MB&F ฉลองเปิดตัว New York Lounge ด้วยรุ่นลิมิเต็ดสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “LM101 EVO NYC Edition” 

Date:

การหยิบเอา LM101 มาปรับลุคสปอร์ตในร่างทองโรสโกลด์หน้าปัดดำ ผลิตจำกัดเพียง 25 เรือน

หากคุณเป็นคนที่ติดตามวงการนาฬิกาอิสระ (Independent Watchmaking) มาสักระยะหนึ่ง คุณน่าจะพอเดาทางได้ว่าเมื่อเปิดพื้นที่ใหม่อย่าง MB&F Lounge กลางแมนแฮตตัน ทางแบรนด์คงไม่ปล่อยให้ริบบิ้นตัดผ่านไปเฉยๆ โดยไม่มีอะไรติดมือมาฝากนักสะสม และสิ่งที่ตามมาก็คือการหยิบเอาโมเดลที่มีฐานแฟนคลับหนาแน่นอย่าง LM101 มาปรับลุคใหม่ในชื่อ LM101 EVO NYC Edition

MB&F LM101 EVO NYC Edition

จุดเริ่มต้นของคอลเลกชันระดับตำนาน

การเลือกใช้โมเดล LM101 ในครั้งนี้ถือเป็นพิกัดที่น่าสนใจ เพราะหากย้อนกลับไปในปี 2014 นาฬิการหัสนี้คือหมุดหมายสำคัญของแบรนด์ในฐานะกลไกชุดแรกที่ทีมวิศวกรของ MB&F คิดค้นและพัฒนาขึ้นเองในบ้าน โดยได้ลายเซนต์อันประณีตของ Kari Voutilainen มาช่วยดูแลเรื่องโครงสร้างและการเก็บงาน แน่นอนว่าจุดเด่นที่ทำให้หลายคนจดจำรหัสนี้ได้ทันทีคือความเรียบง่ายที่จงใจตัดทอนสิ่งรบกวนสายตาออกไป เหลือไว้เพียงจักรกรอกขนาดใหญ่ที่ลอยเด่นอยู่ตรงกลาง คอยทำหน้าที่ควบคุมเวลาเคียงข้างกับหน้าปัดย่อย

แต่จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้นาฬิการุ่นนี้หลุดออกจากกรอบเดิมๆ คือการเติมรหัสเดรสโค้ดตัวใหม่อย่าง “EVO” เข้ามาเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นการตอบรับคำเรียกร้องของนักสะสมกลุ่มที่อยากพานาฬิกาข้อมือราคาหลักล้านไปลุยในชีวิตประจำวันได้จริงมากขึ้น การปรับเปลี่ยนครั้งนั้นทำให้ตัวเรือนแข็งแรงขึ้นด้วยระบบซับแรงกระแทก FlexRing มีเม็ดมะยมขันเกลียวที่ช่วยให้เดินลุยฝนหรือลงสระน้ำตื้นๆ ได้แบบไม่ต้องกังวล รวมถึงการเปลี่ยนมาใช้สายยางที่โอบรับไปกับข้อมือ

เอกลักษณ์เฉพาะตัวของ NYC Edition

สำหรับเวอร์ชัน NYC Edition ล่าสุดนี้ ความน่าสนใจอยู่ที่การจับคู่สีและวัสดุที่ลดทอนความจัดจ้านลง แต่เพิ่มมิติด้วยความต่างของพื้นผิว ตัวเรือนถูกเปลี่ยนมาใช้ทองโรสโกลด์ 18K 5N+ วางอยู่บนพื้นแผ่นหน้าปัดย้อมดำด้วยเทคนิค PVD พร้อมปัดลาย Sunray การเลือกใช้พื้นหลังสีเข้มจัดตัดกับเนื้อทองสว่าง ช่วยทำหน้าที่เหมือนสปอตไลท์กลายๆ ที่ส่งให้จักรกรอกลอยตัวขนาด 14 มิลลิเมตรที่แกว่งด้วยความถี่ 2.5 เฮิรตซ์ ดูลอยเด่นขึ้นมาอย่างชัดเจนภายใต้กระจกโดมแซฟไฟร์ทรงสูง ซึ่งการจัดวางองค์ประกอบแบบนี้ทำให้นึกถึงสถาปัตยกรรมตึกสูงในนิวยอร์กที่มีทั้งความขรึมและความโมเดิร์นอยู่รวมกัน

ถ้าพลิกไปดูด้านหลัง สิ่งที่ยืนยันความจำกัดของนาฬิกาเรือนนี้คือรอยสลักอักษร “MB&F NYC” ขนาดเล็กบนฝาหลังแซฟไฟร์ เป็นการฝากนามบัตรแบบเงียบๆ เพื่อบ่งบอกว่านี่คือ 1 ใน 25 เรือนที่จะถูกส่งมอบให้กับผู้ที่ไปเยือนเลานจ์แห่งใหม่บนชั้น 5 ของตึก Fuller Building เท่านั้น

หากมองในมุมของนักสะสม การทำรุ่นพิเศษเฉพาะพื้นที่ (Boutique Edition) อาจไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในอุตสาหกรรมนี้ แต่สิ่งที่น่าคิดคือแนวคิดการออกแบบพื้นที่ของ MB&F ที่ตึก Fuller Building แมนแฮตตัน เพราะที่นี่ไม่ได้รับการนิยามว่าเป็น “บูติก” หรือร้านค้าทั่วไป แต่ถูกวางโครงสร้างให้เป็น “เลานจ์” ที่เปิดรับเฉพาะผู้ที่นัดหมายล่วงหน้า มันชวนให้เราตั้งคำถามว่า ในยุคที่การซื้อขายนาฬิกาหรูสามารถจบได้บนหน้าจอโทรศัพท์ การที่แบรนด์ยอมลงทุนสร้างพื้นที่ปิดในทำเลทองเพื่อให้คนมานั่งคุยเรื่องจักรกลข้อมือท่ามกลางงานศิลปะ กำลังบอกอะไรเราเกี่ยวกับทิศทางของความหรูหราในอนาคต?

