เมื่อความสมบูรณ์แบบระดับพิพิธภัณฑ์มาอยู่บนข้อมือ นี่คือ Greubel Forsey “Balancier QM” นิยามใหม่ของศาสตร์การขัดแต่งด้วยมือ

Date:

การประกาศตั้งชื่ออย่างเป็นทางการให้กับมาตรฐานสูงสุด ‘Qualité Musée’ (QM) ผ่านเรือนร่างไวท์โกลด์ลิมิเต็ดอิดิชัน ผสานนวัตกรรมแฮร์สปริงอินเฮาส์ที่ผลิตเองทุกกระบวนการ

สำหรับคนรักนาฬิกาที่หลงใหลในความประณีตระดับสูงสุด ชื่อของ Greubel Forsey คือแบรนด์เอกเทศที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของศาสตร์แห่งการตกแต่งเรือนเวลามาโดยตลอดนับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 2004 แต่ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา มาตรฐานงานขัดแต่งด้วยมืออันแสนเข้มงวดที่เป็นดั่งบรรทัดฐานของแบรนด์กลับไม่เคยถูกตั้งชื่ออย่างเป็นทางการเลยแม้แต่ครั้งเดียว

จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ

มาในปีนี้ แผนกวิจัยพัฒนาเฉพาะกิจภายในห้องปฏิบัติการ EWT (Experimental Watch Technology) ได้สร้างจุดเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ ด้วยการเปิดตัวเรือนเวลารุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Balancier QM (รหัส GF09CM) เพื่อเป็นตัวแทนในการมอบชื่อเรียกขานให้กับมาตรฐานระดับสูงนี้อย่างเป็นทางการว่า “Qualité Musée” (QM) หรือมาตรฐานระดับพิพิธภัณฑ์อย่างเต็มภาคภูมิ

เรือนเวลารุ่นแรกที่สลักชื่อมาตรฐาน Qualité Musée เอาไว้ภายในกล่องข้อความลับของกลไกอย่างเป็นทางการ

หนึ่งสะพานจักร เจ็ดเทคนิคการขัดแต่งด้วยมือ

มาตรฐาน Qualité Musée ได้เพิ่มเงื่อนไขอันเข้มงวดว่าทุกชิ้นส่วนต้องงดงามถึงระดับที่สามารถอยู่ในฐานะผลงานศิลป์ด้วยตัวเองได้อย่างเต็มภาคภูมิ ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดถูกถ่ายทอดลงบนสะพานจักรที่รองรับบาลานซ์วีล ซึ่งเป็นชิ้นส่วนโลหะสตีลขนาดเพียงไม่กี่มิลลิเมตรแต่กลับรวบรวมเอาเทคนิคการขัดแต่งด้วยมือถึง 7 รูปแบบไว้ด้วยกัน โดยแขนสะพานจักรถูกขัดจนเงาใสไร้ที่ติบนพื้นผิวลาดโค้ง

ในขณะที่พื้นผิวปลายสะพานจักรฝั่งทับทิมกันสึกจะใช้การขัดเงาเรียบสนิทแบบ flat black ตกแต่งจุดกลมซ้อนเหลื่อมรอบข้างด้วยเทคนิค spotting และขัดลายวงกลม circular graining บริเวณส่วนร่องอย่างประณีต ส่วนด้านข้างถูกขัดเงาลาดโค้งรับกับแนวสายตา พื้นผิวส่วนที่เหลือขัดลายเส้นตรง straight-graining และทุกเหลี่ยมมุมผ่านการเจียรด้วยมือจนเกิดเป็นพื้นที่ลาดเอียงขนาดใหญ่พิเศษถึง 0.40 มิลลิเมตร

ลองจินตนาการดูว่าหากชิ้นส่วนสะพานจักรเพียงชิ้นเดียวยังซับซ้อนขนาดนี้ ชิ้นส่วนกลไกทั้งหมดที่มีถึง 298 ชิ้น จะต้องใช้ความทุ่มเทและเวลาจากช่างฝีมือชั้นครูมากมหาศาลเพียงใด

