เมื่อประกายเยือกแข็งของขั้วโลกใต้ หลอมรวมเป็นศิลปะแห่งเวลาบน G-SHOCK MR-G FROGMAN (รุ่น MRG-BF1000EB-1ADR)

Date:

การนำปรากฏการณ์ธรรมชาติสุดขั้วมาตีความใหม่ ผ่านงานหัตถศิลป์เจียระไนโลหะด้วยมือ เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 30 ปีของนาฬิกาตระกูลสูงสุดอย่าง MR-G

ท่ามกลางนาฬิกาดำน้ำที่เน้นความทนทานและฟังก์ชันการใช้งานเป็นหลัก G-SHOCK ได้พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าพวกเขาสามารถยกระดับนาฬิกาสปอร์ตสายลุยให้กลายเป็นงานศิลปะชั้นสูงได้อย่างไร้ที่ติ เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 30 ปีของไลน์ผลิตภัณฑ์ระดับท็อปอย่าง MR-G แบรนด์จึงได้ส่งผลงานระดับมาสเตอร์พีซรุ่นพิเศษ MRG-BF1000EB-1ADR เข้าสู่ตลาด โดยความโดดเด่นของนาฬิการุ่นนี้อยู่ที่การหยิบยกแรงบันดาลใจจาก “บรินิเคิล (Brinicle)” หรือแท่งน้ำแข็งหมุนวนใต้มหาสมุทรขั้วโลกอันหนาวเหน็บ มาถ่ายทอดลงบนตัวเรือนที่แข็งแกร่งที่สุด

G-SHOCK MR-G FROGMAN (รุ่น MRG-BF1000EB-1ADR)
MRG-BF1000EB-1ADR

เทคนิค Vortex Facet Cut และวัสดุระดับอัญมณี

หัวใจสำคัญที่ทำให้นาฬิการุ่นลิมิเต็ดเอดิชันเรือนนี้มีความลึกลับและเปี่ยมด้วยมิติ คือบริเวณขอบตัวเรือน (Bezel) ที่ผ่านการตีความจากรูปทรงและประกายแสงของแท่งน้ำแข็งใต้มหาสมุทร แบรนด์เลือกใช้โลหะผสมความแข็งสูงพิเศษอย่าง COBARION ซึ่งมีคุณสมบัติเอื้อต่อการขัดเงาให้เรียบเนียนขั้นสุด มาผ่านเทคนิคการเจียระไนตัดเหลี่ยมแบบหมุนวน (Vortex Facet Cut) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ปกติจะใช้กับอัญมณีเท่านั้น ความท้าทายนี้ถูกรังสรรค์ด้วยมืออย่างพิถีพิถันทีละชิ้นโดยช่างฝีมือระดับมาสเตอร์ชาวญี่ปุ่น KOMATSU Kazuhito ก่อนจะเคลือบผิวด้วยเทคโนโลยี AIP จนได้เฉดสีน้ำเงินลุ่มลึกที่สะท้อนมิติแสงสะดุดตา

ความหรูหรายังถูกขับเน้นเพิ่มเติมด้วยสกรูด้านหน้าทั้งสองตัวที่ประดับด้วยแซฟไฟร์สีน้ำเงินสังเคราะห์ เจียระไนแบบ round brilliant-cut 57 เหลี่ยม ซึ่งส่องแสงรับกับขอบตัวเรือนอย่างลงตัว ในขณะที่หน้าปัดถูกออกแบบมาเพื่อการอ่านค่าที่ชัดเจนสูงสุดด้วยพื้นผิวสีดำแบบ sandblasted matte ช่วยเพิ่มคอนทราสต์ระหว่างเข็มคาร์บอนน้ำหนักเบากับหลักชั่วโมงที่เคลือบด้วยสารเรืองแสง Neobrite ซึ่งช่างฝีมือลงสีอย่างประณีตแบบทีละชั้น เพื่อให้มั่นใจว่าจะมองเห็นได้อย่างยอดเยี่ยมแม้ในความมืดมิดใต้มหาสมุทร

