกรุ่น Perpetual Padellone

นาฬิการุ่นที่สองในคอลเลกชัน Perpetual ที่ต่อยอดจากรุ่น 1908 ได้อย่างเหนือชั้น ต้องยอมรับว่า เสน่ห์ของสไตล์วินเทจที่ปรากฎอยู่บน Rolex 1908...

Chopard เปิดตัว Happy Diamonds Heritage ฉลอง 50 ปีเรือนเวลาไอคอนิก

Chopard Happy Diamonds Heritage การกลับมาของเรือนเวลาไอคอนิกปี 1976 ในตัวเรือนทองคำ 18K หน้าปัดนิลดำ และกลไกอินเฮาส์สุดบางเฉียบ