จากเส้นลวดสู่อินเฮาส์แฮร์สปริงเต็มรูปแบบ

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของ Balancier QM คือชิ้นส่วนควบคุมการทำงานอย่างแฮร์สปริงหรือบาลานซ์สปริงที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่ง Greubel Forsey เริ่มต้นวิจัยพัฒนามาตั้งแต่ปี 2012 เพื่อให้สามารถสร้างชิ้นส่วนสปริงที่ไม่สามารถหาซื้อได้จากผู้ผลิตทั่วไป กระบวนการทั้งหมดเริ่มตั้งแต่การคิดค้นสูตรโลหะผสมเอง ดึงผ่านแม่พิมพ์เพชรธรรมชาติหลายขั้นตอนจนได้เส้นลวดบางเท่าเส้นผม รีดแบนด้วยความแม่นยำระดับไมครอน ม้วนด้วยมืออย่างประณีต และคงรูปด้วยเตาอบสุญญากาศความแม่นยำสูง โดยเครื่องมือจำนวนมากที่ใช้ในกระบวนการนี้เป็นอุปกรณ์โบราณที่นำกลับมาบูรณะใหม่เพื่อมอบคุณค่าที่เครื่องจักรสมัยใหม่ไม่สามารถทำแทนได้ หลังจากที่เคยทำสำเร็จในรุ่น Hand Made 1 และ Hand Made 2 วันนี้ในรุ่น Balancier QM แบรนด์ได้ขยายการผลิตแฮร์สปริงที่ทำเองเป็นการภายในนี้ไปสู่ทุกเรือนเวลาของ Greubel Forsey อย่างเต็มรูปแบบเพื่อรับประกันคุณภาพสูงสุด

สถาปัตยกรรมกลไกสามมิติที่จัดวางให้มีความลุ่มลึกราวกับภาพภูมิประเทศ

สถาปัตยกรรมกลไก 3 มิติในขนาดที่กะทัดรัดลง

ตัวเรือนทำจากวัสดุทองคำไวท์โกลด์ 18 กะรัต ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 39.60 มิลลิเมตร และมีความหนารวมกระจกแซฟไฟร์ทรงโดมสูงอยู่ที่ 12.25 มิลลิเมตร โครงสร้างสถาปัตยกรรมด้านหน้าถูกออกแบบให้มีมิติความลึกไล่เรียงระดับอย่างสวยงามราวกับภูมิทัศน์ โดยเริ่มจากชุดเอสเคปเมนต์ที่วางตัวอยู่ลึกที่สุด นำสายตาขึ้นมายังเข็มวินาทีบนหน้าปัดย่อย ตลับลานคู่แบบหมุนเร็วที่สลักนูนข้อความด้วยมือ และไต่ระดับขึ้นไปยังหน้าปัดทองคำเคลือบโรเดียมที่ติดตั้งเข็มชั่วโมงและนาทีทำจากเหล็กบลูสตีลผ่านอุณหภูมิความร้อนสูง นอกจากนี้ ใต้แหวนบอกชั่วโมงยังมีเข็มมาตรแสดงพลังงานสำรองลึกลับที่ยาวนาน 72 ชั่วโมงบนสเกลเฉพาะตัว โดยมีระบบหยุดการทำงานของกลไกทั้งหมดหรือ Stop Balance เมื่อดึงเม็ดมะยมเพื่อตั้งเวลาได้อย่างแม่นยำ

แผ่นป้ายสลักคำว่า ‘Qualité Musée’ ที่แบรนด์เลือกที่จะซ่อนไว้ด้านหลังแท่นเครื่องทองคำเพื่อความเรียบง่าย