โครงสร้างไทเทเนียมอัลลอยกว่า 70 ชิ้นส่วน และฟังก์ชันอนาล็อกสำหรับการดำน้ำลึก

นอกจากความงามเชิงศิลป์แล้ว นาฬิกาเรือนนี้ยังคงจิตวิญญาณแห่งความทนทานตามมาตรฐานนาฬิกาดำน้ำ ISO กันน้ำลึก 200 เมตร ตัวเรือนภายนอกประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนไทเทเนียมอัลลอย Ti64 ที่มีความซับซ้อนมากกว่า 70 ชิ้น เพื่อสร้างระบบซีลที่แน่นหนาและทนต่อการกัดกร่อน เสริมความทนทานต่อรอยขีดข่วนด้วยการเคลือบ TiC ส่วนฝาหลังเป็นแบบสกรูล็อก (screw-lock) จับคู่กับคริสตัลแซฟไฟร์เคลือบไอระเหยสีฟ้า สลักลายคาแร็กเตอร์กบไดฟ์วิ่ง FROGMAN อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมเครื่องหมายเฉลิมฉลองวาระครบรอบและหมายเลขซีเรียลเฉพาะเรือน

ในด้านประสิทธิภาพ นาฬิการุ่นนี้มาพร้อมระบบบอกเวลาพลังงานแสงอาทิตย์ (Tough Solar) ที่ทำงานร่วมกับระบบปรับเวลาอัตโนมัติผ่านสัญญาณวิทยุและการเชื่อมต่อ Bluetooth® กับสมาร์ตโฟน สำหรับนักดำน้ำ ตัวนาฬิกาสามารถแสดงเวลาในการดำน้ำ (Dive Time) ช่วงเวลาพักผิวน้ำ (Surface Interval) รวมถึงข้อมูลระดับน้ำในโหมดกราฟน้ำขึ้นน้ำลง (Tide Graph) โดยฟังก์ชันทั้งหมดถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบอนาล็อกเต็มระบบ (Full-Analog) อย่างงดงาม 

ทั้งหมดนี้มาพร้อมกับสาย Dura Soft สีขาวที่ทนทานต่อการเปลี่ยนสี และสายไทเทเนียมชุบแข็งระดับลึกสำหรับสลับเปลี่ยนใช้งาน โดยจัดเก็บมาในกล่องพรีเมียมพิเศษที่พัฒนาร่วมกับแบรนด์กระเป๋าเดินทางชั้นนำของญี่ปุ่นอย่าง Proteca ด้วยกระบวนการผลิตขอบตัวเรือนที่ทำด้วยมืออย่างละเอียดและทำได้เพียงไม่กี่ชิ้นต่อวัน นาฬิการุ่นครบรอบ 30 ปีนี้จึงถูกผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 800 เรือนทั่วโลก นับเป็นชิ้นงานที่หลอมรวมวิศวกรรมการปกป้องเข้ากับสุนทรียภาพระดับลักชัวรีได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ข้อมูลทางเทคนิค
  • ชื่อรุ่น: MRG-BF1000EB-1ADR (รุ่นลิมิเต็ดเอดิชันฉลองครบรอบ 30 ปี MR-G ผลิต 800 เรือนทั่วโลก)
  • ตัวเรือน: ไทเทเนียมอัลลอย Ti64 เคลือบ TiC กันรอยขีดข่วน ประกอบจากชิ้นส่วนซับซ้อนกว่า 70 ชิ้น ขอบเบเซลทำจาก COBARION เจียระไนด้วยมือเคลือบ AIP สีน้ำเงิน กันน้ำลึกสำหรับการดำน้ำ 200 เมตร มาตรฐาน ISO
  • หน้าปัด: พื้นผิวสีดำแบบ Sandblasted Matte ลดแสงสะท้อน กระจกแซฟไฟร์เคลือบสารป้องกันแสงสะท้อน เข็มนาฬิกาคาร์บอนน้ำหนักเบาขนาดใหญ่ หลักชั่วโมงเคลือบสารเรืองแสง Neobrite หลายชั้น พร้อมไฟ LED Super Illuminator ความสว่างสูง
  • ฟังก์ชัน: โหมดดำน้ำ (แสดง Dive Time และ Surface Interval), โหมดกราฟน้ำขึ้นน้ำลง (Tide Graph), ปรับเวลาอัตโนมัติผ่านสัญญาณวิทยุ (Wave Ceptor) และระบบเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนผ่าน Bluetooth®
  • กลไก: ระบบอนาล็อกเต็มรูปแบบ (Full-Analog) ขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ (Tough Solar)
  • สาย: ในชุดมีสายให้เปลี่ยน 2 แบบ คือ สาย Dura Soft ฟลูออโรยางสีขาว (ทนคราบและการเสื่อมสภาพ) และสายไทเทเนียมชุบแข็งระดับลึก (สามารถปรับยืดเพื่อสวมทับชุดเวทสูทได้) โดยมีระบบถอดเปลี่ยนสายได้ง่ายด้วยตัวเอง

อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่นี่
ตลาดนาฬิกาประมูลยังร้อนแรงต่อเนื่อง Phillips Hong Kong ปิดยอดในงาน The Hong Kong Watch Auction: XXII พุ่งสูงขึ้นจากปีก่อนถึง 90%
แนะนำ 6 นาฬิกาดำน้ำดีไซน์สปอร์ตที่แข็งแกร่ง ทนทาน พร้อมลุยสถานการณ์ฝนตกชุกช่วงครึ่งปีหลัง
เปิดมุมมองความคิดเห็นต่อวงการนาฬิกาของเด็กยุคใหม่: เมื่อเรือนเวลากลายเป็นมากกว่าแค่เครื่องบอกเวลา และการลงทุนในยุคดิจิทัล

Share post:

More like this

Rolex ร่วมกับสถาบัน Phillips เปิดประมูล Cosmograph Daytona รุ่นพิเศษ ที่ได้แรงบันดาลใจจาก 4 ฤดูกาล

รายได้จากการประมูลจะนำไปสนับสนุน Federer Foundation และ Re:Wild    4 สีสัน 4 ฤดูกาล หน้าปัดสีสดใส...

ทำไม Czapek ถึงยอมกลับมาปักหลักที่เดิมในเจนีวา? พร้อมส่อง 2 รุ่นลิมิเต็ดเอาใจคนรักนาฬิกา

พาไปหาคำตอบว่าทำไม Czapek & Cie ถึงเลือกย้อนกลับสู่จุดเริ่มต้น ณ นครเจนีวา พร้อมเจาะลึกคอนเซปต์บูติกใหม่ไร้เคาน์เตอร์กั้น และเผยความพิเศษของ 2 เรือนเวลารุ่นจำกัดอย่าง Quai des Bergues "Midnight in Geneva" และ Place Vendôme Complicité Glacier Blue ที่สายสะสมไม่ควรพลาด

เมื่อนักแสดงสายฝีมือมาร่วมทางกับช่างทำนาฬิกา Robert Pattinson กับบทบาท Global Ambassador คนล่าสุดของ Jaeger-LeCoultre

Jaeger-LeCoultre ประกาศแต่งตั้ง Robert Pattinson เป็น Global Ambassador คนใหม่ล่าสุด ตอกย้ำภาพลักษณ์ความเรียบหรูทรงพลัง และความมุ่งมั่นในงานฝีมือระดับสูง

เผยโฉม Jacob & Co. Astronomia Four-Axis Tourbillon ประดับอัญมณี

เจาะลึก Jacob & Co. Astronomia Four-Axis Tourbillon เรือนเวลาไฮเปอร์วอทช์ที่ก้าวข้ามทุกขีดจำกัดด้วยกลไกทูร์บิยอน 4 แกน หน้าปัดปรับระดับอัตโนมัติ และระบบ Remontoir ความถี่สูง 6 ครั้งต่อวินาที บนพื้นหลังผลึกคริสตัลประดับอัญมณีสุดตระการตา ผลิตจำกัดเพียงสีละ 6 เรือนทั่วโลก