สำหรับการเป็นเจ้าของนาฬิกาเรือนนี้ นับเป็นการเข้าถึงประสบการณ์ที่แบรนด์ตั้งใจออกแบบไว้ร่วมกับตัวนาฬิกา แล้วคุณล่ะ มองว่าการปรับโฉมกลไกคลาสสิกด้วยหน้าปัดดำบนตัวเรือนโรสโกลด์ในร่างสปอร์ตของเวอร์ชันนิวยอร์กนี้ เป็นส่วนผสมที่ลงตัวสำหรับทิศทางใหม่ของแบรนด์ หรือคุณยังคงเทใจให้กับความคลาสสิกดั้งเดิมในตัวเรือนโลหะรุ่นแรกมากกว่ากัน?

ข้อมูลทางเทคนิครายละเอียด
ตัวเรือนโรสโกลด์ 18K 5N+ ขนาด 40 x 16.5 มม.
กระจกแซฟไฟร์ทรงโดมสูง เคลือบสารตัดแสงสะท้อนทั้งสองด้าน
การกันน้ำ8 ATM (80 เมตร / 270 ฟุต) พร้อมเม็ดมะยมขันเกลียว
ระบบซับแรงกระแทกFlexRing ดักจับแรงกระแทกในชีวิตประจำวัน
กลไกไขลานด้วยมือ ประกอบด้วยชิ้นส่วน 233 ชิ้น ทับทิม 23 เม็ด ความถี่ 2.5 Hz
สายนาฬิกาสายยางสีดำพร้อมบานพับล็อกสายที่เข้าคู่กับตัวเรือน

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph สลัดลุคนาฬิกาสปอร์ตสายลุย ลดขนาดลงมา 37 มม. จับคู่กับเฉดสีชมพูและขอบหน้าปัดเพชร
The Reason Why: ทำไม Hublot Big Bang ถึงกลายเป็นไอคอนแห่งศตวรรษ? กับ 3 เหตุผลที่นักสะสมทั่วโลกหลงใหล
Rado ปลุกกระแสความสนุกให้กับตัวเรือนทรงรีระดับตำนานด้วยการเปิดตัว DiaStar Original Skeleton Limited Edition ที่มาพร้อม 3 เฉดสี

Share post:

More like this

Louis Vuitton เผยโฉม Tambour Spin Time 5 รุ่นใหม่ในคอลเลกชันถาวร ที่ต่อยอดความสำเร็จจากรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันเมื่อปีที่แล้ว

ยลโฉมคอลเลกชัน Tambour Spin Time ประจำปี 2026 จาก Louis Vuitton ที่ผสานกลไกจั๊มป์อورดอันเป็นเอกลักษณ์เข้ากับสีสันสดใหม่ ทั้งหน้าปัดโอปอล์ออสเตรเลีย, สีเขียวมะกอก, ฟ้า Spin Time Air, Antipode และฟลายอิ้งทูร์บิญองหน้าปัดแซลมอนในตัวเรือนแพลตตินัม

NOMOS Orion Gold Neomatik “New Black” นิยามใหม่ของเดรสวอทช์ความเรียบหรูระดับไฮเอนด์ 

NOMOS Glashütte เปิดตัว Orion Gold Neomatik “New Black” เดรสวอทช์ตัวเรือนทองคำแท้ 18k ขนาด 36.4 มม. จับคู่หน้าปัดสีดำ Galvanised และกลไกอินเฮาส์แบบบางพิเศษ DUW 3001 สำรองพลังงาน 43 ชั่วโมง มอบความเรียบหรูสไตล์มินิมอลเยอรมันอย่างแท้จริง

Girard-Perregaux ต่อยอดการฉลองครบรอบ 50 ปี โมเดล Laureato ด้วย Laureato Fifty Tourbillon Micro-Rotor 39 m

นอกจากขนาดตัวเรือนที่เล็กลงแล้วยังยกระดับไปอีกขั้นด้วยทูร์บิญองและไมโครโรเตอร์ เราได้เห็นพัฒนาการของนาฬิกาสปอร์ตหรูรุ่น Laureato จาก Girard-Perregaux อย่างต่อเนื่อง และในปีที่ 50 ของนาฬิการะดับไอคอนิกรุ่นนี้เราก็ได้เห็น การปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยพร้อมกับการก้าวไปอีกขั้นของ...

การปรับโฉมครั้งใหม่ของนาฬิกาแข่งระดับตำนานกับ TAG Heuer Carrera Chronograph Sport 42 มม. รุ่นใหม่

TAG Heuer เผยโฉม Carrera Chronograph Sport รุ่นใหม่ที่ปรับสัดส่วนตัวเรือนลงเหลือ 42 มม. เพื่อความเพรียวบางและสวมใส่สบายยิ่งขึ้น พร้อมหน้าปัดดีไซน์ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยกลไกอินเฮาส์ Calibre TH20-00 สำรองพลังงาน 80 ชั่วโมง มีให้เลือกถึง 5 เวอร์ชัน