เมื่อพลิกกลับมาด้านหลัง ฝาหลังจะเผยให้เห็นการจัดวางระบบขึ้นลานราวกับการแสดงบนเวทีที่น่าตื่นตา ฟันเฟืองมีร่องเว้าลึกขัดลบมุมยาวต่อเนื่อง และชิ้นส่วนสตีลที่ซ่อนอยู่ภายในได้รับการขัดดำจนเรียบสนิทเช่นเดียวกับชิ้นส่วนที่มองเห็นได้ภายนอก ยิ่งไปกว่านั้น แบรนด์ยังเลือกที่จะซ่อนแผ่นทองคำลับสลักคำว่า “Qualité Musée” เอาไว้ภายในกลไกฝั่งด้านหลังแทนการประทับลงบนหน้าปัด เพื่อตอกย้ำแนวคิดที่ว่านาฬิกาของพวกเขาไม่ใช่เครื่องประดับสำหรับไว้อวดอ้างภายนอก แต่คือความสมบูรณ์แบบที่หยั่งลึกไปถึงทุกส่วนประกอบอย่างแท้จริง

เนื่องจากกระบวนการรังสรรค์ด้วยมือในมาตรฐาน Qualité Musée ที่เข้มงวดนี้ส่งผลให้แบรนด์ต้องจ่ายราคาด้วยเวลาที่ยาวนานและอาจทำให้มีจำนวนการผลิตที่น้อยลง แต่ Greubel Forsey เลือกที่จะไม่วัดความสำเร็จด้วยปริมาณ และตั้งเป้าผลิตเฉพาะชิ้นงานที่ดีที่สุด โดยรุ่น Balancier QM นี้จะผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 33 เรือนทั่วโลกเท่านั้น ก่อนที่แนวคิดและมาตรฐานงานฝีมือนี้จะถูกส่งต่อไปยังโปรแกรมพัฒนา EWT รุ่นอื่นๆ ในอนาคต เช่น Nano Foudroyante และกลไกชุดใหม่ที่จะตามมาหลังจากนี้

สำหรับนักสะสมชาวไทยที่ต้องการสัมผัสความงดงามระดับมาสเตอร์พีซชิ้นนี้ สามารถติดต่อเข้าชมนาฬิกา Greubel Forsey อย่างเป็นทางการได้ที่บูติก SHH Pendulum บริเวณชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งดำเนินงานโดย Pendulum ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายนาฬิกาหรูชั้นนำรายแรกของประเทศไทย

ข้อมูลทางเทคนิค
  • จำนวนการผลิต: จำกัดเพียง 33 เรือนทั่วโลก
  • ตัวเรือน: ไวท์โกลด์ 18 กะรัต ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 39.60 มิลลิเมตร หนา 9.45 มิลลิเมตร (หนารวมกระจกหน้า-หลังคริสตัลแซฟไฟร์ทรงโดมสูง 12.25 มิลลิเมตร) และกันน้ำได้ที่ระดับ 3 ATM (ประมาณ 30 เมตร)
  • หน้าปัด: หน้าปัดทองคำเคลือบโรเดียมสามมิติเล่นระดับความลึก มาพร้อมเข็มชั่วโมงและนาทีทำจากเหล็กบลูสตีลผ่านกรรมวิธีอุณหภูมิความร้อนสูง และหน้าปัดย่อยแสดงเข็มวินาที
  • ฟังก์ชั่น: แสดงชั่วโมง, นาที, วินาที, มาตรแสดงพลังงานสำรองแบบซ่อนรูป และระบบหยุดการทำงานของกลไกทั้งหมด (Stop Balance) เมื่อดึงเม็ดมะยมเพื่อตั้งเวลาอย่างแม่นยำ
  • กลไก: กลไกไขลานด้วยมือ ประกอบด้วยชิ้นส่วน 298 ชิ้น และทับทิม 34 เม็ด ทำงานด้วยความถี่ 21,500 รอบต่อชั่วโมง (3 เฮิรตซ์) สำรองพลังงานยาวนาน 72 ชั่วโมงด้วยระบบตลับลานคู่หมุนเร็ว มาพร้อมนวัตกรรมแฮร์สปริงอินเฮาส์ที่ผลิตเองเป็นการภายใน และผ่านการตกแต่งด้วยมือตามมาตรฐานสูงสุด “Qualité Musée”
  • สาย: สายยางแต่งลวดลายหรูหราเย็บด้วยมือ จับคู่กับตัวล็อกแบบบานพับทองคำไวท์โกลด์สลักโลโก้ GF ด้วยมือ

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
กรุงเทพฯ สู่หมุดหมายใหม่บนปฏิทินโลก สยามพารากอน สานต่อความสำเร็จเตรียมจัดงาน “Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026” อย่างยิ่งใหญ่เป็นปีที่ 2
Blancpain ขยายคอลเลกชัน Villeret ด้วยขนาดใหม่ที่เปิดพื้นที่ให้เดรสวอทช์คลาสสิกเข้าถึงผู้สวมใส่ได้หลากหลายขึ้น
เมื่อคลื่นทรายและเปลวไฟสอดประสาน สัมผัสความอบอุ่นของผืนทรายบนข้อมือผ่าน De Bethune DB25xs Sand Winds

Share post:

More like this

Oris Aquis Date Kelp Forest Limited Edition ทำไมเรือนนี้ถึงน่าสนใจในตลาดนาฬิกาสปอร์ตดำน้ำ?

เปิดตัว Oris Aquis Date Kelp Forest Limited Edition ความสนุกของหน้าปัดเรือนนี้อยู่ที่เทคนิคพิมพ์ 3 มิติ (3D-printed surface treatment) ซึ่ง Oris ตั้งใจจำลองพื้นผิวของ "สาหร่ายเคลป์" เวลาโดนแสงแดดส่องผ่านน้ำทะเลสว่างวูบวาบ

Urwerk UR-300 Time Quantum มาพร้อมนวัตกรรม T-Frame พลิกโฉม 30 ปี Wandering Hours

เจาะลึก Urwerk UR-300 Time Quantum การปฏิวัติระบบ Wandering Hours ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปี ด้วยการสลัดแขนยึดสมมาตรแบบเดิม ทิ้ง แล้วแทนที่ด้วยโครงสร้าง T-Frame คานสลับตำแหน่งกระโดดเปลี่ยนองศาในเสี้ยววินาที พร้อมตัวเรือนไทเทเนียมรูปทรงใหม่สุดล้ำ

Bell & Ross BR-03 Space Mission เมื่อนาฬิกาทรงสี่เหลี่ยมหน้าปัดห้องนักบิน ถอดเข็มออกแล้วย้ายไปอยู่ในอวกาศ

Bell & Ross ตีความนาฬิกาทรงสี่เหลี่ยมระดับไอคอนิกใหม่ในรุ่น BR-03 Space Mission ถอดเข็มนาฬิกาแบบเดิมออก แล้วใช้แผ่นดิสก์หมุนจำลองการโคจรของยานอวกาศ Vortex และดวงจันทร์บนพื้นหน้าปัดแก้วอเวนจูรีนสีดำประกายดาว ในตัวเรือนเซรามิกดำขัดทรายขนาด 41 มม. ผลิตจำกัด 999 เรือน

สัมผัส Jaeger-LeCoultre 101 Chain นาฬิกากำไลจิวเวลรีชั้นสูงที่ซ่อนกลไกจักรกลไขลานเล็กที่สุดในโลก

Jaeger-LeCoultre ผสานงานจิวเวลรีเข้ากับวิศวกรรมชั้นสูงด้วย 101 Chain กำไลทองคำชมพูประดับเพชรและ HyCeram สีดำ ที่ซ่อนกลไกไขลานด้วยมือ Calibre 101 กลไกจักรกลขนาดจิ๋วที่เล็กที่สุดในโลกไว้ภายใน